เรียนมวยไท่เก๊กใช้ป้องกันตัวไม่ได้
หลายท่านที่เพิ่งมาฝึกมวยไท่เก๊กได้ไม่นาน โดยเฉพาะขาบู๊จะเริ่มรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองอ่อนแอลง กล้ามเนื้อก็ไม่ให้ใช้ ไม่ให้ฝึก ท่วงท่าก็เนิบช้า จะเตะๆ ต่อยๆ กันก็ไม่มี ก็เลยชักหวั่นใจ กลัวว่าระหว่างนั้นหากไปมีเรื่องกับใครแล้วจะกลายเป็นไปขึ้นเขียงให้เขาเชือด ก็เลยเริ่มจะยุกยิก อยากฝึกวิชาที่เป็นแนวบู๊ควบคู่ไปด้วย แต่ทางหนึ่งก็ห่วงว่าฝึกวิชาอื่นพร้อมกับมวยไท่เก๊กแล้วจะกลายเป็นไม่ได้ดี ห่วงพี่เสียดายน้อง ก็พยายามสรรหาวิชาที่ดูจะพอฝึกขนานไปกันได้ แล้วก็เลยเป็นปัญหาว่าจะทำอย่างไรดี
ซึ่งโดยความเห็นส่วนตัวของผม คือคุณควรประเมินความเสี่ยงในการถูกทำร้ายและในการที่จะต้องใช้วิชาป้องกั นตัวเสียก่อน
ถ้าคุณมีความเสี่ยงระดับคนเดินถนนทั่วๆ ไป ปกติไม่ค่อยมีเรื่องกับใคร นอกจากนานๆ อาจดวงซวยเจอโจรกระจอกหรือนักเลงข้างถนนบ้าง ก็เลือกเรียนมวยแนวบู๊อะไรก็ได้ครับ ถ้าขยันฝึกภายในสามเดือน คุณน่าจะมีฝีมือพอจะจัดการพวกโจรกระจอกข้างถนนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาอีกฝ่ายไม่ทันนึกว่าคุณจะสู้ เอาพอให้มีพื้นพอไปวัดไปวาได้บ้าง จากนั้นถ้าอยากมาเรียนมวยไท่เก๊กก็มาฝึกมวยไท่เก๊กให้เป็นเรื่องเป็นราว ถ้าระหว่างนั้นมีเรื่องแล้วยังใช้มวยไท่เก๊กไม่ได้ ก็ยังมีของเก่าให้ใช้ แต่ไม่แนะนำให้ฝึกไปพร้อมๆ กัน
แต่ถ้ามีความเสี่ยงสูงกว่านั้น เช่นเป็นตำรวจ ทหาร นักสู้อะไรสักอย่าง ต้องบู๊อยู่ตลอด การฝึกมวยไท่เก๊กคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เพราะยังมีศิลปะยุทธ์อีกหลายประเภทที่สามารถฝึกฝนได้เร็วกว่า และใช้งานได้ง่ายกว่าอยู่อีกมาก ระหว่างนั้นอาจจะฝึกมวยไท่เก๊กควบคู่ไปด้วยได้ แต่คงหวังผลจากมวยไท่เก๊กไม่ได้มากนัก ฝีมือทางด้านมวยไท่เก๊กก็ยากที่จะก้าวหน้า
ทีนี้หลังจากประเมินความเสี่ยงที่ว่าแล้ว ตีเสียว่าคุณอยู่ระดับมนุษย์ธรรมดา ไม่ใช่ระดับนักบู๊
ก็ลองมาคิดดูอีกทีว่าคุณอยาก master ศาสตร์อะไร เพราะทุกศาสตร์ถ้าจะเรียนให้ลึกซึ้งไม่ว่าจะมวยไทย มวยจีน คาราเต้ ล้วนกินเวลานับสิบปีทั้งสิ้น ก็เลือกเอาสักอันครับ มุ่งมั่นกันไปเลย ถ้าขยันพอภายในสามปีห้าปีคุณจะมีฝีมือในศาสตร์นั้นระดับหนึ่ง ตอนนั้นค่อยประเมินอีกทีว่าจะต่อแขนงเดิม หรืออยากเปลี่ยนแขนงหาประสบการณ์ แต่ถ้ามุ่งมั่นเรียนศาสตร์เดิมต่อ ภายในแปดปีสิบปีคุณก็มีโอกาสเดินเข้าชั้นสูงของศาสตร์ได้ ที่เคยอ่านตำรา อ่านคัมภีร์แล้วสงสัย ก็จะค่อยๆ แจ้งขึ้นเอง
หรืออีกทีหนึ่งคือคุณอยากเรียนรู้มันหลายๆ เรื่อง ก็อีกนั่นแหละ มาแนวนี้ใครพูดอะไรก็ไม่ฟังอยู่แล้ว คุณก็เลือกที่ชอบเรียนๆ ไปเหอะ อาจจะให้มันคลับคล้ายคลับคลาใกล้ๆ กันบ้าง อย่างเช่นมวยตระกูลแข็งด้วยกัน หรือตระกูลอ่อนด้วยกันอะไรเทือกนี้ แนวนี้ในที่สุดแล้วถ้าคุณไม่เบื่อหรือเข้ารกเข้าพงไปเสียก่อน ภายในสิบปียี่สิบปี ร่างกาย สไตล์ ฝีมือ สติปัญญาของคุณก็จะตอบรับความหลากหลายที่คุณเรียนมาได้เองแหละ ก็จะกลายเป็นมวยสไตล์ของคุณไป คุณอาจจะบุ๋งๆ จนสร้างสรรแนวทางที่ลึกซึ้งของตัวเองขึ้นมาได้ โดยทั่วไปมักเกิดปัญญาประมาณว่า “อ๋อ..ที่แท้มันเป็นอย่างนี้” (ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่) เพราะมาแนวนี้คงยากที่คุณจะเข้าถึงระดับสูงของศาสตร์แต่ละแขนงได้ แต่อาจจะกลายเป็นระดับสูงของศาสตร์ส่วนตัวของคุณเอง
