การฝึกฝนมวยไท่เก๊กชั่วชีวิต

เคยกล่าวไว้แล้วว่า การฝึกมวยไท่เก๊กเป็นการฝึกฝนชั่วชีวิต

แต่ละคน เมื่อได้รับรู้เช่นนี้ ก็มีปฎิกริยาแตกต่างกัน

บ้างก็คิดว่า ชั่วชีวิตก็ชั่วชีวิต ชีวิตที่เหลือหลังจากนี้ก็ยกให้กับการฝึกมวยไปบ้างก็คิดว่า ก็ลองเรียนไปดูก่อน ถ้าเบื่อเมื่อไรก็เลิก
บ้างก็คิดว่า ถอยดีกว่า เดี๋ยวเรียนๆ ไปแล้วต้องเลิก อาจจะเสียเวลาเปล่าๆ

ต่างคนต่างก็มีวิธีคิด หากนับเฉพาะผู้ที่มีโอกาสได้เข้ามาสู่แวดวงมวยไท่เก๊ก ได้มีโอกาสฝึกฝนอย่างจริงจัง ก็ยังมีความคิดแตกต่างกัน 

บางคนตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องฝึกให้สำเร็จภายในหกเดือนหนึ่งปี ก็อุตสาหะวิริยะ ขยันขันแข็ง  แต่กลายเป็นขยันผิดทาง คือพยายามตักตวงความรู้จนมากเกินตัวเกินไป ไม่ฝึกฝนตามลำดับขั้นตอน เมื่ออาจารย์สอนหนึ่ง ก็อยากรู้สอง ไม่ทันเรียนสอง ก็ถามไปถึงสิบ โดยเฉพาะเมื่อถามในสิ่งที่ตนเองยังไม่รู้ หรือยังขาดความเข้าใจ คำถามนั้นก็เหมือนตั้งอยู่บนความว่างเปล่า เป็นคำถามที่เปล่าประโยชน์ ต่อให้อาจารย์พยายามอธิบาย หรือทำให้ดูก็ไม่สามารถทำความเข้าใจ ก็เลยต้องเอาความรู้เดิม หรือประสบการณ์เดิมของตนเองมาจับ มาทำความเข้าใจ ก็ยิ่งจะหลงทางไปกันใหญ่    อาจารย์ที่เก่งๆ ย่อมเข้าใจสาเหตุนี้ก็มักจะไม่อธิบายมากจนเกินไป ก็อาจจะโดนหาว่าหวงวิชา กั๊กวิชา กลายเป็นเข้าใจในแง่ลบไปเสีย  

บางทีผู้ฝึกก็เลยใช้วิธีเลียนแบบอาจารย์ เห็นอาจารย์ทำอะไรก็ทำตาม ท่วงท่าก็พยายามดัดให้ออกมาคลับคล้ายของอาจารย์ที่สุด หรือยิ่งกว่านั้นคือไปหาภาพนิ่งหรือภาพยนต์ของปรมาจารย์รุ่นก่อนๆ มาดู เพื่อจะพยายามเลียนแบบท่วงท่า พยายามวิเคราะห์ท่าทางต่างๆ พอพบว่าไม่เหมือนที่อาจารย์สอนสั่งให้ฝึกในปัจจุบัน ก็คิดไปเสียว่าอาจารย์สอนไม่ถูกบ้าง อาจารย์ไม่มีความสามารถในการสอนบ้าง หรือการถ่ายทอด การสอนแบบโบราณนั้นไร้ประสิทธิภาพ อาจารย์รุ่นเก่าๆ ขาดความรู้ในศาสตร์สมัยใหม่ หรือชอบเขียนชอบบอกอะไรเป็นปริศนากำกวม จนคิดเอาเองว่าเราอยู่ในยุคสมัยใหม่ อยู่ในยุควิทยาศาสตร์ย่อมเก่งกว่าคนยุคก่อนๆ ตีความเอง ฝึกฝนเอง ทุกอย่างคิดอยู่ในหัว สำเร็จอยู่ในสมอง แต่ขาดพื้นฐานความเข้าใจที่เกิดการการสั่งสมระดับฝีมือ ขาดการฝึกฝนที่แท้จริง สิ่งที่คิดนั้นก็ย่อมว่างเปล่าเป็นจินตนาการทั้งสิ้น

