Archive for August, 2007
อย่างไรจึงจะเป็นมวยไท่เก๊ก
ในเมื่อมวยไท่เก๊กมีหลายหลายประเภทเหลือเกิน ทุกแห่งก็ล้วนถูกของท่านทั้งนั้น แล้วควรจะยึดหลักอะไรในการพิจารณาว่านี่แหละคือมวยไท่เก๊ก
หากยึดตามแนวทางของมวยไท่เก๊กแบบดั้งเดิม แม้จะแยกเป็นหลายสายหลายตระกูล แต่ก็มีแนวทางหลักยึดเดียวกันอยู่
เรื่องแรกคือ นับถือปรมาจารย์จางซานฟง เป็นผู้ปรมาจารย์ผุ้บัญญัติวิชามวยไท่เก๊ก Read the rest of this entry »
มวยไท่เก๊กมีกี่แบบกี่ประเภท
พอเริ่มคิดจะเรียนมวยไท่เก๊ก ก็เริ่มออกหาข้อมูล คราวนี้ก็เริ่มจะงง
มีทั้งมวยไท่เก๊กแบบ 18 ท่า, 24 ท่า, 42 ท่า, 85 ท่า, 108 ท่า บางแห่งก็ว่าของท่านมีแค่ 4 ท่าเรียนวันเดียวจบ บางที่ก็ว่าของท่านของแท้ดั้งเดิมมี 200 กว่าท่า แต่ท่านได้ฝึกมาแค่ 180 ท่า ที่เหลือต้องแล้วแต่วาสนา หรือบางท่านก็ว่าของท่านเป็นแบบสุดยอดคือไร้กระบวนท่า
พอถามต่ออีก ก็ได้ความว่ามีแบบตระกูลเฉิน, แบบตระกูลหยาง, แบบตระกูลอู่, แบบหมู่บ้านเจ้าเป่า, แบบผสมทุกตระกูล, แบบมาตรฐานรัฐบาลจีน, แบบวิชาลับสุดยอดสืบทอดกันมาในตระกูล Read the rest of this entry »
ไท่เก๊กหรือไท่จี๋ เรียกอย่างไรแน่
บางท่านอาจจะไม่เคยรู้จัก หรือไม่เคยเห็นมวยไท่เก๊กมาก่อน
แต่หลายๆ ท่านอาจจะเคยเห็นผู้เฒ่าผู้แก่ร่ายรำท่าทางประกอบดนตรีตามสวนสาธารณะ ซึ่งท่านว่าท่านรำมวยไท่เก๊ก
บางท่านพยายามค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต พอเวลาจะพิมพ์คำว่าไท่เก๊ก ก็งงว่าควรใช้คำไหนถึงจะถูก ไทเก็ก ไทเก๊ก ไทเกก หรือ ไท่เก๊ก ไท้เก๊ก ไท่เก็ก สารพัด
มวยไท่เก๊กคืออะไร
มวยไท่เก๊กคือวิทยายุทธ์ หรือวิชาการต่อสู้แขนงหนึ่งของจีนซึ่งสืบทอดมาแต่โบราณนับย้อนไปได้เป็นพันปี โดยมาจากคำว่า ไท่เก๊ก หรือไท่จี๋ ซึ่งหากแปลตรงๆ ก็เคยเห็นหนังสือภาษาอังกฤษหลายๆ เล่มแปลออกมาว่า Supreme Ultimate บางท่านเอามาถอดเป็นไทยอีกทีว่า “สุดยอดยิ่งใหญ่” ส่วนคำว่า เฉวียน หรือ คุ้ง ที่บางทีเห็นเขาเอามาต่อท้าย เช่น ไท่เก๊กคุ้ง หรือไท่จี๋เฉวียน แปลว่า มวย Read the rest of this entry »
ฉีซื่อ (เริ่มต้นท่า)
เมื่อจิตสติรวมตัว ใจมีความสงบ ร่างกายผ่อนคลาย จึงเริ่มออกท่า ท่าเริ่มต้นของมวยไท่เก๊กนั่นเริ่มขยับจากส่วนเล็กๆ ในร่างกายคือปลายนิ้ว แล้วค่อยๆ ขยายขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นการขยับทั้งตัว ด้วยอาการค่อยเป็นค่อยไป เปรียบเหมือนเวลาเราออกรถ ก็ย่อมออกด้วยเกียร์ 1 จากสภาพหยุดนิ่งค่อยๆ ปล่อยคลัชส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังเพลาล้อทีละน้อย จนเมื่อรถขยับเคลื่อนที่แล้วจึงค่อยๆ เร่งกำลังเครื่องยนต์ พร้อมทั้งปล่อยคลัทช์ออกจนสุดเพื่อเร่งให้เกิดความเร็วขึ้น เมื่อความเร็วเพิ่มขึ้นก็สามารถเปลี่ยนเกียร์ลดกำลังฉุด เพิ่มความเร็วขึ้นไปอีก จนในที่สุดก็สามารถวิ่งด้วยเกียร์สูงด้วยความเร็วสูงสุดได้ Read the rest of this entry »
จะหาอาจารย์ไท่เก๊กได้ที่ไหน
