มวยไท่เก๊กคืออะไร
August 21st, 2007 at 5:52 am (Misc, Taijiquan)
มวยไท่เก๊กคือวิทยายุทธ์ หรือวิชาการต่อสู้แขนงหนึ่งของจีนซึ่งสืบทอดมาแต่โบราณนับย้อนไปได้เป็นพันปี โดยมาจากคำว่า ไท่เก๊ก หรือไท่จี๋ ซึ่งหากแปลตรงๆ ก็เคยเห็นหนังสือภาษาอังกฤษหลายๆ เล่มแปลออกมาว่า Supreme Ultimate บางท่านเอามาถอดเป็นไทยอีกทีว่า “สุดยอดยิ่งใหญ่” ส่วนคำว่า เฉวียน หรือ คุ้ง ที่บางทีเห็นเขาเอามาต่อท้าย เช่น ไท่เก๊กคุ้ง หรือไท่จี๋เฉวียน แปลว่า มวย
อาจารย์มวยของผมเคยให้ทัศนะในเรื่องการแปลชื่อมวยไท่เก๊กเอาไว้ว่า คำว่าไท่เก๊กนั้นหากแปลตรงๆ ก็คงได้อย่างที่กล่าวไว้แล้ว แต่ในภาษาจีนนั้น แต่ละคำมีความหมายเฉพาะ โดยคำว่าไท่เก๊กนั้นหมายถึงสภาะคู่ หรือสภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงไม่สิ้นสุด สภาวะคู่นี้ภาษาจีนเรียกว่า อิน และหยาง หรือ อิม-เอี๊ยง ซึ่งมีความเป็นพลวัตร เปลี่ยนแปลงก่อเกิดเกื้อหนุนกันอยู่ตลอดเวลา โดยมากมักจะอธิบายด้วยแผนภาพปลาคู่นี้

ซึ่งสื่อความหมายถึงจักรวาลหรือธรรมชาติล้วนมีสภาพเป็นคู่และมีความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ส่วนสภาวธรรมดั้งเดิมซึ่งไม่มีความแตกแยกเป็นคู่เรียกว่าสภาวะบ่อเก๊ก หรืออู๋จี๋ หรือหมายถึงไร้สภาพ บางครั้งจะแสดงด้วยแผนภาพ เป็นรูปวงกลมว่างๆ
โดยแนวคิดเรื่องบ่อเก๊กและไท่เก๊กนี้จัดเป็นปรัชญาพื้นฐานของวิชามวยไท่เก๊ก ซึ่งจะมีการนำไปใช้ตลอดเวลา สภาวะที่มีความเปลี่ยนแปลงไม่สิ้นสุดนี้ก็คือไท่เก๊ก มวยไท่เก๊กก็คือมวยที่ตั้งอยู่ในความเปลี่ยนแปลง ซึ่งเท่ากับชื่อมวยได้สื่อและแสดงถึงปรัชญาของมวยอย่างชัดเจน ไม่ใช่เป็นชื่อยกยอตัวเองว่าเป็นมวยสุดยอดยิ่งใหญ่
ในการเรียนมวยไท่เก๊กนั้น จะเน้นหนักไปที่การฝึกฝนร่างกายมากกว่าการฝึกฝนเทคนิคท่าทาง โดยมีแนวคิดว่าร่างกายต้องแข็งแรงก่อน จึงจะต่อยตีกับผู้อื่นได้ ที่ว่าฝึกฝนร่างกายนั้นคือการฝึกให้ร่างกายมีความแข็งแรง มีลมปราณสมบูรณ์ มีจิตสติแจ่มใส ตั้งแต่อดีตมาจึงมีผู้คนจำนวนมากที่ใช้การฝึกฝนมวยไท่เก๊กในการฟื้นฟูสุขภาพร่างกายจากอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง หรือเจ็บป่วยมาแต่กำเนิด หรือสำหรับผู้ที่บาดเจ็บหรือร่างกายอ่อนแอจนไม่อาจฝึกฝนด้วยวิธีการอื่นได้ ซึ่งก็ได้ผลที่ดีมาก คือผู้ฝึกมักจะมีสภาพร่างกายที่ดีขึ้น หรือหายขาดจากอาการเจ็บป่วยเหล่านั้นได้
ในคำนำเดิมของหนังสือตำรามวยไท่จี๋ของท่านอาจารย์หยางเฉินฟู่ ท่านได้บันทึกถึงคำพูดของท่านอาจารย์หยางลู่ฉานผุ้เป็นปู่ไว้ว่า
“เด็กน้อย ฟังเราบอกกล่าวแก่เจ้า ที่เราฝึกมวยนี้ให้แก่ผู้คน มิใช่เพื่อการต่อยตี หากแต่เพื่อใช้ป้องกันตัว มิใช่เพื่อวงศ์ตระกูล หากแต่เพื่อช่วยเหลือประเทศชาติ ผู้ปกครองประเทศทุกวันนี้รู้เพียงว่า ภัยของประเทศอยู่ที่ความยากจน หาทราบไม่ว่า อาการป่วยของชาติอยู่ที่ความอ่อนแอ นโยบายของผู้ปกครองนั้นมีแต่สงเคราะห์ความยากไร้ ไม่เคยได้ยินว่ามีมาตรการปรับปรุงความเสื่อมโทรม ทั่วประเทศนั้นมีแต่คนเจ็บไข้ได้ป่วย ผู้ใดจะเอาชนะภาระสำคัญอันหนักอึ้งนี้ได้”
(หน้า 13 หนังสือมวยพลังภายในไทเก๊ก โดยเสี่ยวอานต้าและนรบรรณ สนพ.สุขภาพใจ)
นั่นแสดงถึงแนวคิดของครูมวยไท่เก๊กรุ่นก่อนได้เป็นอย่างดี ในยุคหลังมวยไท่เก๊กจึงมีชื่อเสียงในฐานะระบบการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพมากกว่าที่จะถูกมองเป็นศิลปะยุทธ์แขนงหนึ่ง เนื่องจากมีผู้ศึกษามวยไท่เก๊กในแนวทางเพื่อสุขภาพเป็นจำนวนมาก รวมถึงมีการดัดแปลงเอาหลักแนวคิด หรือแนวปฏิบัติจากวิชามวยไท่เก๊กไปผสมกับระบบการออกำลังกายแบบอื่นๆ ซึ่งก็ยังให้ผลดีเช่นกัน