ในทางกลับกัน บางคนพอรู้ว่าต้องฝึกนาน ก็คิดว่าค่อยๆ ฝึกไป ไม่รีบไม่ร้อน จนเกินไปอีก เหมือนยกน้ำขึ้นตั้งบนเตาไฟแล้ว น้ำไม่ทันเดือดก็ดับไฟ หรือหรี่ไฟลง เพราะคิดว่าไม่ต้องรีบร้อน วันดีคืนดีก็เร่งไฟเสียที ยังไม่ทันเดือดก็หรี่อีกแล้ว น้ำก็เลยไม่เคยเดือดสักที ระดับฝีมือก็ไม่ก้าวหน้าอย่างที่ควรเป็นสักที แม้เจ้าตัวจะคิดว่าไม่รีบร้อน ฝึกไปเรื่อยๆ ยังมีเวลาอีกทั้งชีวิต แต่การไม่รีบร้อน “จนเกินไป” นี้ เมื่อไม่มีประสบการณ์ใหม่ๆ เกิดขึ้น ไม่มีผลของการฝึกที่ชัดเจน นานวันไปก็จะเกิดความเบื่อหน่าย ที่ว่าเดี๋ยวเร่งไฟ เดี๋ยวหรี่ไฟ ก็จะกลายเป็น เดี๋ยวหรี่ไฟ เดี๋ยวดับ ไฟ นานๆ ไปน้ำก็ยังไม่ยอมเดือด

ความเชื่อมั่นที่ว่าวันหนึ่งน้ำจะต้องเดือดก็ย่อมจะถดถอยไป เพราะต้มน้ำจนจะแห้งหม้อแล้วก็ไม่เคยเห็นอาการ “เดือด” ที่ว่านี่เสียที สุดท้ายก็เลิกไปโดยปริยาย หรือไม่ก็ออกอาการเหมือนคนแรก คือขอให้อาจารย์สอนในสิ่งที่ตนเองยังขาดความเข้าใจ  หากอาจารย์ไม่สอนก็ไม่พอใจ เพราะเห็นว่าตนเองก็เรียนมานานแล้ว ทำไมอาจารย์ไม่สอนเสียที หากอาจารย์สอนด้วยเห็นว่าเรียนกันมานานแล้ว ก็ยิ่งไปกันใหญ่ เพราะความรู้ระดับสูงนั้นต้องการฝีมือระดับสูงจึงเรียนรู้ได้ หากฝืนเรียนไปอย่างดีก็คืองง ไม่เข้าใจ จับต้นชนปลายไม่ถูก หรืออย่างร้ายคือตีความเอาเอง เข้าป่าเข้าพงไป ฝึกมวยไท่เก๊กออกมาเป็นมวยเก๊กซิมไปได้

ดังนั้น แม้จะรู้ว่าการฝึกฝนยังต้องใช้เวลาอันยาวนาน แต่ผู้ฝึกก็ควรจะเร่งขยันฝึก การเร่งนั้นก็ต้องเร่งในทางที่ถูก นั่นคือเชื่อฟังอาจารย์ หมั่นฝึกฝนทำความเข้าใจในสิ่งที่อาจารย์สอน อย่าคิดล่วงหน้าหรือคิดไปเอง โดยเฉพาะสิ่งที่เป็นพื้นฐาน หรือเรื่องง่ายๆ หญ้าปากคอกทั้งหลายนั้น บางทีก็แฝงความหมายลึกซึ้ง หรือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการฝึกในชั้นสูงโดยที่เราไม่รู้ตัว จึงไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด ยกตัวอย่างเช่น ก่อนการฝึกมวย ทุกสำนักมักจะมีท่าอบอุ่นร่างกาย ดูเป็นท่าทางง่ายๆ เหมือนท่าออกกำลังกายของเด็กประถม แต่ท่วงท่าเหล่านี้จริงๆ แล้วมักจะมีความมหมายแฝงเร้นอยู่ ซึ่งอาจารย์ก็มักจะบอกออกมาอยู่แล้ว เพียงแต่เราอาจจะมองข้ามไป หรือคิดเอาเองว่ามันเรื่องง่ายๆ ใครๆ ก็รู้ ทำให้มองข้ามสิ่งที่อาจารย์ตั้งใจจะสื่อไปอย่างน่าเสียดาย

การฝึกมวยไท่เก๊กนั้น ยิ่งรีบยิ่งต้องทำให้ช้า ต้องทำให้ละเอียด จึงจะเกิดความก้าวหน้า จึงจะเกิดความเข้าใจ ยิ่งรีบยิ่งลนหรือทำลวกๆ สิ่งที่ทำออกมาก็ไม่มีคุณค่า ผลการฝึกนั้นก็สูญเปล่า เสียเวลาไปเปล่าๆ ในการฝึกฝนแม้ว่าจะเป็นการฝึกฝนชั่วชีวิตก็ต้องตั้งจิตใจเช่นนี้ 

ส่วนคนที่บอกว่าไม่รีบๆ ก็เลยกลายเป็นไม่ไปไหน ย่ำอยู่กับที่เสียเปล่าๆ เสียเวลาไปเปล่าๆ  เหมือนกัน

Post a Comment

COPYRIGHT © 2007 www.fajing.net All RIGHTS RESERVED