ชี่กงกับมวยไท่เก๊ก
August 21st, 2007 at 10:18 am (Misc, Taijiquan)
การฝึกชี่กง มีหลายตำรา หลายสำนัก ซึ่งมักจะให้ผลคล้ายๆ กันก็คือ การชักนำให้เลือดลมเดินสะดวก ปรับสมดุลภายในร่างกาย ช่วยรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วย หรือชลอความเสื่อมของสังขาร หรือถ้าฝีมือแก่กล้าขึ้นก็อาจใช้ในการชักนำชี่หรือพลังชีวิตของคนอื่น ช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับผู้อื่นได้ด้วย
ดังนั้นการฝึกชี่กงย่อมมีคุณประโยชน์อยู่ในตัวอยู่แล้วครับ ผู้ฝึกมวยไท่เก๊กก็สามารถฝึกชี่กงร่วมด้วยได้ หากว่าการฝึกฝนแบบนั้นๆ ไม่ขัดกับวิชามวยไท่เก๊กที่ฝึกฝนอยู่ เพราะชี่กงมีหลายประเภทหลายรูปแบบ บางรูปแบบก็เน้นไปในทางการฝึกพลังแข็ง หรือการฝึกความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อร่างกาย ซึ่งบางครั้งอาจจะขัดแย้งกับแนวทางการฝึกฝนมวยไท่เก๊กก็เป็นได้
แต่การฝึกชี่กงจะทำให้การฝึกมวยไท่เก๊กก้าวหน้าขึ้นหรือไม่นั่นอาจกลายเป็นคนละเรื่องกัน เพราะในวิชามวยไท่เก๊กนั้น ไม่ได้อาศัยชี่ล้วนๆ หากอาศัยการประสานกันระหว่าง จิต ชี่ และร่างกาย ซึ่งโดยปกติจะได้จากการฝึกชุดรำมวยโดยอาศัยเคล็ดที่ถูกต้องของมวยไท่เก๊กเท่านั้น คำว่าชี่กงของมวยไท่เก๊กจึงเป็นเหมือนศัพท์เฉพาะของการฝึก ชี่ผสานกับจิตและกาย ไม่ใช่เพียงการฝึกชี่เพียงอย่างเดียว
บางท่านที่เน้นการฝึกชี่กงมาโดยเฉพาะ จึงอาจจะเข้าใจผิดในเรื่องนี้ได้ง่าย ส่วนมากมักจะเข้าใจกันว่า เมื่อฝึกชี่ได้เก่งแล้ว หรือเข้มข้นพอแล้ว สามารถปล่อยชี่ออกไปตีหรือไปทำร้ายชาวบ้านได้ หรือบางคนก็เกิดอุปาทานเอาว่ามือไม้ของตนเองมีเรี่ยวมีแรงมากขึ้น รู้สึกเหมือนมือหนักขึ้น ซึ่งเรื่องนี้อาจเป็นไปได้หากว่าผู้ฝึกสามารถฝึกพลังชี่จนแข็งแกร่งจริงๆ ซึ่งก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน เพราะผมเองก็ยังไม่เคยเห็นใครฝึกชี่ล้วนๆ แล้วจะไปตีใครได้ อย่างมากก็ปล่อยออกมาให้รู้สึกคันๆ หรือขนลุกซู่เล็กน้อย ถ้าจะตีกันดูเหมือนยกมือไปชกเอาดื้อๆ เลยน่าจะง่ายกว่า ซึ่งแตกต่างจากการตีด้วยชี่ในมวยไท่เก๊ก ซึ่งจะส่งออกมาในรูปของแรงที่เรียกว่าจิ้ง เจ้าตัว “จิ้ง” นี่แหละที่หมายถึงแรงที่ผ่านการฝึกฝนมาแล้ว หรือบางคนก็เรียกว่าแรงภายใน กำลังภายในซึ่งเกิดจากการฝึกฝนกระดูกและเส้นเอ็น ซึ่งแตกต่างจากแรงกล้ามเนื้อทั่วๆ ไป แรงจิ้งนี่จึงเป็นแรงที่เราเอาไว้ตีกัน ไม่ใช่ตัวชี่

