แรกรู้จักกับมวยไท่เก๊ก

ผมได้ยินชื่อมวยไท่เก๊กเป็นครั้งแรกสมัยยังเป็นเด็กนักเรียนหัวเกรียนนุ่งขาสั้นอยู่   วันหนึ่งเดินๆ อยู่ก็เห็นรุ่นพี่ที่สนิทสนมกันดีคนหนึ่งอ่านหนังสือเล่มหนาๆ อ่านไปหัวเราะเอิ้กอ้ากไป   สนใจครับ ปราดเข้าไปถามทันทีเลยว่าพี่ท่านกำลังศึกษาคัมภีร์พิสดารอันใดหรือจึงทำอาการประหนึ่งคนสติไม่ค่อยสมประกอบเช่นนี้   พี่ก็คงอารมณ์ดีอยู่ก็บอกมาว่าอันคัมภีร์วิชาฝีมือเล่มนี้ มีนามเรียกขานกันว่านิยายกำลังภายใน น้องท่านไม่รู้จักหรือ  เออแฮะ…หนังกำลังภายในน่ะพอจะรู้จักอยู่  แต่เพิ่งรู้ว่ามันมีเป็นเล่มให้อ่านด้วย  ความที่ใจกล้าหน้าด้านก็ถามทันทีเลยว่า อ่านจบแล้วผู้น้องจะขอยืมไปยลบ้างจะว่าอย่างไร  พี่ก็เกิดดีใจหายสวนกลับมาทันทีว่ามันสิบเล่มจบ เราผู้พี่ขณะนี้ศึกษามาถึงเล่มเก้าแล้ว น้องเราเอาเล่มแรกไปอ่านก่อนก็แล้วกัน   นิยายเรื่องนั้นคืออุ้ยเสี่ยวป้อของท่านปรมาจารย์กิมย้ง นับเป็นนิยายกำลังภายในเล่มแรกที่ผมได้อ่าน  ก็นั่งอ่านไปหัวเราะไปเสียสติอยู่หลายวันเหมือนกัน ใครเคยอ่านก็คงรู้  นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับนักอ่านนิยายกำลังภายใน  เพราะแต่นั้นมาผมก็เลยเป็นแฟนนิยายประเภทนี้อย่างเหนียวแน่นไปด้วย  เสริมนิดสำหรับคนที่คิดจะอ่านนิยายประเภทนี้   นิยายกำลังภายในส่วนมากชุดหนึ่ง ๆ มักจะมีหลายเล่ม ถ้าซื้อทั้งชุดก็จะแพง วิธีที่ดีที่สุดคือยืมจากคนรู้จัก ยืมจากห้องสมุด แล้วก็ยืมจากร้านเช่าหนังสือ  เรียงตามลำดับการใช้เงินแบบนักกลยุทธ์ครับ ส่วนใครเงินหนาจะซื้อหาเก็บไว้ก็ไม่ว่ากระไร

อารัมภบทมายาวเพื่อจะบอกว่า พอหลังจากอุ้ยเสี่ยวป้อ ก็ได้อ่านเรื่องอื่นๆ มาอีกหลายเรื่อง  ซึ่งในที่สุดก็ต้องได้พบกับนิยายไตรภาคชุดมังกรหยกอันลือลั่น เรียกว่าใครไม่ได้อ่านก็คงไม่อาจนับเป็นคอนิยายกำลังภายในได้    ทีนี้ในชุดมังกรหยกที่ว่า  ในภาคสามตอนดาบมังกรหยก ซึ่งเป็นเรื่องหรือจะเรียกว่าตอนหนึ่งซึ่งผมอ่านอยู่หลายรอบ มีฉากการฝึกวิทยายุทธ์อยู่ฉากหนึ่งซึ่งผมค่อนข้างประทับใจ …เอ้อ..อาจจะน้อยกว่าฉากเอี้ยก้วยฝึกวิชาจากคัมภีร์สาวหยกกับแม่นางเซียวเล่งนึ้งในภาคสองสักนิดหนึ่ง แต่เรื่องนั้นค่อยว่ากันทีหลัง

