หลันเชียะเหว่ย (คว้าหางนกกระจอก)

ท่าหลันเชียะเหว่ยประกอบด้วยหลักพื้นฐานของมวยไท่เก๊กสี่ประการ หรืออาจเรียกว่าพลังสี่ประการคือ พลังเผิง พลังลู่ พลังจี่ และพลังอั่น

มวยไท่เก๊กนั้น มีชื่อเรียกอีกอย่างว่ามวย 13 ท่า ซึ่งเกิดจากพลังพื้นฐาน 8 ประการ คือ พลังเผิง พลังลู่ พลังจี่ พลังอั่นพลังไฉ่ พลังเลียะ พลังโจ่ว และพลังโค่ว  และทิศทั้ง 5 คือ หน้า หลัง ซ้าย ขวา และตรงกลาง

พลังทั้ง 8 นี้ล้วนมีความหมายลึกซึ้งในตัวเองจนยากที่จะแปลตรงๆ ออกมาได้  แต่หากแปลตรงตัวก็พอจะแปลออกมาได้ดังนี้

พลังเผิง หมายถึงการปัด

พลังหลีว์ หมายถึงการฉุด

พลังจี่ หมายถึงการกด

พลังอั่น หมายถึงการผลัก

พลังไฉ่ หมายถึงการเด็ด

พลังเลียะ หมายถึงการแยก

พลังโจ่ว หมายถึงพลังศอก

และพลังโค่ว หมายถึงพลังไหล่

แต่ดีที่สุดคือไม่ควรไปแปล เพราะจะทำให้เรายึดติดกับความหมายที่แปลออกมา ซึ่งไม่ใช่ความหมายที่แท้จริงของพลังชนิดนั้นๆ

ในการฝึกมวยไท่เก๊กไม่ว่าจะเป็นชุดกี่กระบวนท่าก็ตาม ล้วนแต่ไม่พ้น 8 หลัก 5 ทิศนี้ทั้งสิ้น หากหลักที่ฟังดูง่ายๆ ตรงไปตรงมาเหล่านี้ ก็ต้องอาศัยระยะเวลาบ่มเพาะและทำความเข้าใจอย่างยาวนาน ไม่สามารถยึดเอาตามตัวอักษรได้ แต่หากเมื่อฝึกจนเกิดความเข้าใจแล้ว สุดท้ายเมื่อกลับมาดูในคัมภีร์ ก็จะพบว่าคำที่ใช้นั้นก็ถูกต้องเหมาะสมแล้ว ยากที่จะหาคำอื่นมาแทนได้อีก  แม้จะพยายามอธิบายก็ยิ่งดูจะไปกันใหญ่  เพราะการจะเขียนอธิบายให้กับผู้ที่ไม่ได้ผ่านการฝึกฝน หรือผ่านการฝึกฝนมาในระยะเวลาที่แตกต่างกันยากที่จะทำได้  ลองนึกดู หากต้องเขียนในคัมภีร์ว่าสำหรับกับผู้ไม่เคยฝึก ให้ตีความเช่นนี้ สำหรับผู้ที่ฝึกมาแล้วสามเดือนจะมีความหมายเช่นนี้ สำหรับผู้ฝึกมาแล้ว 1 ปีมีความหมายเช่นนี้  คำๆ เดียวกัน สำหรับผู้ที่ผ่านระยะเวลาแตกต่างกัน ร่างกายมีความเข้าใจที่แตกต่างกันนั้น บางครั้งมีความหมายแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ยกตัวอย่างเช่นคำว่าเผิง หรือปัด  อะไรคือปัด จะปัดอย่างไร  ก็เรียกว่าฝึกมาอย่างไรก็ปัดอย่างนั้น

สำหรับคนที่ไม่เคยฝึก ปัดก็คือปัด ไม่มีอะไรยุ่งยากไปกว่านั้น ยกมือปัดอะไรให้พ้นๆ ไปก็เรียกว่าปัด 

สำหรับคนที่ฝึกมาสามเดือน ท่าเผิงหรือท่าปัดคือท่วงท่าหนึ่งของมวยไท่เก๊ก มีรูปแบบเฉพาะอันหนึ่ง

สำหรับคนที่ฝึกมาหนึ่งปี ท่าปัดนอกจากจะเป็นท่วงท่าแล้ว ยังต้องประกอบด้วยหลักการ เคล็ดความอีก

สำหรับคนที่ฝึกมามากกว่าห้าปี  ปัดคำนี้กลายเป็นรูปแบบการใช้พลังแบบหนึ่ง  ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นพลังพื้นฐานที่สุดของวิชามวยไท่เก๊ก เป็นฐานของพลังอื่นๆ ทั้งหมด

นี่คนละความหมายกัน แต่ล้วนหมายถึงคำว่า เผิง คำเดียวกันนี่เอง

2 Comments

  1. aaa said,

    October 17, 2007 at 9:12 am

    “แต่ดีที่สุดคือไม่ควรไปแปล เพราะจะทำให้เรายึดติดกับความหมายที่แปลออกมา ซึ่งไม่ใช่ความหมายที่แท้จริงของพลังชนิดนั้นๆ”

    ชอบอันนี้ครับ

  2. twon said,

    May 18, 2008 at 11:44 pm

    การแปล และตีความทำให้เกิดความสับสนเสมอ เพราะทุกคนมักมีเหตุผลและความจริงรองรับเหตุผลของตัวเอง แค่เข้าใจจึงไม่พอ ต้องฝึกฝนอย่างถูกวิธี เพื่อเข้าถึง โดยไม่ต้องตีความอีกต่อไป จึงจะเห็นอย่างถ่องแท้ในทุกมิติ

Post a Comment

COPYRIGHT © 2007 www.fajing.net All RIGHTS RESERVED