ประวัติมวยไท่เก๊กตระกูลเฉิน
September 2nd, 2007 at 2:34 am (History, Taijiquan)
ประวัติมวยไท่เก๊กยุคใหม่มักจะเริ่มต้นจากตระกูลเฉิน ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าตระกูลหลักของมวยไท่เก๊กในปัจจุบัน เล่ากันว่ามวยไท่เก๊กตระกูลเฉินนี้มีต้นกำเนิดอยู่ในหมู่บ้านเฉินเจียโกว ตำบลเวิน ในมณฑลเหอหนานของประเทศจีน แต่เดิมตระกูลเฉินก็มีวิทยายุทธ์ประจำตระกูลของตัวเองอยู่ก่อนแล้วครับ เรียกว่ามวยเผ้าฉวย ว่ากันตามลักษณะก็สไตล์แกร่งกร้าวแบบมวยเส้าหลิน แต่ภายหลังครูมวยของตระกูลเฉินผู้หนึ่ง ชื่อว่าเฉินฉางซิง (ค.ศ. 1771-1853)ได้มีโอกาสเรียนมวยไท่เก๊กจากคนผ่านทางชื่อเจียงฟา (ค.ศ. 1716-1795) ท่านเจียงฟาผู้นี้ว่ากันว่าได้ร่ำเรียนมวยไท่เก๊กมาจากทางสายของท่านหวังจงเย่ว ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียงในวิชามวยไท่เก๊กสืบต่อมาจากท่านจางซานฟงปรมาจารย์มวยไท่เก๊ก บางตำราว่าท่านเจียงฟาเป็นลูกศิษย์ของท่านหวังจงเย่วบางตำราว่าเป็นหลานศิษย์และมีกระทั่งที่ว่าเป็นศิษย์น้องรุ่นเดียวกัน ซึ่งที่ว่าเป็นศิษย์น้องนี่คงไม่ใช่เพราะยุคสมัยต่างกันอยู่มาก แต่บางตำราก็ว่ากันว่ามีคนชื่อหวังจงอยู่สองคน คนแรกเป็นหลานศิษย์ท่านจางซานฟง อีกคนเป็นรุ่นหลังซึ่งเป็นอาจารย์ของท่านเจียงฟา
แต่ก็มีบางตำราว่าไม่ตรงกัน โดยประวัติของมวยไท่เก๊กที่เขียนโดยตระกูลเฉิน กลับกล่าวว่า เจียงฟาเป็นเด็กรับใช้ ฝากตัวอยู่กับเฉินหวังถิง (ค.ศ. ??-1719 A.D.) ซึ่งเป็นลูกหลานรุ่นที่ 9 ของตระกูลเฉินนับจากผู้ก่อตั้งหมู่บ้านเฉินเจียโกว ท่านเจียงฟาคนนี้ก็เกิดคนละยุค
กับท่านเจียงฟาคนที่แล้ว เพราะเกิดร่วมยุคกับท่านเฉินหวังถิง มีบางแห่งที่ว่าท่านมีอายุในช่วงปี ค.ศ.1574-1655 อันนี้เป็นท่านเจียงฟาซึ่งเป็นปรมาจารย์มวยไท่เก๊กสายเจ้าเป่าครับ ซึ่งก็ไปกันใหญ่ เพราะดูจะเป็นรุ่นก่อนยุคของท่านเฉินหวังถิงด้วยซ้ำ ก็แล้วแต่จะว่ากันไป
มีอีกข้อมูลหนึ่งครับ ว่าท่านเฉินหวังถิงเกิดปี 1600-1680 ครับ ซึ่งท่านนี้จะสอดคล้องกับท่านเจียงฟาที่เป็นปรมาจารย์มวยไท่เก๊กสายเจ้าเป่า ซึ่งถ้าจะเชื่อตามนี้ก็จะสอดคล้องกัน เพียงแต่ว่าข้อมูลชุดนี้ผมได้มาทีหลัง รวมทั้งยิ่งนานวันไปจะยิ่งพบว่าประวัติมวยไท่เก๊กยิ่งเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ เหมือนกับถูกเขียนกันใหม่แทบทุกวัน ก็คงได้แต่อ่านๆ ฟังๆ กันไว้ครับ ส่วนความน่าเชื่อถือของข้อมูลต่างๆ ต้องรอให้ผมมีสตางค์เยอะๆ แล้วจะไปทำวิจัยด้วยตัวเองให้ละเอียดเชียวครับ
