การเตรียมตัวฝึกฝนมวยไท่เก๊ก
หลายท่านชอบถามว่าจะมาเรียนมวยไท่เก๊กต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง ซึ่งคำตอบของผมก็คือ ไม่ต้องเตรียมตัว แต่ต้องเตรียมใจ แล้วก็มาลองเรียนดู ชอบหรือไม่ชอบก็ค่อยว่ากัน
ที่ว่าต้องเตรียมใจ เพราะแต่ละท่านมีภาพลักษณ์หรือความรู้เกี่ยวกับมวยไท่เก๊กมาไม่เหมือนกัน
บางท่านไม่รู้อะไรเลย อันนี้ง่ายที่สุด มาถึงก็เรียนกันได้เลย
แต่บางท่านมีความ “เต็ม” มาก่อนแล้ว คิดล่วงหน้าไปก่อนสารพัด แล้วพอมาพบกับระบบการฝึก ก็ไม่เข้าใจ แล้วก็เกิดคำถาม
ไหนว่าฝึกมวย…ทำไมให้ยืนเฉยๆ
มีการฝึกลมหายใจหรือเปล่า เวลารำมวยต้องหายใจอย่างไร
แล้วไหนฝึกโคจรลมปราณสามสิบหกรอบ ยี่สิบสี่รอบ
แล้วไม่มีการฝึกสมาธิเหรอ
แล้ว….
บางคนมาฝึกเพียงไม่กี่วันก็หายไป เพราะรู้สึกว่า
“ไม่เห็นมีอะไร ไม่เห็นได้อะไร”
บางคนทนได้นานหน่อยก็อาจจะทนฝึกอยู่ได้สักปีหนึ่ง แล้วก็ไป เพราะ
“ก็ยังไม่เห็นมีอะไร”
โดยที่ไม่ได้ดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเลยว่า “มีอะไร”
มองไปทีไรก็เห็นแต่ยอดเขาไกลลิบๆ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็เดินข้ามเขามาสามลูกแล้วก็ยังไม่รู้สึกตัว ดอกไม้ดอกหนึ่งก้อนหินก้อนหนึ่งอยู่ตรงหน้าก็มองไม่เห็น หรือเห็นแล้วก็คิดว่ามันไม่มีอะไร ทั้งๆ ที่ยอดเขาลิบๆ ที่พยายามมองหาอยู่นั่นก็คือหินอีกก้อนเหมือนๆ กัน
คนสองประเภทที่แหลือรอดมาเรียนมวยไท่เก๊กได้อย่างต่อเนื่องก็คือ ประเภทที่มีความมุ่งมั่นอันแรงกล้า กับอีกประเภทก็คือเรียนไปเรื่อยๆ ฝึกไปเรื่อยๆ ไม่คิดอะไรมาก จริงๆ แล้วคงต้องเพิ่มอีกประเภทก็คือประเภทที่โดนพ่อแม่ผู้ปกครองบังคับให้มาเรียน ประเภทนี้มักจะเป็นเด็กก่อนวัยรุ่น ก็อยู่กันนานดีเหมือนกัน คือตราบใดที่พ่อแม่ยังไม่ให้เลิกเรียน ลูกก็ยังต้องทู่ซี้เรียนกันอยู่นั่น ถ้าเมื่อไหร่เลิกบังคับก็คงเลิกเรียนเสียวันนั้นแล้ว บางคนตอนเด็กๆ ฝึกกันไปแบบเนือยๆ เซ็งๆ แต่พอนานวันเข้า เริ่มจะมีฝีมือดีขึ้น เริ่มเห็นอะไรมากขึ้นจนในที่สุดก็สนุกกับมวยไปก็มี