เรื่องดาบมังกรหยกนี้เป็นเรื่องของจอมยุทธ์นามเตียบ่อกี้  ซึ่งผ่านประสบการณ์พิสดารมากมายจนกลายเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในแผ่นดิน ทั้งยังเป็นหัวหน้าพรรคเม้งก่า ซึ่งเป็นพรรคมารอันดับหนึ่งอีก ได้ประกอบวีรกรรมต่างๆ มากมาย จนถึงขั้นกู้ชาติจีนซึ่งขณะนั้นตกอยู่ภายใต้การปกครองของชาวมองโกลได้  ในเรื่องก็มีอยู่ตอนหนึ่งซึ่งเตียบ่อกี้ปลอมตัวเข้าไปอยู่ในสำนักบู๊ตึ๊งซึ่งมีปรมาจารย์เจ้าสำนักชื่อเตียซำฮง   เตียซำฮงเป็นอาจารย์ของพ่อของเตียบ่อกี้อีกทีหนึ่ง โดยหลักการแล้วก็ถือว่าเป็นอาจารย์ปู่ของเตียบ่อกี้พระเอกของเรา  ทีนี้ตอนนั้นเตียซำฮงบาดเจ็บ อีกทั้งคนในสำนักก็เจ็บกันอยู่ แต่บังเอิญมีศัตรูบุกมา เตียบ่อกี้ก็เลยออกรับศึกแทน  แน่นอนอยู่แล้วว่าไม่มีใครสู้เตียบ่อกี้ที่ตอนนั้นเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งได้  สู้ด้วยฝีมือไม่ได้ก็เลยสู้ด้วยฝีปากแทน ก็ว่าสำนักบู๊ตึ๊งไม่มีฝีมือที่แท้จริง ต้องให้คนนอกสำนักมาช่วย  เป็นพวกจอมปลอมอะไรอย่างนี้  ด่ากันอยู่พักหนึ่งท่านเตียซำฮงจึงได้เรียกเตียบ่อกี้ไปสอนวิชามวยแขนงหนึ่งซึ่งท่านเพิ่งค้นคิดได้หลังจากปิดห้องกักตัวอยู่หลายปี โดยสอนกันสดๆ ตรงนั้นเลย หลังจากสอนเสร็จ ท่านก็ถามเตียบ่อกี้ว่า จำได้หรือไม่  พระเอกของเรากลับตอบว่าจำได้แค่ครึ่งเดียว อาจารย์ก็ว่าไม่เป็นไร รำมวยให้ดูอีกรอบ แล้วก็ถามซ้ำอีกว่า จำได้หรือไม่ คราวนี้เตียบ่อกี้กลับตอบว่าลืมหมดแล้ว ชาวบ้านก็ชักสงสัยแล้วว่าเอายังไง ยิ่งเรียนยิ่งลืม แล้วจะได้เรื่องหรือ  แต่อาจารย์กลับบอกว่า ใช้การได้แล้ว ส่งไปรับศึกได้  ซึ่งทำให้เตียบ่อกี้ได้ชัยชนะอย่างงดงามในศึกนั้น ซึ่งฉากนี้กลายเป็นฉากการฝึกวิทยายุทธ์ที่คลาสสิคมากที่สุดฉากหนึ่งของภาพยนต์กำลังภายใน คือใครสร้างภาพยนต์เรื่องนี้ใหม่จะดัดแปลงเพิ่มเติมเสริมแต่งอย่างไร แต่จะตกฉากนี้ไปไม่ได้เลย เขียนมายืดยาวเพื่อจะบอกว่าวิชาแขนงนั้นชื่อว่ามวยไท่เก๊ก  และความที่ผมเกิดประทับใจฉากนี้ ชื่อวิชามวยไท่เก๊กนี้ก็เลยพลอยเข้ามาอยู่ในความทรงจำไปด้วย

ความจริงแล้ว สำหรับคอนิยายกำลังภายใน ชื่อวิชามวยไท่เก๊กก็ดูจะไม่ต่างจากวิชาอื่นๆ อีกมากมาย เช่น วิชาไหมฟ้า ฝ่ามือสยบมังกร ไม้เท้าตีสุนัข ฯลฯ เป็นเพียงชื่อที่ปรากฏอยู่ในนวนิยายเท่านั้นเอง

แต่ทีนี้ต่อมาบังเอิญว่าได้ไปเจอหนังสือชื่อ มวยไท่เก๊ก ของอาจารย์คณิต ครุฑหงส์ ตอนนั้นเล่มละกี่บาทกี่สตางค์ก็จำไม่ได้แล้ว  รู้แต่ว่าซื้อเลยครับัแคะกระปุกมาซื้อ  เพิ่งรู้ว่าสุดยอดวิชาในหนังสือมันมีอยู่จริงๆ ด้วย คราวนี้จะได้เป็นจอมยุทธ์กับเขาบ้าง  ได้หนังสือมาก็เอามาอ่าน ไม่รู้เรื่องเลย คัมภีร์วิเศษแน่แล้ว เพราะส่วนมากในนิยายคัมภีร์เลิศล้ำมักจะอ่านไม่รู้เรื่อง ต้องตีความ  ก็เอามาฝึกตามอยู่พักหนึ่งครับ แรกๆ ก็ขยัน ฝึกทุกวัน ต่อมาก็สามวันครั้ง อาทิตย์ละครั้ง ตอนหลังๆ เอ..เอาหนังสือไปเก็บไว้ไหนแล้วหว่า

จนเวลาผ่านไปๆๆๆ  ไปเจอหนังสืออีกเล่มครับ ชื่อมวยจีนเพื่อชีวิตที่ดีกว่า ของอาจารย์สุวินัย ภรณวลัย คราวนี้เหมือนจะอ่านรู้เรื่องมากขึ้น  เอาอีกครับ ฮึดขึ้นมาใหม่   แต่ในหนังสือเล่มนี้ไม่ได้แนะนำให้ฝึกเอง แต่บอกว่าถ้าจะเรียนควรหาอาจารย์สอน เพราะมีเคล็ดประมาณว่าต้องถ่ายทอดตัวต่อตัว  เออ..ฟังดูดี  ก็เลยคิดได้ว่า ถ้าอยากฝึกวิชา เราน่าจะลองหาอาจารย์เป็นตัวเป็นตนแล้วไปขอเป็นลูกศิษย์เขาน่าจะดีกว่า ถ้าไม่ดีค่อยชิ่งออกมาก็ไม่เห็นจะยาก   ครับจุดเริ่มต้นก็แค่นี้เอง

Post a Comment

COPYRIGHT © 2007 www.fajing.net All RIGHTS RESERVED