August 23rd, 2007 at 4:42 am (Fighting, Taijiquan)
ในตำราหลายๆ เล่ม หรือแม้แต่อาจารย์หลายๆ ท่านจะแบ่งมวยจีนออกเป็นสองประเภทหลักๆ คือ มวยภายนอก (ว่ายเจียเฉวียน) และมวยภายใน (เน่ยเจียเฉวียน) ที่เรียกว่ามวยภายนอกนั้นมักจะอ้างอิงถึงมวยที่ถือกำเนิดจากวัดเส้าหลินเป็นหลัก ซึ่งมักมีลักษณะแข็งแกร่ง ดุดัน ในขณะที่มวยภายในจะเน้นที่ความสงบนิ่ง นุ่มนวล ไม่ใช้กำลัง ซึ่งมักอ้างอิงไปถึงวิทยายุทธ์ของสำนักบู๊ตึ๊ง (อู่ตัง) ซึ่งยึดแนวทางเต๋า เป็นหลัก
เคยมีอาจารย์ท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า มีคำกล่าวแต่โบราณว่า “ใต้แผ่นฟ้า มวยจีนแบ่งกันใช้” Read the rest of this entry »
Comments
August 23rd, 2007 at 4:25 am (Misc, Taijiquan)
ในปัจจุบัน เราได้รู้จักกับศิลปะปัองกันตัวมากมายหลายระบบ ตั้งแต่คาราเต้ กังฟู ไอคิโด มวยไทย ทั้งแต่ละระบบยังมีความแตกต่างกันระหว่างสำนัก หรือรูปแบบต่างๆ เช่น คารเต้ หรือกังฟูแบบต่างๆ แต่โดยหลักแล้วศิลปะป้องกันตัวสามาารถแบ่งหลักๆ ได้เพียงสองประเภท
ประเภทที่รู้จักกันทโดยทั่วไปอย่างกว้างขวาง ซึ่งอาจเรียกได้ว่า “มวยแข็ง” หรือ “มวยภายนอก” เช่นมวยไทย คาราเต้ เทควันโด และกังฟูสายแข็งอีกหลายสำนัก Read the rest of this entry »
Comments
August 21st, 2007 at 1:53 pm (Classic, Taijiquan)
โดย จางซานฟง ศตวรรษที่ 13
เรียบเรียงและอรรถาธิบายโดย TT Liang
1. ในทุกๆ การเคลื่อนไหว ทั่วทั้งร่างกายจะต้องเบาและคล่อง ทุกส่วนของร่างกายเรียงร้อยกันดุจสร้อยไข่มุก
ทุกท่วงท่าจะต้องได้รับการฝึกฝนจนเคลื่อนที่ได้โดยไม่ต้องใช้กำลังฝืนและโดยปราศจากการเครียดเกร็งที่ไม่จำเป็น จึงจะให้แขนขาและอวัยวะต่างๆ ในร่างกายคล่องแคล่วปราศจากน้ำหนัก และทำให้ร่างกายตื่นตัว มีชีวิตชีวา ลื่นไหลและเป็นอิสระ ความเบานั้นไม่ใช่ว่าว่างเปล่า หากต้องประกอบด้วยกำลังภายใน ความคล่องนั้นไม่ใช่เพียงผิวเผิน แต่ต้องเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกสดชื่น ตื่นตัว Read the rest of this entry »
Comments
August 21st, 2007 at 12:08 pm (Misc, Taijiquan)
จากหนังสือหลวงปู่ฝากไว้
โดย พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดูลย์ อตุโล)
ตื่นอาจารย์