การเรียนมวยไท่เก๊ก สิ่งสำคัญที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือ “อาจารย์” ภาษาจีนเรียกว่า “เหล่าซือ” หรือ “ซือฝู่” นี่เป็นคำถามที่ตอบยาก เพราะอาจารย์ทุกท่านก็ต้องว่าตัวเองดี หรือไปถามคนที่เรียนอยู่ก่อน ก็ต้องว่าอาจารย์หรือสำนักที่ตัวเองสังกัดอยู่ดีแล้ว ไม่งั้นจะมาเรียนกันทำไม ยิ่งถ้าถามไปถามมา จะพบว่าแต่ละแห่งบางทีก็มีแนวทางการสอนที่แตกต่างกัน เคล็ดความแตกต่างกัน บอกว่าเป็นมวยไท่เก๊กเหมือนกัน สายเดียวกัน ตระกูลเดียวกัน สอนไม่เหมือนกัน ตีความไม่เหมือนกัน มีเยอะแยะ ไม่รู้จะเชื่อใครดี Read the rest of this entry »
อยากให้ลูกมาเรียนมวยไท่เก๊ก
พ่อแม่บางคนอยากให้ลูกได้มีโอกาสฝึกฝนร่างกายและจิตใจด้วยการฝึกมวยไท่เก๊กตั้งแต่อายุยังน้อยๆ
ก็ได้อยู่ครับ
เพียงแต่ว่า มวยไท่เก๊กนี่ หากจะเรียนกันตามระบบโบราณก็ต้องถือว่าไม่ค่อยเหมาะกับเด็ก
ที่ว่าไม่ค่อยเหมาะ ไม่ใช่ว่าเรียนไม่ได้ แต่เพราะความหนักหนาสาหัสของระบบการเรียน ครูมวยรุ่นเก่าๆ ที่ได้รับการฝึกฝนมวยไท่เก๊กกันมาตั้งแต่เด็กๆ นั้น บางท่านแทบจะฆ่าตัวตาย Read the rest of this entry »
คนป่วยเรียนมวยไท่เก๊กได้ไหม
บางท่านอาจจะมีความเจ็บป่วย หรืออาการบาดเจ็บเรื้อรัง ซึ่งส่งผลต่อการออกกำลังกายหลายๆ ประเภท หรือทำให้ไม่สามารถออกกำลังกายหนักๆ ได้ ครั้นให้กลับไปถามหมอว่าเรียนมวยไท่เก๊กได้ไหม หมอก็ไม่เข้าใจเอาเสียอีกว่าอันการออกกำลังกายที่เรียกว่ามวยไท่เก๊กนี่น่ะมันทำกันอย่างไร Read the rest of this entry »
การเตรียมตัวฝึกฝนมวยไท่เก๊ก
หลายท่านชอบถามว่าจะมาเรียนมวยไท่เก๊กต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง ซึ่งคำตอบของผมก็คือ ไม่ต้องเตรียมตัว แต่ต้องเตรียมใจ แล้วก็มาลองเรียนดู ชอบหรือไม่ชอบก็ค่อยว่ากัน
ที่ว่าต้องเตรียมใจ เพราะแต่ละท่านมีภาพลักษณ์หรือความรู้เกี่ยวกับมวยไท่เก๊กมาไม่เหมือนกัน Read the rest of this entry »
อวี้เป้ยซื่อ (เตรียมตัว)
ในการฝึกฝนมวยไท่เก๊ก ท่าแรกเริ่มที่สุด จนหลายๆ คนแทบจะลืมไปแล้วว่านี่ก็นับเป็นหนึ่งท่า นั่นคือท่าเตรียมตัว หรือ อวี้เป้ยซื่อ ท่าเตรียมตัวนี่เป็นท่าที่ดูแล้วง่ายมาก เพียงแต่ยืนตัวตรงเฉยๆ เท่านั้น แต่ท่าที่ดูเหมือนง่ายนี้ก็กลับเป็นท่วงท่าหนึ่งที่จะฝึกฝนให้มีความสมบูรณ์ได้ยากมาก ท่าเตรียมตัวนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการยืนตรงเฉยๆ แต่ต้องตั้งศีรษะให้ตรง ให้ยอดกระหม่อมเหมือนมีด้ายบางๆ ดึงรั้งไว้ แล้วผ่อนคลายร่างกายทั่วทั้งตัว ผ่อนคลายต้นคอ ไหล่ อก เชิงกราน มือทั้งสองข้างปล่อยลงสบายๆ วางจิตใจให้เป็นสมาธิ ละทิ้งเรื่องราวทั้งสิ้นทั้งปวงไว้เบื้อหลัง พร้อมทั้งสำรวจตนเองว่ามีส่วนใดติดขัด ไม่สมบูรณ์ไม่เรียบร้อย ก็จัดท่วงท่า จัดอารมณ์ความรู้สึกให้อยู่ในสภาวะสงบเรียบร้อย มีสติ สมาธิสมบูรณ์ ทั้งหมดทั้งปวงนี่คือท่ายืนตรงธรรมดาๆ หนึ่งท่า Read the rest of this entry »