คนป่วยเรียนมวยไท่เก๊กได้ไหม

บางท่านอาจจะมีความเจ็บป่วย หรืออาการบาดเจ็บเรื้อรัง ซึ่งส่งผลต่อการออกกำลังกายหลายๆ ประเภท  หรือทำให้ไม่สามารถออกกำลังกายหนักๆ ได้  ครั้นให้กลับไปถามหมอว่าเรียนมวยไท่เก๊กได้ไหม หมอก็ไม่เข้าใจเอาเสียอีกว่าอันการออกกำลังกายที่เรียกว่ามวยไท่เก๊กนี่น่ะมันทำกันอย่างไร

ก็เอาง่ายๆ อย่างนี้ครับ

คือถ้าคุณป่วยหรือบาดเจ็บหรืออะไรก็ตาม แต่ยังมีศักยภาพพอที่จะเดินช้าๆ เบาๆ อย่างต่อเนื่องสักสิบห้าถึงยี่สิบนาที ก็เป็นอันว่ามาฝึกมวยไท่เก๊กกันได้

ก็ยังมีคำถามอีก ประมาณว่า แล้วถ้าแขนขาดสักข้างล่ะ หรือขาดไปสองข้าง ก็รำมวยไม่ได้ ก็เรียนไม่ได้น่ะสิ
คำตอบของผมก็คือ “เรียนได้” 

แล้วถ้าขาขาดสักข้างหนึ่งล่ะ   คำตอบคือ ก็ใส่ขาเทียมมาเรียนได้
แล้วถ้าขาขาดสองข้างเลยล่ะ   คำตอบคือ ก็นั่งรถเข็นมาเรียนก็ได้

เท่าที่เคยเห็นมา ผมก็ได้พบกับคนที่เจ็บป่วยสารพัดโรคที่เข้ามาฝึกฝนมวยไท่เก๊ก จนทุเลาอาการเจ็บป่วยลงไปได้ เช่น โรคความดัน โรคหอบหืด โรคไซนัสอักเสบ โรคทอนซิลเป็นพิษ โรครูมาติสซึ่ม โรคหัวใจ โรคตับ  โดยเฉพาะที่เห็นผลชัดเจนรวดเร็วคือโรคที่เกิดจากกล้ามเนื้อเส้นเอ็น หรือโรคข้อต่างๆ เช่นโรคปวดหลัง ปวดเข่า ปวดศอก ขาไม่มีกำลัง เหล่านี้แทบจะดีขึ้นได้ทันตาเห็นในการฝึกฝนแค่ไม่กี่ครั้ง

สำหรับผู้พิการที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว แน่นอนว่าย่อมเป็นอุปสรรคต่อการฝึกฝน และย่อมไม่สามารถฝึกฝนได้ครบถ้วนทั้งระบบ อีกทั้งการฝึกก็คงไม่สามารถทำให้อวัยวะส่วนที่ขาดหายไปงอกกลับคืนมาได้   แต่การฝึกฝนมวยไท่เก๊กก็ยังสามารถให้ประโยชน์แก่ผู้พิการเหล่านี้ได้  เช่นผู้ที่แขนขาดหรือขาขาดข้างหนึ่ง แม้จะสวมขาเทียมแต่ก็ยังมีปัญหาด้านการทรงตัว หรือเรื่องความสมดุลซึ่งทำให้ยากที่จะเคลื่อนไหวได้อย่างปกติ บางครั้งเดินเซนิดหน่อยก็แทบจะหกล้ม เนื่องจากไม่สามารถทรงตัวได้ ในแง่นี้การฝึกมวยไท่เก๊กจะสามารถช่วยให้ผู้ฝึกมีความสามารถในการทรงตัวดีขึ้น และคงสมดุลได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอีกหลายชิ้นเกี่ยวกับการฝึกมวยไท่เก๊กกับสุขภาพ เช่นสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกายได้ ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ชีพจรสม่ำเสมอและมีกำลัง ระบบการหายใจดีขึ้น รวมทั้งมีส่วนช่วยเสริมสร้างร่างกายสำหรับผู้ที่เพิ่งเลิกสุรา บุหรี่ หรือเลิกยาเสพติดประเภทต่างๆ และทำให้การเลิกสารเสพติดเหล่านี้ง่ายขึ้น

การฝึกฝนมวยไท่เก๊กนั่น แทบไม่มีข้อจำกัดใดๆ สำหรับผู้ฝึกฝน ไม่ว่าจะเจ็บไข้ได้ป่วย อายุมากอายุน้อยอย่างไรก็มาเรียนได้มาฝึกได้  มีผู้สูงอายุบางท่านเริ่มฝึกฝนเอาเมื่ออายุได้ 70-80 ปีแล้วก็มี ก็ช่วยให้ท่านเหล่านั้นมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขขึ้น  สำหรับเด็กเล็กๆ จริงๆ สามารถเริ่มตั้งแต่อายุน้อยๆ ก็ได้ เพียงแต่โดยทั่วๆ ไปเด็กมักจะไม่ค่อยชอบการฝึกฝนแบบนี้  แต่ถ้าจะเรียนกันจริงๆ ก็ยังเรียนได้

Post a Comment

COPYRIGHT © 2007 www.fajing.net All RIGHTS RESERVED