หลันเชียะเหว่ย (คว้าหางนกกระจอก)
September 11th, 2007 at 3:01 am (Practice, Taijiquan)
ท่าหลันเชียะเหว่ยประกอบด้วยหลักพื้นฐานของมวยไท่เก๊กสี่ประการ หรืออาจเรียกว่าพลังสี่ประการคือ พลังเผิง พลังลู่ พลังจี่ และพลังอั่น
มวยไท่เก๊กนั้น มีชื่อเรียกอีกอย่างว่ามวย 13 ท่า ซึ่งเกิดจากพลังพื้นฐาน 8 ประการ คือ พลังเผิง พลังลู่ พลังจี่ พลังอั่นพลังไฉ่ พลังเลียะ พลังโจ่ว และพลังโค่ว และทิศทั้ง 5 คือ หน้า หลัง ซ้าย ขวา และตรงกลาง
พลังทั้ง 8 นี้ล้วนมีความหมายลึกซึ้งในตัวเองจนยากที่จะแปลตรงๆ ออกมาได้ แต่หากแปลตรงตัวก็พอจะแปลออกมาได้ดังนี้
พลังเผิง หมายถึงการปัด
พลังหลีว์ หมายถึงการฉุด
พลังจี่ หมายถึงการกด
พลังอั่น หมายถึงการผลัก
พลังไฉ่ หมายถึงการเด็ด
พลังเลียะ หมายถึงการแยก
พลังโจ่ว หมายถึงพลังศอก
และพลังโค่ว หมายถึงพลังไหล่
แต่ดีที่สุดคือไม่ควรไปแปล เพราะจะทำให้เรายึดติดกับความหมายที่แปลออกมา ซึ่งไม่ใช่ความหมายที่แท้จริงของพลังชนิดนั้นๆ
ในการฝึกมวยไท่เก๊กไม่ว่าจะเป็นชุดกี่กระบวนท่าก็ตาม ล้วนแต่ไม่พ้น 8 หลัก 5 ทิศนี้ทั้งสิ้น หากหลักที่ฟังดูง่ายๆ ตรงไปตรงมาเหล่านี้ ก็ต้องอาศัยระยะเวลาบ่มเพาะและทำความเข้าใจอย่างยาวนาน ไม่สามารถยึดเอาตามตัวอักษรได้ แต่หากเมื่อฝึกจนเกิดความเข้าใจแล้ว สุดท้ายเมื่อกลับมาดูในคัมภีร์ ก็จะพบว่าคำที่ใช้นั้นก็ถูกต้องเหมาะสมแล้ว ยากที่จะหาคำอื่นมาแทนได้อีก แม้จะพยายามอธิบายก็ยิ่งดูจะไปกันใหญ่ เพราะการจะเขียนอธิบายให้กับผู้ที่ไม่ได้ผ่านการฝึกฝน หรือผ่านการฝึกฝนมาในระยะเวลาที่แตกต่างกันยากที่จะทำได้ ลองนึกดู หากต้องเขียนในคัมภีร์ว่าสำหรับกับผู้ไม่เคยฝึก ให้ตีความเช่นนี้ สำหรับผู้ที่ฝึกมาแล้วสามเดือนจะมีความหมายเช่นนี้ สำหรับผู้ฝึกมาแล้ว 1 ปีมีความหมายเช่นนี้ คำๆ เดียวกัน สำหรับผู้ที่ผ่านระยะเวลาแตกต่างกัน ร่างกายมีความเข้าใจที่แตกต่างกันนั้น บางครั้งมีความหมายแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ยกตัวอย่างเช่นคำว่าเผิง หรือปัด อะไรคือปัด จะปัดอย่างไร ก็เรียกว่าฝึกมาอย่างไรก็ปัดอย่างนั้น
สำหรับคนที่ไม่เคยฝึก ปัดก็คือปัด ไม่มีอะไรยุ่งยากไปกว่านั้น ยกมือปัดอะไรให้พ้นๆ ไปก็เรียกว่าปัด
สำหรับคนที่ฝึกมาสามเดือน ท่าเผิงหรือท่าปัดคือท่วงท่าหนึ่งของมวยไท่เก๊ก มีรูปแบบเฉพาะอันหนึ่ง
สำหรับคนที่ฝึกมาหนึ่งปี ท่าปัดนอกจากจะเป็นท่วงท่าแล้ว ยังต้องประกอบด้วยหลักการ เคล็ดความอีก
สำหรับคนที่ฝึกมามากกว่าห้าปี ปัดคำนี้กลายเป็นรูปแบบการใช้พลังแบบหนึ่ง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นพลังพื้นฐานที่สุดของวิชามวยไท่เก๊ก เป็นฐานของพลังอื่นๆ ทั้งหมด
นี่คนละความหมายกัน แต่ล้วนหมายถึงคำว่า เผิง คำเดียวกันนี่เอง


aaa said,
October 17, 2007 at 9:12 am
“แต่ดีที่สุดคือไม่ควรไปแปล เพราะจะทำให้เรายึดติดกับความหมายที่แปลออกมา ซึ่งไม่ใช่ความหมายที่แท้จริงของพลังชนิดนั้นๆ”
ชอบอันนี้ครับ
twon said,
May 18, 2008 at 11:44 pm
การแปล และตีความทำให้เกิดความสับสนเสมอ เพราะทุกคนมักมีเหตุผลและความจริงรองรับเหตุผลของตัวเอง แค่เข้าใจจึงไม่พอ ต้องฝึกฝนอย่างถูกวิธี เพื่อเข้าถึง โดยไม่ต้องตีความอีกต่อไป จึงจะเห็นอย่างถ่องแท้ในทุกมิติ