Archive for August, 2007

PostHeaderIcon ประวัติมวยไท่เก๊กตระกูลหยาง (ตอน 4)

ประวัติมวยไท่เก๊กตระกูลหยาง (ตอน 3) 

เล่าเรื่องลูกคนรองของท่านหยางลู่ฉานไปแล้ว หากไม่พูดถึงอีกคนเดี๋ยวท่านจะพาลน้อยใจหาว่าผู้เขียนลำเอียง บุตรชายคนที่สามของท่านหยางลู่ฉานมีนามว่าหยางเจี้ยนโหว (ค.ศ. 1839-1917) เนื่องจากท่านหยางเจี้ยนโหวเป็นบุตรคนที่สามคนทั่วไปจึงเรียกท่านว่าซันเส้าเหย หรือออกเสียงเป็นแต้จิ๋วว่า ซาเสี่ยวเอี้ยหรือนายเล็กคนที่สาม เพียงแต่คนนี้ไม่ใช่ซาเสี่ยวเอี้ยแห่งหมู่บ้านกระบี่เทพเจ้าของโกวเล้งนะครับ Read the rest of this entry »

PostHeaderIcon ประวัติมวยไท่เก๊กตระกูลหยาง (ตอน 3)

ประวัติมวยไท่เก๊กตระกูลหยาง (ตอน 2)

ไหนๆ ก็พูดถึงรุ่นลูกตระกูลหยางกันแล้ว ก็ขอต่ออีกสักหน่อยก็แล้วกันนะครับ จริงๆ แล้วเรื่องของท่านหยางปันโหว หรือหยางเจี้ยนโหวนี่เป็นเรื่องที่ไม่ว่าอ่านหนังสือเล่มไหนเขาก็ต้องพูดถึงอยู่บ้าง หากเราไม่เอามาเล่าบ้างก็ดูจะขาดๆ อะไรไป

ท่านหยางปันโหวเป็นคนมีนิสัยแข็งกร้าว ชอบการประลองยุทธ์ ผู้ที่เคยประลองกับท่านก็มักจะได้รับบาดเจ็บเสมอ เล่ากันว่าครั้งหนึ่งท่านเคยประลองกับนักมวยคนหนึ่ง ท่านได้ถูกนักมวยคนนั้นคว้าแขนไว้ได้ โดยปกติแล้วในสถานการณ์เช่นนี้ ท่านหยางปันโหวเพียงผลักเบาๆ ก็สามารถคลี่คลายได้แล้ว แต่ครั้งนี้ท่านได้ใช้กำลังแขนเพื่อสบัดออกจนคู่ต่อสู้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อกลับมาบ้านก็ได้เอามาเล่าให้บิดาคือท่านหยางลู่ฉานฟังด้วยความปลาบปลื้มในชัยชนะที่ได้มา ท่านหยางลู่ฉานกลับกล่าวกับหยางปันโหวว่า “ชัยชนะเป็นสิ่งที่น่ายินดี แต่เสียดายแขนเสื้อของเจ้าได้ขาดไป ขอให้รู้ว่าเจ้าได้ใช้พลังมากเกินไป” ท่านหยางปันโหวจึงได้สำรวจแขนเสื้อของตนเองจึงได้รู้ว่าขาดไปจริงๆ หลังจากถูกบิดาตำหนิ ทำให้ยิ่งมุมานะในการฝึกฝนมวยไท่เก๊กยิ่งขึ้น Read the rest of this entry »

PostHeaderIcon ประวัติมวยไท่เก๊กตระกูลหยาง (ตอน 2)

 ประวัติมวยไท่เก๊กตระกูลหยาง (ตอน 1)

 

ทีนี้ต่อมาท่านหยางลู่ฉานเกิดไปพลั้งมือทำคนตายในการประลองครั้งหนึ่ง ก็มีผู้ช่วยเหลือให้ไปหลบอาญาแผ่นดินอยู่ในนครปักกิ่ง

การไปอยู่เมืองหลวงก็มีผู้อุปการะ ให้ไปเป็นครูมวยอยู่ในตระกูลจาง ซึ่งเป็นเศรษฐีใหญ่อยู่แถบชานเมืองปักกิ่ง แถมท่านจางคนนี้มีตำแหน่งขุนนางห้อยด้วย เหตุเพราะตระกูลจางเปิดโรงงานซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว ผักดอง อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของนครปักกิ่ง ฟังว่าผักดองของโรงงานจางพานิชย์แห่งนี้มีรสชาติดีมาก ถูกปากพระนางซูสีไทเฮา จนได้ผูกขาดเป็นผู้ส่งซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว ผักดองทั้งหลายเข้าไปในวังหลวงแต่เพียงผู้เดียว Read the rest of this entry »

