กีฬาเป็นยาวิเศษ
August 24th, 2007 at 12:43 am (Misc, Taijiquan)
สิ่งที่อยู่ในสายเลือด ในพันธุกรรมหรืออะไรก็ตาม ของมนุษย์ โดยเฉพาะผู้ชาย คือ ความก้าวร้าว อยากต่อยตีเก่ง อยากมีความสามารถในการต่อยตีหรือต่อสู้ เขาว่ามันเป็นสัญชาติญาณของสัตว์โลกที่ต้องพยายามรักษาตัวรอด รักษาเผ่าพันธุ์อะไรทำนองนั้น
แรงผลักดันชนิดนี้ เป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้ต่อสู้กับธรรมชาติ ให้มีการพัฒนาก้าวหน้า ผลักดันให้มนุษย์เรากลายเป็นมนุษย์เช่นทุกวันนี้ และในอีกทางหนึ่ง ผลักดันให้มนุษย์มีการต่อสู้ รบราฆ่าฟันกันมาตลอดระยะเวลาในประวัติศาตร์ของมนุษยชาติ เท่าที่มีบันทึกไว้ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา
มนุษย์เราได้สร้างระบบศีลธรรม ระบบกฏหมายขึ้นมามากมาย เพื่อควบคุมความก้าวร้าวรุนแรงเหล่านี้ ซึ่งแม้จะกล่าวได้ว่าพอจะควบคุมได้ แต่มันก็ไม่ได้หายไปไหน มันไม่ได้ถูกทำลายให้หายไป และมันยังอยู่ในตัวเราตลอดเวลา ส่วนหนึ่งถูกแปลงออกมาอยู่ในรูปของศิลปะการต่อสู้หรือศิลปะยุทธ์ และส่วนหนึ่งแสดงออกมาทางการกีฬา
ซึ่งหลายๆ คนโดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น แสวงหาความแข็งแกร่งให้กับตนเอง เพื่อตอบสนองความก้าวร้าวในตัว บางคนทุ่มเทให้กับการกีฬา บางคนเลือกทางตรงกว่านั้นเช่นการฝึกฝนศิลปะป้องกันตัว หรือกีฬาประเภทที่เป็นการต่อสู้เช่นมวย คาราเต้ ยูโด เทควันโด
การออกกำลังกายนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่การเล่นกีฬาบางครั้งไม่ใช่ว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป การฝึกที่บางครั้งหนักเกินกำลัง หรือการแสวงหาความแข็งแกร่งแบบผิดวิธี ก่อให้เกิดปัญหากับตัวผู้ฝึกมากมาย และเมื่อบาดเจ็บ ก็ถือได้ว่าเป็นความสูญเสีย ทั้งต่อตัวผู้ฝึกเอง และต่อสังคม อาการบาดเจ็บบางครั้งหรือหลายๆ ครั้ง เกินกว่าที่จะเยียวยารักษาได้ง่ายๆ หรือไม่ก็ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมากในการรักษา หรืออาจจะถึงขั้นรักษาไม่หายนั่นคือผลจากการฝึกกีฬา ยาวิเศษที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงโทษของมัน
นักกีฬาจำนวนมากที่บาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ในหมู่นักกีฬาอาชีพ สามารถกล่าวได้ว่าเห็นกันเป็นเรื่องปกติ ออกข่าวกันเป็นประจำ เดี๋ยวคนนี้เจ็บตรงนั้น คนนั้นเจ็บตรงนี้ เดี๋ยวต้องผ่าตัดตรงนั้น ต้องพักฟื้นเท่านั้นเท่านี้เดือน หรือบางทีก็มีข่าวประเภทที่ว่า นักกีฬาฝืนลงแข่งทั้งๆ ที่ยังไม่หายดี เพื่อพยายามรักษาสถิติหรืออะไรบางอย่าง หรือไปไกลกว่านั้นก็อาจจะเป็นเรื่องของผลประโยชน์เงินทอง ทั้งของตัวนักกีฬาเองและบรรดาผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย
ส่วนที่แทบจะไม่มีใครเก็บสถิติกันเลย คือในหมู่นักกีฬาสมัครเล่น นักกีฬาระดับโรงเรียน หรือตามชมรมกีฬาต่างๆ ว่ามีอาการบาดเจ็บกันหรือไม่ อย่างไร ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีไหม และการติดตามผลการรักษาในระยะยาวเป็นอย่างไร ประกอบกับในการฝึกกีฬาสมัครเล่นในระดับโรงเรียนหรือเยาวชนนั้น บ่อยครั้งที่ผู้ฝึกก็ไม่ได้มีความรู้ในทางสรีรศาสตร์ หรือในระบบการฝึกที่แท้จริง
เห็นกันบ่อยๆ ว่ามีการฝึกโดยไม่ได้บริหารอบอุ่นร่างกายอย่างเหมาะสมก่อนการฝึก การดื่มน้ำเย็นจัดระหว่างฝึกหรือหลังการฝึก การทรุดตัวลงนั่งทันทีหลังจากฝึกมาเหนื่อยๆ หรือการไม่รู้จักคูลดาวน์ร่างกายอย่างถูกวิธี การเคลื่อนไหวที่ฝืนกับระบบร่างกายหรือกล้ามเนื้อข้อต่อทั้งหลาย การไม่รู้จักวิธีนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อซึ่งอาจทำให้มีการบาดเจ็บสะสม การฝึกที่ผิดวิธี เช่นการชกลมหรือเตะลมอย่างรุนแรง ซึ่งทำให้ข้อต่อบาดเจ็บ การฝึกกับอุปกรณ์แบบผิดวิธี เช่นการฝึกยกลูกเหล็กด้วยน้ำหนักที่ไม่เหมาะสม หรือบางคนถึงกับฝึกชกอิฐชกหิน โดยไม่ได้เรียนรู้วิธีการที่ถูกต้องในการป้องกันอาการบาดเจ็บ จนไปถึงการใช้โปรตีนบำรุงร่างกายด้วยปริมาณมหาศาลเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างผิดธรรมชาติ หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยการใช้ยากระตุ้นประเภทต่างๆ ที่ก่อให้เกิดผลเสียในระยะยาวก็มีให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ
สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บทั้งระยะสั้นหรือระยะยาวทั้งสิ้น
กีฬา กีฬาเป็นยาวิเศษ…

