อวี้เป้ยซื่อ (เตรียมตัว)
August 21st, 2007 at 1:51 am (Practice, Taijiquan)
ในการฝึกฝนมวยไท่เก๊ก ท่าแรกเริ่มที่สุด จนหลายๆ คนแทบจะลืมไปแล้วว่านี่ก็นับเป็นหนึ่งท่า นั่นคือท่าเตรียมตัว หรือ อวี้เป้ยซื่อ ท่าเตรียมตัวนี่เป็นท่าที่ดูแล้วง่ายมาก เพียงแต่ยืนตัวตรงเฉยๆ เท่านั้น แต่ท่าที่ดูเหมือนง่ายนี้ก็กลับเป็นท่วงท่าหนึ่งที่จะฝึกฝนให้มีความสมบูรณ์ได้ยากมาก ท่าเตรียมตัวนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการยืนตรงเฉยๆ แต่ต้องตั้งศีรษะให้ตรง ให้ยอดกระหม่อมเหมือนมีด้ายบางๆ ดึงรั้งไว้ แล้วผ่อนคลายร่างกายทั่วทั้งตัว ผ่อนคลายต้นคอ ไหล่ อก เชิงกราน มือทั้งสองข้างปล่อยลงสบายๆ วางจิตใจให้เป็นสมาธิ ละทิ้งเรื่องราวทั้งสิ้นทั้งปวงไว้เบื้อหลัง พร้อมทั้งสำรวจตนเองว่ามีส่วนใดติดขัด ไม่สมบูรณ์ไม่เรียบร้อย ก็จัดท่วงท่า จัดอารมณ์ความรู้สึกให้อยู่ในสภาวะสงบเรียบร้อย มีสติ สมาธิสมบูรณ์ ทั้งหมดทั้งปวงนี่คือท่ายืนตรงธรรมดาๆ หนึ่งท่า
ในปัจจุบัน เราใช้ชีวิตกันอย่างเร่งรีบ มีกิจกรรมต่างๆ อยู่รอบๆ ตัวตลอดเวลาจนแทบไม่มีเวลาสำรวจตัวเองนิ่งๆ หรือบางทีมีเวลาอยู่นิ่งๆ สักพักหนึ่ง แต่เดี๋ยวก็อาจถูกรบกวนด้วยเสียงโทรศัพท์ เดี๋ยวมีคนเรียกหา หรือแม้แต่ไม่มีสิ่งภายนอกมารบกวน ก็ยังต้องยุ่งอยู่กับเสียงเรียกร้องของจิตใจ คือเดี๋ยวใจก็ก็คิดได้ว่าต้องทำนั่นทำนี่ ร่างกายก็กลายเป็นตอบสนองต่อความคิดหรือต่อกริยาภายนอกโดยอัตโนมัติ แม้ในกริยาอาการทั่วๆ ไป เช่น นั่งอยู่แล้วอยากลุกขึ้นยืน ยืนอยู่แล้วอยากนั่ง ซึ่งสิ่งที่ขาดหายไปสำหรับการตอบสนองอัตโนมัติเช่นนี้คือ “สติ”
เราใช้ชีวิตแบบขาด “สติ” กันอยู่เกือบตลอดเวลา เราไม่รู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เพียงแต่กระทำการตอบสนองต่ออะไรบางอย่างที่เข้ามาในชีวิต ตั้งแต่สิ่งภายนอก เช่น หัวหน้าสั่งให้ทำงาน, เสียงโทรศัพท์, ภาพจากจอโทรทัศน์ หรือตอบสนองต่อกายสัมผัส เช่นการโดนกระแทก หรือเวลาสะดุดหกล้ม หรือการตอบสนองต่อจิตใจของเราเอง เช่น ความหิว กระหาย ความอยากต่างๆ เมื่อมีสิ่งเร้าเหล่านี้เกิดขึ้น เราก็ตอบสนองไปในทันที โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่
บางท่านอาจแย้งว่าไม่จริงหรอก เวลาท่านจะทำอะไรก็คิดก่อนเสมอ รู้ตัวเสมอ ไม่ได้ตอบสนองไปอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า “สติ” คำนี้แตกต่างจากคำว่า “คิด” การคิดนั้นก็เป็นอาการตอบสนองเช่นกัน เราหิวน้ำปุ๊บ เราก็คิดทันทีว่าจะหาน้ำจากไหน นั่นคือความคิดตอบสนองความอยาก เมื่อคิดว่าจะกินน้ำ มองไปเห็นน้ำ ก็ยื่นมือออกไปหยิบแก้วในทันที นั่นก็คืออาการกริยาตอบสนองต่อความคิด หากสิ่งที่ขาดไปคือ “สติ” สติไม่ใช่ความคิด สติเป็นความรู้ตัว เป็นอาการรู้เท่าทัน รู้เท่าทันสัมผัสที่เกิดขึ้น รู้เท่าทันอารมณ์ที่ตอบรับสัมผัส รู้เท่าทันจิตที่ตอบรับอารมณ์ จนถึงรู้เท่าทันอาการกริยาที่ตอบรับจิต เป็นอาการรู้
โบราณเรามีคำว่าตั้งสติ ตั้งสตินี้ผู้ใหญ่ใช้เตือนเราเมื่อกำลังอยุ่ในอารมณ์พลุ่งพล่านไม่ว่าจะเป็นอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง เมื่อเราติดอยู่ในอารมณ์นั้นๆ แล้วก็ทำอะไรไปตามอารมณ์ ผู้ใหญ่ก็จะเตือนเราให้ “ตั้งสติ” นี่เป็นความหมายของท่าเตรียมตัวหรืออวี้เป้ยซื่อ