ทุกแนวทางที่ว่านี้ก็สามารถเก่งได้ทั้งนั้นครับ เพียงแต่มันคนละแนวกัน ก็เลือกเอาตามชอบ
เขียนได้แจ่มแจ๋ว
อยากเรียน กับ อ. ติดต่อได้ที่ไหนครับ เรียนเกี่ยวกับสุขภาพครับ
witawat_mu@hotmail.com + 0830436026 โยครับ
ผมตอบคุณโยไปทาง email แล้วนะครับ
“หรืออีกทีหนึ่งคือคุณอยากเรียนรู้มันหลายๆ เรื่อง ก็อีกนั่นแหละ มาแนวนี้ใครพูดอะไรก็ไม่ฟังอยู่แล้ว คุณก็เลือกที่ชอบเรียนๆ ไปเหอะ อาจจะให้มันคลับคล้ายคลับคลาใกล้ๆ กันบ้าง อย่างเช่นมวยตระกูลแข็งด้วยกัน หรือตระกูลอ่อนด้วยกันอะไรเทือกนี้ แนวนี้ในที่สุดแล้วถ้าคุณไม่เบื่อหรือเข้ารกเข้าพงไปเสียก่อน ภายในสิบปียี่สิบปี ร่างกาย สไตล์ ฝีมือ สติปัญญาของคุณก็จะตอบรับความหลากหลายที่คุณเรียนมาได้เองแหละ ก็จะกลายเป็นมวยสไตล์ของคุณไป คุณอาจจะบุ๋งๆ จนสร้างสรรแนวทางที่ลึกซึ้งของตัวเองขึ้นมาได้ โดยทั่วไปมักเกิดปัญญาประมาณว่า “อ๋อ..ที่แท้มันเป็นอย่างนี้” (ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่) เพราะมาแนวนี้คงยากที่คุณจะเข้าถึงระดับสูงของศาสตร์แต่ละแขนงได้ แต่อาจจะกลายเป็นระดับสูงของศาสตร์ส่วนตัวของคุณเอง”
แล้วถ้ามันเอามาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพละครับ มันก็น่าจะเป็นความสำเร็จอย่างนึงเช่นกัน ผมไม่ค่อยเห็นด้วยว่า การที่คนๆหนึ่งเรียนอะไรหลากหลายและพัฒนาตนเองจนเข้าใจในความชำนาญของตนเองจะผิดครงไหน เพราะหากว่าเขานำมาใช้ได้ดี ก็ย่อมแสดงว่า เขาเข้าใจในแต่ละส่วนในวิชาของเขาในระดับหนึ่ง หรือ คุณจะบอกว่า จางซันฟง เกิดมาก็ฝึกแต่วิชาอ่อนครับละครับ
แล้วถ้ามันเอามาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพละครับ
ผมไม่ได้ว่าในประเด็นนี้ครับ และผมยอมรับในการพัฒนาไปจนเป็นสไตล์ของตนเอง หากแต่ไม่ยอมรับการเหมาว่า “อ๋อ..ที่แท้มันเป็นเช่นนี้” หรือ “ที่แท้มวยไท่เก๊กเป็นเช่นนี้” โดยไม่ได้เรียนให้ลึกซึ้งจริงจัง อันนี้จากประสบการณ์ส่วนตัวด้วยครับ
สวัสดีครับ เผอิญได้แวะมาชมเว็บ เว็บสวยดีครับ
สิ่งแรกที่ผมได้เรียนคือเทควันโด และต่อมาก็หวิงชุน(หย่งชุน)ครับ
ก็สนุกดีครับ ผมก็รู้ไท่เก๊กแบบงูๆปลาๆ
ยินดีนะครับที่ได้มาโพสที่นี่ แล้วจะแวะมาใหม่นะครับ
อยากเรียนวิชา ไทเก็ก ครับ ไร้กระบวนท่าดี สอนผมหน่อยครับ เอา ขั้น แรก ๆ เลย ครับ
ก็มาเรียนสิครับ ผมก็สอนอยู่
เคยเห็นแล้วค่ะประเภทสร้างสรรแนวทางที่ลึกซึ้งของตัวเอง ชักนำให้คนอื่นคล้อยตามด้วยอีกต่างหากคนที่มาใหม่ก็รำตามๆกันไปไม่รู้อีโหน่อีเหน่ อาจจะกลายเป็นศาสตร์ชั้นสูงแนวใหม่ไปแล้วก็ได้