นักปฎิบัติธรรมสมัยนี้มีสองประเภท ประเภทหนึ่งเมื่อได้รับข้อปฏิบัติ หรือข้อแนะนำจากอาจารย์ พอเข้าใจแนวทางแล้วก็ตั้งใจเพียรพยายามปฏิบัติไปจนสุดความสามารถ อีกประเภทหนึ่งทั้งที่มีอาจารย์แนะนำดีแล้ว ได้ข้อปฏิบัติถูกต้องดีแล้ว แต่ก็ไม่ตั้งใจทำอย่างจริงจัง มีความเพียรต่ำ ขณะเดียวกันก็ชอบเที่ยวแสวงหาอาจารย์ ไปในสำนักต่างๆ ได้ยินว่าสำนักไหนดีก็ไปทุกแห่ง ซึ่งลักษณะนี้มีอยู่มากมาย Read the rest of this entry »
Comments
August 21st, 2007 at 11:41 am (Fighting, Taijiquan)
หลายท่านที่เพิ่งมาฝึกมวยไท่เก๊กได้ไม่นาน โดยเฉพาะขาบู๊จะเริ่มรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองอ่อนแอลง กล้ามเนื้อก็ไม่ให้ใช้ ไม่ให้ฝึก ท่วงท่าก็เนิบช้า จะเตะๆ ต่อยๆ กันก็ไม่มี ก็เลยชักหวั่นใจ กลัวว่าระหว่างนั้นหากไปมีเรื่องกับใครแล้วจะกลายเป็นไปขึ้นเขียงให้เขาเชือด ก็เลยเริ่มจะยุกยิก อยากฝึกวิชาที่เป็นแนวบู๊ควบคู่ไปด้วย แต่ทางหนึ่งก็ห่วงว่าฝึกวิชาอื่นพร้อมกับมวยไท่เก๊กแล้วจะกลายเป็นไม่ได้ดี ห่วงพี่เสียดายน้อง ก็พยายามสรรหาวิชาที่ดูจะพอฝึกขนานไปกันได้ แล้วก็เลยเป็นปัญหาว่าจะทำอย่างไรดี Read the rest of this entry »
7 Comments
August 21st, 2007 at 11:25 am (Fighting, Taijiquan)
หลายท่านพยายามจะเปรียบเทียบระหว่างวิชาศิลปะยุทธ์หลายๆ สาย ประมาณว่ามวยไหนเก่งกว่ามวยไหน หรือบางทีก็ว่ากันไปว่าวิชามวยต่างๆ นี้เอาไปใช้จริงไม่ได้ เจอนักเลงหัวไม้ข้างถนนก็จอดหมด หรือไม่ก็เก่งอย่างไรก็แพ้ลูกปืนเหมือนๆ กัน
ซึ่งหลายๆ ท่านที่มาเปรียบเทียบแนวนี้ ผมว่าท่านสับสนระหว่าง กีฬา,การต่อสู้ และวิชามวย Read the rest of this entry »
1 Comments
August 21st, 2007 at 10:59 am (Fighting, Taijiquan)
บางคนอาจจะเคยเห็นอาจารย์มวยจีนบางท่านแสดงการตีหรือผลักลูกศิษย์ฝ่าอากาศ คือตีไม่โดน แต่คนโดนตีกระเด็นออกไปหรืออย่างน้อยก็ต้องเคยได้ยินตำนานเล่าขานมาในลักษณะนี้ ซึ่งบางคนก็เชื่อมั่นและใฝ่ฝันที่จะฝึกฝนตนเองให้ทำเช่นนั้นให้ได้ หรือบางคนก็มองว่านี่เป็นเรื่องโกหกหลอกลวง หรือไม่ก็เป็นการสะกดจิต หรือผลทางจิตวิทยาที่ลูกศิษย์มักจะกลัวอาจารย์เลยล้มตัวไปก่อนที่จะโดนตี
ทีนี้เรื่องจริงเป็นอย่างไร แล้วเราควรมีความเห็นอย่างไรต่อเรื่องนี้ Read the rest of this entry »
1 Comments
August 21st, 2007 at 10:27 am (History, Taijiquan)
