มวยภายใน
August 23rd, 2007 at 4:25 am (Misc, Taijiquan)
ในปัจจุบัน เราได้รู้จักกับศิลปะปัองกันตัวมากมายหลายระบบ ตั้งแต่คาราเต้ กังฟู ไอคิโด มวยไทย ทั้งแต่ละระบบยังมีความแตกต่างกันระหว่างสำนัก หรือรูปแบบต่างๆ เช่น คารเต้ หรือกังฟูแบบต่างๆ แต่โดยหลักแล้วศิลปะป้องกันตัวสามาารถแบ่งหลักๆ ได้เพียงสองประเภท
ประเภทที่รู้จักกันทโดยทั่วไปอย่างกว้างขวาง ซึ่งอาจเรียกได้ว่า “มวยแข็ง” หรือ “มวยภายนอก” เช่นมวยไทย คาราเต้ เทควันโด และกังฟูสายแข็งอีกหลายสำนัก เช่น มวยฉอยลีฟัด, ฮังก่าและมวยเส้าหลินต่างๆ อาจกล่าวได้ว่า มวยจีนสายแข็งส่วนมากมักจะมาจากรากเดียวกันคือมวยของวัดเส้าหลิน วัดเส้าหลิน หรือแปลตามตัวว่าวัดป่าน้อยมีอายุหลายร้อยปี ถูกทำลายและสร้างขึ้นมาใหม่หลายครั้งหลายคราถูกกล่าวถึงในมากมายในฐานะแหล่งกำเนิดวิทยายุทธจีน
นอกจากนี้ มวยจีนอีกประเภทที่มีการฝึกสอนกันอย่างกว้างขวาง คือมวยประเภทที่เรียกกันว่า “มวยอ่อน” หรือ “มวยภายใน” เช่นมวยไท้จี๋ (มวยไท้เก๊ก) มวยปากัวจาง, มวยสิ่งอี้ ทั้งนี้มวยไท้จี๋เป็นมวยที่มีผู้คนฝึกฝนกันเป็นจำนวนมากนับล้านๆ คนในเมืองจีน แต่กระนั้นมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ฝึกฝนวิชามวยไท้จี๋ในฐานะของมวยหรือศิลปะป้องกันตัว ส่วนมากแล้วมักฝึกมวยนี้เพียงเพื่อเป็นการออกกำลังกาย หรือเพื่อสุขภาพ ซึ่งก็นับเป็นผลรับอันยิ่งใหญ่ที่มวยไท้จี๋สามารถให้กับผู้ฝึกฝนได้ ในยุคปัจจุบัน มวยไท้จี๋ ซึ่งหมายถึงสัญลักษณ์หยินหยางหรือบางคนอาจแปลตามตัวอักษรว่า มวยสุดยอดแห่งสุดยอดหรือสุดยอดยิ่งใหญ่ ได้ถูกนำไปเผยแพร่ในโลกตะวันตกทั้งอเมริกาและยุโรป ทำให้มวยไท้จี๋เป็นที่รู้จักแพร่หลายไปทั่วโลก
มวยไท้จี๋ถูกกล่าวถึงในฐานะมารดาแห่งมวยภายใน ขณะที่บางคนเปรียบมวยปากัวจาง เป็นน้องสาวหรือลูกสาว และมวยสิ่งอี้เป็นน้องชายหรือลูกชาย ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่ามวยทั้งสองถือกำเนิดขึ้นมาจากมวยไท้จี๋ มวยเหล่านี้ล้วนมีการฝึกฝนการโคจรลมปราณหรือชี่ เน้นการใช้กำลังภายในมากกว่ากำลังของกล้ามเนื้อ ซึ่งทำให้แตกต่างจากระบบของมวยภายนอกทั่วไป
ในประเทศจีน แม้ในทุกวันนี้มีน้อยคนนักที่สามารถศึกษามวยทั้งสามชนิดได้อย่างเชี่ยวชาญ บางคนถึงกับกล่าวว่าคงต้องฝึกกันตลอดชีวิตถึงสามชาติกว่าจะเรียนรู้ได้หมด ดังนั้นส่วนมากมักจะศึกษามวยไท้เก๊กเป็นมวยหลักแล้วฝึกมวยปากัวจางหรือสิ่งอี้เป็นมวยที่สอง และแม้แต่สำนักมวยส่วนใหญ่จะสอนเพียงมวยชนิดเดียว แต่มันก็จะง่ายกว่ามากหากได้เรียนมวยสิ่งอี้หรือปากัวจางภายหลังจากที่ได้ศึกษามวยไท้จี๋มาก่อนแล้ว ทั้งนี้เพราะมันจะง่ายกว่าหากจะเรียนส่วนที่ยากที่สุดของมวยภายในจากมวยไท้จี๋ รวมถึงการที่หลักหลายๆ อย่างของมวยปากัวจางหรือมวยสิ่งอี้ก็สามารถพบได้ในมวยไท้จี๋เอง
อาจารย์มวยจีนหลายท่านที่มีชื่อเสียง ซึ่งได้ศึกษามวยจีนชนิดอื่นๆ มาก่อน ภายหลังเมื่อมีโอกาส หลายท่านก็มักจะมาฝึกฝนมวยไท่จี๋เพิ่มเติม หรือมาเริ่มฝึกฝนเมื่อมีอายุสูงวัยแล้ว เนื่องจากมวยไท่จี๋นั้นไม่ได้เกี่ยงรูปร่างลักษณะหรือวัยของผู้ฝึก แม้สูงอายุหรือมีร่างกายอ่อนแอเจ็บไข้ได้ป่วยก็สามารถฝึกฝนพัฒนาต่อเนื่องได้
อาจารย์มวยบางท่าน เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง จะไม่พยายามแบ่งแยกมวยเป็น “ภายนอก” และ “ภายใน” ด้วยอ้างว่ามวยจีนทุกประเภทล้วนใช้หลักการเดียวกัน มีการฝึกฝนทั้งภายนอกและภายใน มีการฝึกทั้งท่วงท่าและพลังภายในเช่นเดียวกัน ไม่ใช่ว่ามวยภายนอกจะไม่ฝึกฝนลมปราณพลังภายใน หรือมวยภายในจะไม่ฝึกฝนท่วงท่า รวมทั้งอาจจะอ้างว่าคำว่า “มวยภายนอก” และ “มวยภายใน” เพิ่งได้รับการบัญญัติขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิงซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายของจีนนี้เอง ไม่ได้ถูกเรียกมาตั้งแต่ยุคแรกๆ หากแต่อย่างไรก็ดี เราคงไม่สามารถปฏิเสธความแตกต่างระหว่างกระบวนการ วิธีฝึกและปรัชญาของมวยที่แตกต่างกันได้ แม้จะไม่เรียกว่า “ภายนอก” หรือ “ภายใน” แต่ก็ยังมีความแตกต่างกันโดยตัวเองอยู่ดี

