มวยไท่เก๊กมีกี่แบบกี่ประเภท
August 21st, 2007 at 6:00 am (Misc, Taijiquan)
พอเริ่มคิดจะเรียนมวยไท่เก๊ก ก็เริ่มออกหาข้อมูล คราวนี้ก็เริ่มจะงง
มีทั้งมวยไท่เก๊กแบบ 18 ท่า, 24 ท่า, 42 ท่า, 85 ท่า, 108 ท่า บางแห่งก็ว่าของท่านมีแค่ 4 ท่าเรียนวันเดียวจบ บางที่ก็ว่าของท่านของแท้ดั้งเดิมมี 200 กว่าท่า แต่ท่านได้ฝึกมาแค่ 180 ท่า ที่เหลือต้องแล้วแต่วาสนา หรือบางท่านก็ว่าของท่านเป็นแบบสุดยอดคือไร้กระบวนท่า
พอถามต่ออีก ก็ได้ความว่ามีแบบตระกูลเฉิน, แบบตระกูลหยาง, แบบตระกูลอู่, แบบหมู่บ้านเจ้าเป่า, แบบผสมทุกตระกูล, แบบมาตรฐานรัฐบาลจีน, แบบวิชาลับสุดยอดสืบทอดกันมาในตระกูล
แล้วยังมีแบบเพื่อสุขภาพ, แบบต่อสู้, แบบแข่งขัน, แบบซีเกมส์, แบบเอเชี่ยนเกมส์อีก นี่ก็ว่าอีกหน่อยจะมีแบบโอลิมปิกเกมส์
แล้วว่ากันว่ามวยไท่เก๊กรำกันช้าๆ ไหงมีข่าวลือว่ามีแบบมวยเร็ว แบบวงแคบ วงกลาง วงกว้าง หรือแบบรำช้าตีเร็วอีก แถมวิชาพวกนี้ดูเหมือนจะเป็นวิชาลับ ปิดกันให้แซด ต้องตามหากันสุดขอบฟ้าบุญพาวาสนาส่งถึงจะมีโอกาสได้เรียน
แล้วยังมีอาวุธ ดาบ กระบี่ ทวน พลอง พัด ห่วง สารพัดเครื่องมืออีก ถ้าไม่ได้เรียนสงสัยจะไม่ครบถ้วนกระบวนความ สำนักไหนโรงเรียนไหนไม่สอนท่าจะไม่แน่จริง
แล้วแบบไหนถูก
ถ้าใครถามผมอย่างนี้ คำตอบของผมก็คือถูกหมดนั่นแหละ
เพราะถ้าไม่ถูก ท่านก็คงไม่ฝึก ไม่เอามาสอน แต่ถ้าถามว่าถูกแบบไหน ก็ต้องว่าถูกแบบของท่านผู้ฝึก ของท่านผู้สอนท่านนั้นๆ เพราะแต่ละท่านเรียนกันมาจากต่างแหล่งต่างที่ต่างอาจารย์กัน มากน้อยยาวนานไม่เท่ากัน ความเข้าใจ ความสามารถ พรสวรรค์ไม่เท่ากัน แม้แต่รูปร่างลักษณะแตกต่างกัน จนถึงภาษาที่ใช้ก็แตกต่างกัน ส่งผลให้ออกมาแตกต่างกัน นั่นคือแต่ละท่านก็ย่อมถูกของท่าน ท่านฝึกแบบของท่านแล้วก็ได้ผลลัพธ์แบบของท่าน ส่วนเราไปฝึกกับครูอาจารย์ท่านไหน ก็ต้องว่ากันตามแบบที่ท่านสอน แต่สุดท้ายแล้วเราก็คือเรา อาจารย์ก็คืออาจารย์ แม้จะพยายามเลียนแบบก๊อปปี้กันอย่างไร สุดท้ายก็จะกลายเป็นถูกแบบของเรา ซึ่งยากที่จะให้เหมือนกับของอาจารย์ร้อยเปอร์เซ็นต์
แล้วจะให้ยึดอะไรเป็นมาตรฐาน