PostHeaderIcon ประวัติมวยไท่เก๊กตระกูลหยาง (ตอน 1)

มวยไท่เก๊กตระกูลหยาง มวยไท่เก๊กตระกูลหยางเริ่มต้นจากบุรุษนามหยางลู่ฉาน ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นชาวบ้านนอกธรรมดาจนมากลายเป็นหัวหน้าครูฝึกองครักษ์และพระอาจารย์ของอ๋องในวังหลวง

ท่านหยางลู่ฉานมีชีวิตอยู่ในช่วง ค.ศ. 1799-1872 เป็นคนตำบลหย่งเหนียนอำเภอกว่างผิง มณฑลเหอเป่ย ฟังว่าบ้านท่านเป็นชาวนายากจนแต่รสนิยมวิไลชอบฝึกวิทยายุทธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย ตอนเด็กๆ ท่านมีรูปร่างเล็ก แต่ก็มีความคล่องแคล่วว่องไว ประมาณว่าก็มีแววจอมยุทธ์อยู่ Read the rest of this entry »

PostHeaderIcon ตันเปียน (แส้เดี่ยว)

ตันเปียน หรือที่แปลกันว่า “แส้เดี่ยว” เป็นท่าที่เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนของมวยไท่เก๊กเลยก็ว่าได้  เมื่อเห็นผู้คนร่ายรำมวยจีน แสดงท่าตันเปียนออกมา แม้ไม่รู้ชัดว่าเขากำลังฝึกฝนศิลปะชนิดใด ก็จะชวนให้นึกถึงมวยไท่เก๊กขึ้นมาก่อน  โดยที่มักจะเห็นคุ้นตากันมากที่สุดจะเป็นท่าตันเปียนของมวยไท่เก๊กตระกูลหยาง ซึ่งแพร่หลายมากที่สุด  ท่านี้แสดงออกโดยการยืนด้วยท่าขาธนู  ขาหน้าโค้งงอ ขาหลังเหยียดออก มือที่ตีออกไปข้างหน้าหันฝ่ามือตีออก มืออีกข้างหนึ่งแสดงออกเป็นรูปมือตะขอ แสดงความหมายของการเกาะเกี่ยว สลาย ปัดป้องและจู่โจมในท่วงท่าเดียว Read the rest of this entry »

PostHeaderIcon หวินโส่ว (มือเมฆ)

หวินโส่ว แปลว่ามือเมฆ โดยลักษณะท่วงท่าเป็นการเคลื่อนที่ไปด้านข้างพร้อมทั้งหมุนเอวและวาดมือเป็นวงโค้งปัดออกไปตามทิศทางการเคลื่อนที่   โดยปกติในชุดมวยจะเป็นท่าที่ถูกวางต่อจากท่าตันเปียน (แส้เดี่ยว) และจบลงด้วยท่าตันเปียน Read the rest of this entry »

PostHeaderIcon กีฬาเป็นยาวิเศษ

สิ่งที่อยู่ในสายเลือด ในพันธุกรรมหรืออะไรก็ตาม ของมนุษย์ โดยเฉพาะผู้ชาย คือ ความก้าวร้าว อยากต่อยตีเก่ง อยากมีความสามารถในการต่อยตีหรือต่อสู้ เขาว่ามันเป็นสัญชาติญาณของสัตว์โลกที่ต้องพยายามรักษาตัวรอด รักษาเผ่าพันธุ์อะไรทำนองนั้น

แรงผลักดันชนิดนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้ต่อสู้กับธรรมชาติ ให้มีการพัฒนาก้าวหน้า ผลักดันให้มนุษย์เรากลายเป็นมนุษย์เช่นทุกวันนี้ และในอีกทางหนึ่ง ผลักดันให้มนุษย์มีการต่อสู้ รบราฆ่าฟันกันมาตลอดระยะเวลาในประวัติศาตร์ของมนุษยชาติ เท่าที่มีบันทึกไว้ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา Read the rest of this entry »

