ประวัติมวยไท่เก๊กตระกูลอู่

มวยไท่เก๊กตระกูลอู่ มักเรียกกันอีกอย่างว่า ตระกูลอู่เฮ่อ ภาษาอังกฤษเขียนเป็น wuhao บางคนก็เลยเข้าใจว่าอ่านว่าอู่เฮากันเป็นแถวเป็นแนว  ที่เรียกรวมว่าอู่เฮ่อ เพราะมวยสายนี้ดั้งเดิมปรมาจารย์ผู้ให้กำเนิดนั้นเป็นคนตระกูลอู่ แต่ภายหลังสืบทอดมาในตระกูลเฮ่อซึ่งได้นำมวยไท่เก๊กตระกูลอู่เผยแพร่ออกไปในวงกว้าง ผู้คนจึงเรียกกันว่ามวยไท่เก๊กตระกูลอู่สายตระกูลเฮ่อ หรือมวยไท่เก๊กสายสกุลอู่เฮ่อนั่นเอง 

ปรมาจารย์มวยไท่เก๊กตระกูลอู่มีนามว่าท่านอู่เหอชิง หรืออู่อวี่เซียง (ค.ศ. 1812-1880) เป็นชาวหย่งเหนียน ในมณฑลเหอเป่ย บ้านเดียวกับท่านหยางลู่ฉานปรมาจารย์มวยไท่เก๊กตระกูลหยางนั่นละครับ  ท่านอู่อวี่เซียงเกิดในตระกูลบัณฑิต มีพี่ชายอีกสองคนชื่ออู่เฉิงชิง และอู่หยู่ชิง บ้านท่านอู่ค่อนข้างมีฐานะดี มีกิจการห้างขายใบชาอยู่ในเมืองทั้งถนนด้านตะวันตกและตะวันออก ถนนละ 1 ห้าง แต่ต่อมาได้ปล่อยร้านทางถนนทิศตะวันตกให้กับเฉินเต๋อหูซึ่งเป็นคนของเฉินเจียโกว (หมู่บ้านตระกูลเฉิน) เปิดเป็นร้านขายยาชื่อไท่เหอถัง

อู่อวี่เซียง

รูปท่านอู่เหอชิงหรืออู่อวี่เซียง ปรมาจารย์มวยไท่เก๊กตระกูลอู่

ท่านอู่และพี่ชายทั้งสองเป็นคนชอบศิลปศาสตร์และวิชาการต่อสู้ตั้งแต่ยังเล็ก แต่ประวัติไม่ชัดแจ้งว่าได้เรียนวิชาอะไรมาก่อน แต่ต่อมาท่านอู่อวี่เซียงได้พบกับท่านหยางลู่ฉานที่สำเร็จวิชามวยไท่เก๊กมาจากท่านเฉินฉางซิงแห่งเฉินเจียโกว  ประวัติซึ่งเล่าโดยผู้สืบทอดมวยตระกูลอู่ บอกว่า ท่านอู่อวี่เซียงและท่านหยางลู่ฉานเป็นเพื่อนสนิทกัน ท่านอู่ได้ร่วมค้นคว้าวิชามวยไท่เก๊กกับท่านหยางในช่วงที่ท่านหยางสำเร็จวิชามาใหม่ๆ แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงความพิสดารของวิชามวยได้ ต่อมาพี่ชายของท่านอู่อวี่เซียงที่ชื่ออู่เฉิงชิงสอบเป็นขุนนางได้และได้รับราชการเป็นนายอำเภอที่อำเภออู่หยาง ในมณฑลเหอหนาน  ท่านอู่อวี่เซียงได้รับคำสั่งจากมารดาให้เดินทางไปเยี่ยมพี่ชาย ซึ่งระหว่างทางต้องผ่านหมู่บ้านเฉินเจียโกว ท่านจึงได้คิดจะเดินทางไปพบท่านเฉินฉางซิงซึ่งเป็นอาจารย์ของท่านหยางลู่ฉานเพื่อขอคำชี้แนะเพิ่มเติมในเรื่องมวยไท่เก๊ก แต่ปีนั้นท่านเฉินฉางซิงมีอายุได้ 82 ปีแล้วและถึงแก่กรรมในปีถัดไป ตรงนี้ไม่ได้เล่าว่าได้พบกันหรือไม่อย่างไร แต่ทราบว่าท่านอู่ยังได้รับคำแนะนำจากร้านยาไท่เหอถังว่าในหมู่บ้านเจ้าเป่าติ้ง มีครูมวยชื่อเฉินชิงผิง (ค.ศ.1795-1868) เป็นผู้มีฝีมือทางด้านมวยไท่เก๊ก ดังนั้นในการเดินทางเที่ยวนี้ท่านได้เข้าไปกราบท่านเฉินชิงผิงเป็นอาจารย์ ได้เรียนวิชาอยู่เดือนเศษก็สำเร็จครบถ้วน 