ก็เป็นอีกคำถามที่ตอบยากครับ เพราะบางท่านก็ว่าต้องสืบค้นให้ได้เหมือนเดิม ดั้งเดิม เก่าแก่ที่สุด แต่บางท่านก็ว่ายุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป โลกมีการพัฒนาขึ้น มีองค์ความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้น ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ โดยเฉพาะในปัจจุบันวงการวิทยาศาสตร์ทางกีฬาก็มีความก้าวหน้ามาก การกีฬาหลายๆ อย่างก็ได้รับการพัฒนาปรับปรุงจนมีประสิทธิภาพประสิทธิผลมากขึ้นก็ด้วยศาสตร์ใหม่ๆ เครื่องไม้เครื่องมือใหม่ๆ เหล่านี้
หรือแม้แต่หากสืบค้นไปเรื่อยๆ ก็จะพบว่าครูมวยรุ่นเก่าๆ หลายๆ ท่านก็ดัดแปลง เพิ่มเติมวิชาที่ท่านเรียนมา จนทำให้แยกออกเป็นหลายสายหลายตระกูลเช่นในปัจจุบัน
จนกระทั่งแม้แต่ศิษย์อาจารย์คนเดียวกัน เรียนมาเหมือนๆ กัน แต่ภายหลังมาสอนก็ยังแตกต่างกันจนแทบจะเป็นคนละเค้า ต้องแยกสายแยกแบบกันวุ่นวายอีกก็มี
เรื่องถูกเรื่องผิด จึงนับว่าขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยภายนอก และปัจจัยที่ตัวผู้ฝึกเอง คือเรียกว่าขึ้นกับจริตของผู้ฝึกด้วย เพราะถ้าผู้ฝึกรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ นี่ไม่ถูก นี่ไม่เหมาะกับตัวแล้ว การฝึกก็ยากที่จะเกิดผลสัมฤทธิ์ เช่นนั้นแม้ของดีก็กลายเป็นไม่ดี ของถูกก็กลายเป็นผิด แต่ในทางกลับกัน เมื่อท่านได้เรียนสิ่งที่ถูกกับจริต เหมาะกับสภาพร่างกายจิตใจของท่าน ก็ย่อมเกิดสัมฤทธิผลบางประการ แม้ว่าอาจจะเป็นคนละความหมายกับผู้บัญญัติแต่เดิมก็ตาม
นั่นว่ากันจากผลที่เกิดหรือผลที่จะได้กับตัวผู้ฝึก
หากโดยปกติแล้ว เราอาจนับมวยไท่เก๊กแยกคร่าวๆ ได้เป็น 3 ประเภท
คือประเภทดั้งเดิม, ประเภทแข่งขัน และประเภทดัดแปลง
มวยไท่เก๊กประเภทดั้งเดิมนั้น ก็คือประเภทที่ผ่านกาลเวลามาระยะหนึ่งจนเป็นที่ยอมรับแล้ว ไม่ใช่หมายถึงดั้งเดิมต้นแบบเลยทีเดียว เพราะที่ได้เล่าให้ฟังแล้วว่า แม้ที่ว่าดั้งเดิมก็ผ่านการดัดแปลงรอบแล้วรอบเล่า จนแยกเป็นหลายสายหลายตระกูลเช่นกัน ที่มีชื่อเสียง และมีผู้ฝึกอยู่มากจนพอจะยึดเป็นมาตรฐานได้ อาจนับเป็น 5 ตระกูล กับ 1 หมู่บ้าน คือมวยไท่เก๊กตระกูลเฉิน, ตระกูลหยาง, ตระกูลอู่, ตระกูลอู๋, ตระกูลซุน และแบบหมู่บ้านเจ้าเป่า แบบหมู่บ้านเจ้าเป่านี่เพิ่งมาโด่งดังในระยะหลัง ภายหลังจากประเทศจีนเปิดประเทศ ผู้คนได้มีโอกาสไปมาหาสู่ ข้อมูลเริ่มหลั่งไหลออกมามากขึ้น
บางท่านพยายามนับมวยไท่เก๊กแบบสำนักอู่ตัง (บู๊ตึ๊ง) เป็นแบบดั้งเดิมไปด้วย แต่เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนตรงนี้ เพราะสำนักอู่ตังเดิมนั้นล้มหายตายจากกันไปนานแล้ว เพิ่งฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ และรวบรวมวิชามวยจีนที่เคยสอนในสำนักอู่ตังขึ้นมาใหม่เมื่อไม่นานนี้ อีกทั้งการไล่ที่มาที่ไปสายการฝึกของสายนี้ก็ยังไม่ชัดเจนนัก หลายๆ ท่านจึงยังไม่นับมวยไท่เก๊กสำนักอู่ตังเป็นแบบดั้งเดิมไปด้วย
