มวยภายนอกหรือมวยภายใน
August 23rd, 2007 at 4:42 am (Fighting, Taijiquan)
ในตำราหลายๆ เล่ม หรือแม้แต่อาจารย์หลายๆ ท่านจะแบ่งมวยจีนออกเป็นสองประเภทหลักๆ คือ มวยภายนอก (ว่ายเจียเฉวียน) และมวยภายใน (เน่ยเจียเฉวียน) ที่เรียกว่ามวยภายนอกนั้นมักจะอ้างอิงถึงมวยที่ถือกำเนิดจากวัดเส้าหลินเป็นหลัก ซึ่งมักมีลักษณะแข็งแกร่ง ดุดัน ในขณะที่มวยภายในจะเน้นที่ความสงบนิ่ง นุ่มนวล ไม่ใช้กำลัง ซึ่งมักอ้างอิงไปถึงวิทยายุทธ์ของสำนักบู๊ตึ๊ง (อู่ตัง) ซึ่งยึดแนวทางเต๋า เป็นหลัก
เคยมีอาจารย์ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า มีคำกล่าวแต่โบราณว่า “ใต้แผ่นฟ้า มวยจีนแบ่งกันใช้” น่าเสียดายที่ผมจำประโยคภาษาจีนมาไม่ได้ ท่านว่า อันว่ามวยจีนนี้ ไม่ว่าจะที่ใดสำนักใดย่อมใช้หลักการเดียวกัน พื้นฐานเดียวกัน คนฝึกมวยจีนด้วยกันมองท่ามวยของแต่ละฝ่ายก็รู้ว่าเป็นมวยจีน ไม่สามารถเข้าใจไปว่าเป็นมวยไทย มวยญี่ปุ่น มวยเกาหลี หรือมวยชาติอื่นๆ ได้ หากการแบ่งแยกเป็นมวยภายนอกหรือมวยภายในนั้นเป็นเพียงการแบ่งตามลักษณะการฝึกฝน แต่เป้าหมายนั้นคือสิ่งเดียวกัน มวยจีนนั้นแต่โบราณพูดกันว่าฝึกเพื่อบำรุงสุขภาพ และใช้ป้องกันตัว ผู้ฝึกมวยจะแสวงหาความเป็นเลิศในเชิงมวยของตน เป็นสิ่งเฉพาะตัว และเป็นศิลปะ
ที่เรียกว่ามวยภายนอก (ว่ายเจียเฉวียน) นั้น เมื่อมองที่ลักษณะของมวยแล้วมักจะมีการเคลื่อนไหวทีรวดเร็ว มีเคลื่อน มีหยุด ใช้พละกำลังหรือความคล่องแคล่วว่องไวประกอบกับเทคนิคท่วงท่าในการเข้ากระทำกับคู่ต่อสู้ ดังนั้นจึงมักจะมีทิศทางการเข้าตีเป็นเส้นตรงเพื่อให้สามารถส่งพลังเข้าไปได้สูงสุดในระยะทางสั้นที่สุด เน้นหนักในการรุกหรือเข้าตี ขณะเข้าตีจิตใจะอยู่กับเป้าหมายหรือฝ่ายตรงข้าม จนมักจะเห็นความมุ่งมั่นออกมาได้อย่างชัดเจนจากสีหน้าท่าทาง และเนื่องจากการร่ายรำมวยหรือการออกหมัดเข้าตีจะใช้แรงใช้กำลังมาก จะสังเกตเห็นได้ชัดเจนว่าผู้ฝึกในขณะรำมวยหรือขณะประมือกับผู้คน หัวใจจะเต้นแร็วขึ้น ลมหายใจจะกระชั้นขึ้น อาจมีการหอบหายใจ เช่นเดียวกับการฝึกแบบแอโรบิค การฝึกฝนจึงต้องฝึกความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อร่างกาย ฝึกความอดทนและความแข็งแรงในระดับสูงมาก เช่นการฝึกวิ่งระยะไกล ฝึกยกน้ำหนัก ฝึกยืนย่อขาต่ำมากๆ ทั้งยังต้องมีการฝึกเปลี่ยนจังหวะหายใจเพื่อลดอาการเหนื่อยหอบ ซึ่งนักกรีฑาระยะไกลทุกท่านย่อมต้องเคยฝึกฝนมาบ้าง