ประเทศไทยนั้น ได้ติดต่อค้าขายกับประเทศจีนมาหลายร้อยปีแล้ว ทั้งยังมีชาวจีนที่อพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารตั้งแต่โบราณ จนออกลูกออกหลานกลายเป็นคนไทยไปก็มาก ชาวจีนหรือแม้แต่ลูกหลานชาวจีนในประเทศไทยยังได้เข้ารับราชการจนได้รับตำแหน่งเป็นขุนนาง จนถึงกับเป็นพระมหากษัตริย์เช่นพระเจ้าตากสินมหาราชก็เป็นลูกหลานชาวจีนในประเทศไทย จึงไม่น่าแปลกใจที่วิทยายุทธ์จีนหรือมวยจีนนั้นได้เผยแพร่เป็นที่รู้จักกันในสยามประเทศนี้เป็นเวลาช้านานมาแล้ว จนมีบันทึกอยู่ในประวัติศาสตร์ก็มีเช่น พระยาพิชัยดาบหักวีรบุรุษของชาวไทยนั้น ในประวัติของท่านก็เคยศึกษาวิชามวยจีนด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ในยุคก่อนๆ นั้น แม้จะมีคำเรียกขานแบบแบ่งแยกว่าเป็นคนไทย คนจีน คนมอญ คนญวน แต่ต่างก็อาศัยอยู่บนแผ่นดินสุวรรณภูมินี้ร่วมกันอย่างสันติฉันท์พี่น้องมาโดยตลอด Read the rest of this entry »
Comments
August 21st, 2007 at 10:18 am (Misc, Taijiquan)
การฝึกชี่กง มีหลายตำรา หลายสำนัก ซึ่งมักจะให้ผลคล้ายๆ กันก็คือ การชักนำให้เลือดลมเดินสะดวก ปรับสมดุลภายในร่างกาย ช่วยรักษาอาการเจ็บไข้ได้ป่วย หรือชลอความเสื่อมของสังขาร หรือถ้าฝีมือแก่กล้าขึ้นก็อาจใช้ในการชักนำชี่หรือพลังชีวิตของคนอื่น ช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้กับผู้อื่นได้ด้วย
ดังนั้นการฝึกชี่กงย่อมมีคุณประโยชน์อยู่ในตัวอยู่แล้วครับ ผู้ฝึกมวยไท่เก๊กก็สามารถฝึกชี่กงร่วมด้วยได้ หากว่าการฝึกฝนแบบนั้นๆ ไม่ขัดกับวิชามวยไท่เก๊กที่ฝึกฝนอยู่ เพราะชี่กงมีหลายประเภทหลายรูปแบบ บางรูปแบบก็เน้นไปในทางการฝึกพลังแข็ง หรือการฝึกความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อร่างกาย ซึ่งบางครั้งอาจจะขัดแย้งกับแนวทางการฝึกฝนมวยไท่เก๊กก็เป็นได้ Read the rest of this entry »
Comments
August 21st, 2007 at 10:06 am (Fighting, Taijiquan)
ไม่ยากหรอกครับ หาซื้อกระบี่มาสักเล่มหนึ่ง เลือกน้ำหนักให้เหมาะมือ ไม่หนักไป ไม่เบาไป อันนี้อยู่ที่กำลังของแต่ละคน ถ้าแรงดีเลือกที่หนักหน่อยก็ได้ ความยาวของใบปกติแล้วจะทดสอบโดยเอามือกุมบริเวณโกร่งกระบี่ ที่ต่อกับด้ามน่ะครับ วางแขนลงข้างลำตัวให้ปลายกระบี่ชี้ขึ้น ปลายกระบี่ควรสูงประมาณติ่งหูผู้ถือพอดีครับ แต่ถ้าเลือกไม่ได้ก็เอาที่ใกล้เคียงก็พอไหว ใบกระบี่นิยมให้อ่อนพริ้วเล็กน้อยไม่แข็งตันจนเกินไป แต่ก็ไม่อ่อนจนเกินไปเหมือนกัน Read the rest of this entry »
1 Comments