กลับเข้าเรื่องเดิมมั่ง ทีนี้เขาว่าเจียงฟาคนนี้ก็เลยมีโอกาสได้เรียนมวยไท่เก๊กจากเฉินหวังถิงนี่เอง ส่วนเฉินหวังถิงจึงจะนับว่าเป็นผู้สืบทอดวิชามวยไท่เก๊กจากหวังจงเย่วตัวจริง หรือบ้างก็ว่าเฉินหวังถิงเป็นผู้คิดค้นมวยไท่เก๊กขึ้นมาเอง ซึ่งเป็นคนละมวยกับมวยไท่เก๊กของท่านจางซานฟงเดิม อันนี้มันก็ดูแปลกๆ อยู่เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น มวยไท่เก๊กก็น่าจะถ่ายทอดมาในตระกูลเฉินอยู่ก่อนแล้ว ทำไมตระกูลเฉินถึงยังฝึกเผ้าฉวยซึ่งไปคนละทางกับมวยไท่เก๊ก หรือทำไมถึงมีตำนานที่ท่านเจียงฟามาถ่ายทอดให้กับเฉินฉางซิงอีกที แล้วยิ่งว่ากันว่าตระกูลเฉินก็มีกฎไม่ถ่ายทอดวิชาให้กับคนนอกตระกูลเสียอีก ก็ยิ่งดูขัดแย้งไปกันใหญ่ แต่ในเมื่อเขาว่ามาอย่างนั้นก็เอามาเล่าสู่กันฟังครับ

รูปท่านเฉินหวังถิง จอมยุทธ์ตระกูลเฉิน
รูปท่านเฉินหวังถิงยืนกับเด็กรับใช้ ว่ากันว่าคนที่ยืนถือง้าวเครางามนี่ละครับคือเจียงฟา
อีกประการหนึ่งก็คือมวยไท่เก๊กของตระกูลหยาง ที่หยางลู่ฉาน (เรื่องของหยางลู่ฉานเดี๋ยวจะเล่าละเอียดตอนประวัติมวยไท่เก๊กตระกูลหยาง เรื่องจริงยิ่งกว่านิยาย) ได้ร่ำเรียนมาจากเฉินฉางซิงและภายหลังเป็นผู้ถ่ายทอดมวยไท่เก๊กออกไปในวงกว้าง ก็ไปคล้ายคลึงกับมวยไท่เก๊กดั้งเดิมที่ถ่ายทอดไปทางอื่นนอกตระกูลเฉินไป เหมือนทั้งหลักวิชา ชื่อเรียกและท่าทางหลายๆ อย่างแต่ดูแตกต่างจากมวยไท่เก๊กของตระกูลเฉินที่อยู่ๆ ก็เอามาสอนกันในภายหลังด้วยซ้ำไป
นอกจากนี้เคยมีนักประวัติศาสตร์ไท่เก๊กชื่อท่านอู๋ถูหนานเคยไปตรวจสอบเรื่องนี้ถึงหมู่บ้านเฉินเจียโกวและได้พบกับคนชื่อตู้อวี้ว่านซึ่งอยู่ในหมู่บ้านตระกูลเฉินนั้นด้วย โดยท่านตู้อวี้ว่านผู้นี้ก็เป็นผู้ฝึกมวยไท่เก๊ก และได้เล่าให้ท่านอู๋ถูหนานฟังว่า มวยไท่เก๊กที่เขาฝึกนั้นสืบทอดมาจากของท่านเจียงฟา ไม่ใช่มวยที่ถ่ายทอดกันมาในตระกูลเฉิน แต่เป็นมวยที่ถ่ายทอดจากอาจารย์สู่ศิษย์ โดยอาจารย์รุ่นแรกของท่านตู้อวี้ว่านผู้นี้ก็กราบอาจารย์พร้อมกับท่านเฉินฉางซิงนั่นเอง ท่านตู้เล่าว่าเมื่อถึงเวลาเซ่นไหว้อาจารย์ ท่านก็เซ่นไหว้ท่านเจียงฟาด้วยเช่นกัน ท่ามวยและชื่อเรียกต่างๆ ก็ไปเหมือนกันกับของมวยชุดที่ท่านหยางลู่ฉานนำมาเผยแพร่นั่นเอง เรื่องนี้มีอยู่ในบันทึกของท่านอู๋ถูหนานซึ่งเป็นผู้ที่ศึกษาเรื่องมวยไท่เก๊กอย่างจริงจัง และมีอายุยืนยาวถึง 105 ปี เป็นเสาหลักบู๊ลิ้มของประเทศจีนผู้หนึ่ง

ท่านอู๋ถูหนาน อายุ 35 กำลังเป็นหนุ่มหล่อ
รูปท่านอู๋ถูหนานอายุร้อยกว่า ท่านเสียไปตอนอายุ 105
มาว่าที่เจียงฟาต่อ ท่านเจียงฟาผู้นี้เชื่อกันว่าท่านเปิดร้านขายเต้าหู้อยู่ในนครซีอาน มณฑลส่านซี เป็นผู้มีความกตัญญูมาก ทุกปีต้องเดินทางไปยังมณฑลเหอหนานเพื่อเยี่ยมมารดาผู้ชรา กลับบ้านปีละครั้งนี่สมัยโบราณเขาว่ากตัญญูมากแล้วนะครับ เพราะไปมาลำบาก ทีนี้ปีหนึ่งบังเอิญ