PostHeaderIcon ประวัติท่านจางซานฟง ปรมาจารย์มวยไท่เก๊ก

ไม่มีใครรู้ครับว่าประวัติที่แท้จริงของมวยไท่เก๊กเป็นอย่างไรกันแน่ แต่ส่วนมากแล้วจะอ้างว่านักพรตจางซานฟงหรือเตียซำฮง ที่เคยเห็นอยู่ในหนังเรื่องดาบมังกรหยก คนที่เป็นอาจารย์ปู่ของพระเอกจอมยุทธ์เตียบ่อกี้นั่นแหละ เป็นผู้คิดค้นขึ้น  โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการบังเอิญเปิดหน้าต่างบ้านออกมาแล้วก็บังเอิญเห็นนกกระเรียนตีกันกับงูอยู่ หรือบ้างก็ว่าเป็นนกดุเหว่าตีกับงู  แต่เอาเป็นว่านกตีกะงูละ ท่านก็ให้ปลาบปลื้มปิติ ปิ๊งเป็นวิชามวยขึ้นมา  จริงๆ แล้วมวยจีนหลายๆ แขนงก็มักจะอ้างว่าคิดขึ้นมาจากกระเรียนมั่ง งูมั่ง หรือไม่ก็ทั้งคู่นี่แหละ นัยว่าเป็นสัตว์ยอดฮิตสำหรับการคิดมวยจีนนอกจากนี้ก็มีที่คิดมาจากเสือ หมี ลิง ตั๊กแตน นกอินทรี ที่แปลกๆ เช่นหมา หรือเป็ดก็มี  หรือที่ยิ่งใหญ่ๆ มากๆ อย่างมังกรก็เป็นที่นิยมมากเหมือนกัน Read the rest of this entry »

PostHeaderIcon มวยไท่เก๊กคืออะไร ภาค2

คำถามที่ดูเหมือนง่ายๆ ตรงไปตรงมาที่สุดนี้  กลับเป็นคำถามที่ยากที่สุดสำหรับคนฝึกมวยไท่เก๊ก เพราะไม่รู้จะอธิบายกันอย่างไรว่ามวยไท่เก๊กคืออะไร

เอาเป็นว่า มวยไท่เก๊ก ภาษาจีนเรียก ไท่จี๋เฉวียน หรือไท่เก๊กคุ้ง  เป็น “มวย” เป็นวิทยายุทธ์แขนงหนึ่งของจีน ซึ่งมีลักษณะการฝึกเป็นระบบทั้งภายนอกภายใน ทั้งร่างกายและจิตใจ   ในการฝึกฝนจะประกอบด้วยการอบอุ่นร่างกาย บริหารข้อต่อ,  การฝึกยืนเสา (จั่นจวง) ในท่าต่างๆ Read the rest of this entry »

PostHeaderIcon มวยไท่เก๊กกับการออกกำลังกาย

ก่อนอื่น ต้องตั้งความเข้าใจให้ถูกต้องเรื่องหนึ่งก่อน  เวลาพูดถึงมวยไท่เก๊กหรืออ่านเจอเรื่องของมวยไท่เก๊ก หลายแห่งมักจะเขียนไว้ทำนองว่า “มวยไท่เก๊ก เป็นการออกกำลังกายชนิดหนึ่งของจีน” บ้างก็ใช้คำว่า “ศิลปะการเคลื่อนไหว” บ้างพยายามหลีกเลี่ยงคำว่า “มวย” แต่เรียกลอยๆ เป็นไท่เก๊ก หรือไท้เก๊ก หรือเป็นวิชาไท่เก๊ก  คำว่าไท่เก๊กที่ไม่มีอะไรนำหน้า ไม่มีอะไรต่อท้ายนั้นหมายถึงสภาวะทวิลักษณ์ (อิน หยาง) เป็นภาวะที่จากความไม่มีเปลี่ยนเป็นความมี  มีสัญลักษณ์เป็นรูปกลมๆที่มีรูปปลาขาวดำอยู่ข้างใน ในสีดำมีจุดขาว ในสีขาวมีจุดดำ  นั้นละครับที่เรียกว่าไท่เก๊ก ไม่เกี่ยวกับการเคลื่อนที่เคลื่อนไหว ออกกำลังกาย ศิลปะอะไรทั้งนั้น  หรือบางคนนำไปสับสนกับวิชา “ชี่กง” ซึ่งเป็นการฝึกกำลังภายในและการหายใจเพื่อสุขภาพไปแล้ว Read the rest of this entry »