มวยภายนอกมีข้อดีตรงที่สามารถฝึกได้เร็ว นำไปใช้จริงได้เร็ว บางท่านฝึกเพียงระยะสั้นๆ ไม่กี่เดือนก็สามารถนำไปใช้ต่อสู้จริงอย่างได้ผล หรือหากฝึกอย่างเข้มงวดเพียงไม่กี่ปีก็สามารถเป็นผู้มีฝีมือสูงได้แล้ว ลักษณะมวยภายนอกอาจจะกล่าวได้ว่าคล้ายกับการกีฬาของทางชาติตะวันตก ซึ่งจะเห็นได้ว่านักกีฬาที่มีฝีมือสูงๆ หรือระดับแชมเปียน ส่วนมากมักจะเป็นผู้ที่มีอายุน้อยๆ จนถึงวัยฉกรรจ์เท่านั้น แต่พออายุเกิน 30 ปีเศษๆ ไปแล้ว ก็ค่อยๆ เสื่อมถอยลง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว แม้จะเรียกว่ามวยภายนอก แต่จากลักษณะเฉพาะของมวยจีน ย่อมต้องมีการฝึกฝนภายในรวมอยู่ด้วย มีคำกล่าวที่ว่า “ฝึกมวยไม่ฝึกพลัง เมื่อแก่เฒ่ามีแต่ความว่างเปล่า” แม้เป็นมวยภายนอกก็ย่อมมีรูปแบบวิธีการฝึกสำหรับผู้ที่อายุเกิน 30 ปีไปแล้ว จนถึงอายุ 60-70 ปีก็ยังจะต้องฝึกฝนได้อยู่ หากแต่ว่ายุคที่ดีที่สุดนั้นได้ผ่านไปแล้วไม่สามารถออกท่าทางได้เหมือนเมื่อตอนยังอยู่ในวัยฉกรรจ์ ที่เคยกระโดดโลดเต้น ตีลังกาออกท่าทางอย่างหนักหน่วงย่อมทำไม่ได้อีกต่อไปด้วยว่าฝืนกับสภาพชราเสียแล้ว หรือถึงทำได้ก็คงไม่เหมาะสมและเสี่ยงกับอาการบาดเจ็บจากความเสื่อมของกล้ามเนื้อเส้นเอ็น และข้อกระดูกต่างๆ และหากบาดเจ็บยังจะฟื้นตัวได้ยากกว่าในวัยหนุ่มสาวหรืออาจไม่สามารถฟื้นฟูได้อีกเลย
การฝึกฝนภายในสำหรับมวยภายนอกนั้น ยังต้องฝึกตั้งแต่อายุยังน้อย ยากที่มาเริ่มฝึกเอาเมื่ออายุมากแล้วแล้วจะประสบผลสำเร็จ อีกทั้งกระบวนการฝึกภายในนั้นจะค่อนข้างน่าเบื่อ เชื่องช้า และแทบไม่เห็นผลเอาเลยในระยะเวลาสั้นๆ จึงมักจะขัดกับความรู้สึกของผู้ฝึกมวยภายนอกที่ต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็วเหลือเกิน ผู้ฝึกมวยภายนอกหลายๆ ท่านจึงมักจะไม่สามารถฝึกฝนวิชาฝ่ายภายในของมวยภายนอกได้สำเร็จ และพบกับความว่างเปล่าในวัยชรา บางท่านถึงกับออกมาปรามาสว่ากำลังภายในนั้นไม่มีอยู่จริง หรือสิ่งที่เรียกว่าพลังภายในเป็นเรื่องโกหกหลอกลวงทั้งสิ้น ซึ่งตรงนี้หากคิดดูให้ดีแล้วก็คงจะไม่กล่าวเช่นนี้ออกมาได้ ด้วยว่าในวิทยายุทธ์จีนนั้น ไม่ว่าจะเป็นค่ายไหน สำนักใดก็ล้วนกล่าวถึงกำลังภายในไว้มากมายเหลือเกิน ท่านอาจารย์รุ่นก่อนหรือปราชญ์โบราณเหล่านั้นคงไม่ได้รวมหัวกันมาหลอกลวงคนรุ่นหลังกระมัง
มวยที่สังกัดมวยภายนอกมีเยอะแยะครับ แต่เด่นๆ ที่เรารู้จักกันมักจะเป็นมวยที่มีต้นกำเนิดจากวัดเส้าหลิน ซึ่งมีบางสายที่ถ่ายทอดไปจนถึงประเทศญี่ปุ่น กลายเป็นต้นกำเนิดของวิชาคาราเต้ไป
Pages: 1 2