ว่าผ่านไปเห็นท่านเฉินฉางซิงกำลังฝึกมวยประจำตระกูลที่เรียกว่าเผ้าฉวย ซึ่งว่ากันว่าเป็นมวยที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานไปถึงสมัยราชวงศ์หมิงนู่นเหมือนกัน ท่านเจียงฟาเห็นท่าทางของมวยเผ้าฉวยนี่แล้วก็คงคันคอหรือเกิดจั๊กจี้อะไรขึ้นมา ก็ส่งเสียงหัวเราะไปเข้าหูเฉินฉางซิงเข้า มันก็เสียมารยาทล่ะนะ ก็เลยรีบเดินจากไปไม่อยากมีเรื่อง ทีนี้เฉินฉางซิงฝึกมวยอยู่ดีๆ มีคนมาหัวเราะเยาะมีหรือจะยอม ก็เลยตามไปคว้าเจียงฟาจากด้านหลัง แต่ถูกท่านเจียงฟาสบัดไหล่เบาๆ ก็เหวี่ยงเอาเฉินฉางซิงลงไปแอ้งแม้งอยู่กับพื้น จังหวะนั้นเองท่านเฉินฉางซิงซึ่งก็คงจะฉลาดอยู่ไม่น้อย รีบพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ไหนๆ ก็คลุกฝุ่นกองอยู่กับพื้นอยู่แล้วก็เปลี่ยนกระบวนท่าเป็นคุกเข่าในทันใดเรียกท่านเจียงฟาเป็นท่านอาจารย์ รีบเชิญท่านเจียงฟาเข้าบ้านยกน้ำชาคารวะขอฝากตัวเป็นศิษย์เสร็จสรรพ ท่านเจียงฟาก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกละทีนี้ ไปทำเขาไว้ จะไม่รับก็ใช่ที่ ก็เลยสั่งให้เฉินฉางซิงไว้ว่าเช้าให้คัดเศษหิน เย็นให้หักกิ่งไม้ ถ้าทำอย่างนี้ได้ทุกวัน อีกสามปีข้างหน้าก็จะกลับมาสอนวิชาให้

รูปท่านเฉินฉางซิงวัยชรา
บรรทัดเดียวสามปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ท่านเจียงฟากลับมาที่เฉินเจียโกวตามสัญญาก็เห็นว่าเฉินฉางซิงขยันขันแข็งคัดหิน หักไม้จริงตามที่สัญญาไว้ ก็เฉลยให้ฟังว่าที่ให้เฉินฉางซิงนั่งยองๆ คัดหิน หักไม้ทุกวันก็เพื่อสลายความกระด้างของเอว เพิ่มความคล่องให้กับเอวและ
ศรีษะ ซึ่งหากในสามปีนี้เฉินฉางซิงไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่ง ต่อให้อยากเรียนวิชาก็เรียนไม่ได้อยู่ดีเพราะร่างกายจะยืดหยุ่นไม่เพียงพอ แต่เมื่อเฉินฉางซิงมีทั้งความซื่อสัตย์และความอุตสาหะ ท่านเจียงฟาย่อมไม่ปฏิเสธที่จะสอนวิชามวยของท่านให้ แล้วท่านเฉินฉางซิงก็ทำพิธียกน้ำชากราบไหว้อาจารย์ตามขนบธรรมเนียม และได้เรียนวิชาที่เรียกว่ามวยไท่เก๊กสมใจ แต่บางตำราเขาก็ว่าไม่ได้ทำพิธีกราบอาจารย์กันนะครับ เพราะท่านเฉินกราบอาจารย์มวยตระกูลเฉินไปแล้ว ซึ่งหากอาจารย์เดิมยังไม่อนุญาตก็ไปกราบอาจารย์ท่านอื่นอีกไม่ได้ ก็เรื่องของขนบธรรมเนียมละครับ แต่เอาเป็นว่าท่านเฉินฉางซิงได้เรียนมวยกับท่านเจียงฟาสมใจ
การที่เฉินฉางซิงไปเรียนมวยจากคนนอกนี้ก็ถือเป็นความอับอายของตระกูลเฉินครับ เหล่าผู้ใหญ่ในตระกูลก็เลยไม่อนุญาตให้เฉินฉางซิงฝึกและสอนมวยของตระกูลเฉินอีกต่อไป ซึ่งจากนั้นมาเฉินฉางซิงก็สอนเฉพาะมวยไท่เก๊กให้กับศิษย์ใกล้ชิด โดยสอนเป็นความลับในยามดึก
เท่านั้น
อันนี้เป็นประวัติที่เล่ากันโดยทั่วไปนะครับ ส่วนประวัติที่ทางตระกูลเฉินเอามาเล่าทีหลังดูจะแตกต่างจากที่ว่านี้ เพราะท่านให้ท่านเฉินหวังถิงเรียนมวยไท่เก๊กมาก่อนแล้ว แล้วค่อยมาต่อกับเรื่องที่ผมเขียนไป ก็เลยเป็นว่าต่อมาตระกูลเฉินก็มีวิชามวยไท่เก๊กเป็นของตัวเองด้วยประการฉะนี