ในโลกนี้ต้องนับว่ามีผู้ฝึกมวยไท่เก๊กแบบดั้งเดิมนี้อยู่มากที่สุด จึงทำให้แบบดั้งเดิมก็แตกแยกออกไปเป็นหลายแบบหลายสายอีก เช่นมวยไท่เก๊กตระกูลหยาง อาจแบ่งเป็น สายครอบครัวตระกูลหยาง, สายท่านเจิ้งม่านชิง, สายท่านต่งอิงเจี๋ย หรือ ทางตระกูลอู่ ก็แบ่งเป็นสายเหนือ สายใต้ เป็นต้น
มวยไท่เก๊กประเภทแข่งขัน เมื่อรัฐบาลจีนพยายามส่งเสริมวิชามวยไท่เก๊กในฐานะศิลปะประจำชาติ จึงผลักดันให้มีมาตรฐาน และจัดให้มีการแข่งขันกันขึ้น และเพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบกันในระหว่างผู้แข่งขันที่ต่างก็ฝึกกันมาคนละแบบคนละตระกูล ก็เลยรวมหลักการท่วงท่าของมวยไท่เก๊กทั้ง 5 ตระกูลเข้าด้วยกันสร้างเป็นมวยไท่เก๊กชุดแข่งขันขึ้นมา เพื่อให้ทุกคนสามารถแข่งกันได้ภายใต้ชุดมวยเดียวกัน กรอบกติกาเดียวกัน แต่เนื่องจากกรอบการแข่งขันซึ่งต้องมีการให้คะแนนอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน ในภายหลังจึงมีผู้สอนและผู้ฝึกที่เน้นเพื่อการแข่งขัน โดยฝึกฝนให้สามารถแสดงออกตามกรอบกติกาการแข่งขัน ผู้ฝึกรุ่นใหม่ๆ หลายๆ คนจึงไม่ได้ฝึกแบบดั้งเดิมมาก่อน แต่ฝึกขึ้นมาเพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะเลยก็มี
มวยไท่เก๊กประเภทดัดแปลง อันนี้เริ่มจะมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ และได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากมีการนำเอาข้อดีจุดเด่นของมวยไท่เก๊กที่เห็นได้ชัดเจนมาแยกฝึก หรือมาผสมกับศาสตร์แขนงอื่นๆ หรือเพิ่มลูกเล่น เพิ่มเครื่องมืออุปกรณ์ หรือกระบวนการที่น่าสนใจ หรือประกอบดนตรีสมัยใหม่ เป็นต้น ซึ่งทำให้คนหนุ่มสาวยุคใหม่หันมาสนใจศาสตร์ประเภทนี้มากขึ้น จากเดิมที่มักจะฝึกฝนกันเฉพาะในหมู่ผู้ชรา หรือผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกายจากอาการป่วยหรือบาดเจ็บเท่านั้น บางครั้งแทบจะไม่อาจนับว่าเป็นมวยไท่เก๊กได้เลยก็มี เช่นการเอาท่าทางบางท่ามาผสมผสานกับท่าออกกำลังกายต่างๆ แล้วก็บอกว่าได้นำข้อเด่นของมวยไท่เก๊กมาผสมผสานก็มี หรือบางครั้งก็เป็นแนวทางที่คิดขึ้นใหม่เลย แต่เอาชื่อมวยไท่เก๊กไปใช้ก็มี