เฉินฉางซิง เฉินชิงผิง
รูปท่านเฉินฉางซิงแห่งหมู่บ้านเฉินเจียโกว รูปท่านเฉินชิงผิงแห่งหมู่บ้านเจ้าเป่าติ้ง

หลังจากนั้นท่านอู่ยังได้รับ “บันทีกมวยไท่เก๊ก” จากอู่เฉิงชิงพี่ชาย  บันทึกฉบับนี้แต่งขึ้นโดยท่านหวังจงเย่ว คนที่เป็นหลานศิษย์ท่านจางซานฟงโน้น  หลังจากท่านอู่กลับมาบ้านก็ได้มาค้นคว้าเพิ่มเติมฝึกฝนด้วยตนเองอีกหลายปีก็เข้าใจถึงแก่นวิชามวยไท่เก๊ก มีฝีมือถึงขั้นไร้เทียมทาน ได้บัญญัติท่ากระบี่ไท้เก๊กตระกูลอู่, 13 ดาบไท่เก๊กตระกูลอู่, 13 ทวนไท่เก๊กตระกูลอู่  การฝึกตอบทวน ทวนเกาะติด และเพิ่มเติมการฝึกผลักมือแบบก้าวย่าง 3 ก้าวครึ่ง ภายหลังยังได้แต่งตำรามวยไท่เก๊กออกมาเผยแพร่อีกมากมาย 

ในชีวิตท่านอู่อวี่เซียงรับศิษย์น้อย คือมีท่านหลี่อวี้อวี๋ซึ่งเป็นลูกของน้องสาวเป็นศิษย์เพียงคนเดียว ซึ่งได้เรียนอยู่กับท่านอู่อวี่เซียงอยู่ถึง 20 กว่าปี และใช้ชีวิตในการค้นคว้าวิชามวยไท่เก๊กอย่างเต็มที่และได้เรียบเรียงคัมภีร์เก่าขึ้นมาใหม่ จนภายหลังก็เป็นผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง 

หลี่อวี้อวี๋

รูปท่านหลี่อวี้อวี๋ ศิษย์เพียงคนเดียวของท่านอู่อวี่เซียง

เฮ่อเว่ยเจิน

ท่านเฮ่อเว่ยเจิน ซึ่งสืบทอดมวยไท่เก๊กตระกูลอู่สืบต่อจากท่านหลี่อวี้อวี๋

นี่คือเรื่องที่เล่าสืบทอดกันมาในผู้ฝึกมวยตระกูลอู่ครับ หากในตำราอื่นๆ รวมทั้งเรื่องที่เล่ามาผ่านทางผู้ฝึกมวยไท่เก๊กสายอื่นก็มีจุดที่แตกต่างกันอยู่บ้าง

ซึ่งส่วนใหญ่เชื่อกันว่า เมื่อท่านหยางลู่ฉานสำเร็จวิชาจากหมู่บ้านเฉินเจียโกวในปีใดปีหนึ่ง ในช่วงรัชสมัยของสวนจงฮ่องเต้ (Xuan Zong-Min Ning 1821-1850) จากนั้นก็เดินทางกลับบ้านเดิมที่หย่งเหนียน  ก็มีโอกาสได้แสดงฝีมือมากมาย และได้มีคนในละแวกนั้นมาขอเป็นศิษย์อยู่บ้าง และในจำนวนนั้นก็มีท่านอู่เหอชิงหรืออู่อวี่เซียงนี้อยู่ด้วย  บางตำราว่าท่านหยางลู่ฉานให้บุตรชายคือหยางปันโหวเป็นผู้สอน แต่บางเล่มก็ว่าท่านหยางลู่ฉานฝากหยางปันโหวบุตรชายให้เรียนหนังสือกับท่านอู่อวี่เซียง แต่จะเป็นอย่างไรก็ตาม ก็ยังนับว่าระหว่างสองตระกูลนี้นับว่ามีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ช่วงที่เรียนกันอยู่นี้ไม่มีบันทึกชัดเจนว่าอยู่ในช่วงปีใด แต่เป็นไปได้ว่าภายหลังท่านหยางลู่ฉานได้เดินทางไปที่อื่นต่อ และท่านอู่อวี่เซียงก็รู้สึกว่าวิชาที่ได้รับจากท่านหยางลู่ฉานนั้นยังไม่น่าจะครบถ้วนกระบวนความมวยไท่เก๊ก ท่านก็เลยดำริจะเดินทางไปพบกับท่านเฉินฉางซิงซึ่งเป็นอาจารย์ของท่านหยางอย่างที่ทราบกันแล้ว ซึ่งตอนนี้เราจะทราบช่วงเวลาแน่นอน เพราะเล่าไว้ชัดเจนว่าปีนั้นท่านเฉินฉางซิงอายุได้ 82 ปี หักลบกลบหนี้กันแล้วได้ความว่าเป็น ค.ศ. 1852 ปีนั้นท่านอู่อวี่เซียงก็อายุได้ถึง 40 ปี ท่านหยางลู่ฉานตอนนั้นก็ 53 ปี ส่วนท่านหยางปันโหวอายุ 15 ปี  ซึ่งจากนั้นกลายเป็นว่าท่านอู่ได้ไปกราบท่านเฉินชิงผิงที่หมู่บ้านเจ้าเป่าเป็นอาจารย์ และสามารถเล่าเรียนได้สำเร็จภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือน ซึ่งที่น่าจะเป็นไปได้คือท่านมีพื้นฐานมวยไท่เก๊กมาอย่างลึกล้ำจากท่านหยางลู่ฉานแล้วนั่นเอง

มีบางแห่งอ้างว่าท่านอู่อวี่เซียงได้สอนมวยไท่เก๊กของท่านให้กับหยางปันโหว บุตรชายของท่านหยางลู่ฉานด้วย จึงทำให้ท่ามวยของท่านหยางปันโหวแตกต่างจากท่านหยางลู่ฉาน แต่ในเรื่องนี้ไม่น่าเป็นเช่นนั้นเพราะในประวัติของตระกูลหยางก็เล่าไว้ถึงการที่ท่านหยางปันโหวต้องฝึกฝนวิชาประจำตระกูลคือมวยไท่เก๊กตระกูลหยางอย่างหนักจนแทบจะหนีออกจากบ้าน ถึงขั้นแทบจะฆ่าตัวตายเอาเลย  บุตรชายอีกคนคือท่านหยางเจี้ยนโหวก็เห็นว่าจะไปขอบวชเป็นหลวงจีน ฝึกหนักกันปานไหนก็คิดดูกัน  อีกทั้งในประวัติของตระกูลอู่เองก็กล่าวไว้ว่าท่านอู่อวี่เซียงได้รับศิษย์เพียงคนเดียวเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ภายหลังมวยไท่เก๊กตระกูลอู่ก็ได้รับยกย่องว่าเป็นมวยไท่เก๊กสายหนึ่งซึ่งมีความ
สวยงามและร้ายกาจอย่าง และมีชื่อเสียงในด้านการฝึกกำลังภายในอย่างมาก จนมีชื่อเสียงไปทั่วโลกเช่นกัน
 

Post a Comment

COPYRIGHT © 2007 www.fajing.net All RIGHTS RESERVED