PostHeaderIcon ชี่กง

ชี่ เป็นศัพท์ภาษาจีนคำหนึ่งที่เราเอามาแปลกันไปสารพัด บ้างก็ว่าลม หรือลมหายใจ หรือลมปราณ หรือพลังชีวิต หรือพลังภายใน  ซึ่งจากที่ได้คุยกับท่านอาจารย์หลายๆ ท่าน รวมทั้งความเห็นส่วนตัวของผมเองคิดว่า ไม่น่าไปแปลคำว่าชี่  ชี่ก็คือ ชี่  กงคือพลัง ชี่กงคือ พลังชี่ การฝึกชี่กง ก็คือการฝึกพลังชี่นี่แหละ

อันว่ารูปร่างลักษณะตัวตนของชี่เป็นอย่างไร ผมไม่ทราบ หาดูหลายตำราก็ไม่ใคร่จะมีใครอธิบายไว้ชัดเจน แต่ความรู้สึกถึงชี่นั้นพอจะบอกกันได้ความรู้สึกถึงชี่นั้นมักจะออกมาในอาการอุ่นร้อน จะรู้สึกได้ชัดบริเวณฝ่ามือฝ่าเท้าและบนศรีษะค่อนไปทางด้านหลัง หรือจะรู้สึกเหมือนมีไอความร้อนวิ่งผ่านบริเวณแผ่นหลัง แยกออกไปตามท่อนแขนทั้งคู่ หรือบางทีมีอาการคันชายุบๆ ยิบๆ หรือเหมือนถูกเข็มเล็กๆ แทงเป็นแนวในท่อนแขนหรือท่อนขา หรืออาจจะรู้สึกเหมือนมีมดไต่อยู่ในกระดูก กึ่งคันกึ่งจั๊กจี้

ซึ่งอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือเกิดขึ้นแล้วก็หายไป โดยไม่จำเป็นต้องเก็บมาเป็นอารมณ์ โดยลักษณะอาการจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปตามระดับผลของการฝึก ยิ่งระดับฝีมือสูงขึ้นจะมีอาการที่เปลี่ยนแปลงไปจากตอนเริ่มฝึกใหม่ๆ ซึ่งมีทั้งอาการที่เกิดขึ้นในทางที่ดี คือผลของการฝึกที่ถูกต้อง หรืออาการที่เกิดขึ้นในทางที่ไม่ดี คือการฝึกผิดแนวทาง สำหรับผู้ที่ฝึกฝนอย่างจริงจังควรจะมีอาจารย์เป็นผู้ดูแลให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

แต่ปกติแล้วหากนำมาฝึกเองก็มักจะไม่มีผลเสียอะไร โดยทั่วๆ ไปก็มักจะส่งผลดีต่อสุขภาพ ซึ่งมีหลายๆ ท่านที่เพียงแต่ฝึกฝนตามหนังสือ หรือจากซีดี แม้แต่จากโทรทัศน์ วิทยุหรือแค่ฟังผ่านๆ หู ก็ยังได้ผลลัพธ์ที่ดี  ทุเลาหรือหายจากอาการเจ็บป่วยหรือโรคเรื้อรังได้  เพียงแต่เมื่อเห็นผล หรือเกิดอาการบางอย่างแล้ว อย่าฟุ้งซ่านหรือจินตนาการว่าสำเร็จยอดวิชา สามารถปล่อยพลังออกไปทำร้ายผู้คนได้แบบในภาพยนตร์ เพราะนั่นยังอยู่อีกห่างไกลนัก

ท่าฝึกชี่กงในปัจจุบันมีที่นำมาใช้ฝึกกันนับเป็นพันๆ รูปแบบ มีทั้งแบบโบราณ ทั้งแบบที่คิดค้นขึ้นใหม่ ซึ่งส่วนมากที่มีผู้นำมาฝึกก็เท่ากับเป็นการรับรองผลไประดับหนึ่งแล้วว่าก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อตัวผู้ฝึก  สำหรับเรื่องนี้ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า ในการฝึกฝนด้วยตนเองไม่ค่อยจะยุ่งยากนัก สามารถหาอ่านได้จากหนังสือเกี่ยวกับชี่กงในท้องตลาดได้ทั่วไป อาจจะนำมาฝึกฝนตามได้ หรือหากสนใจอย่างจริงจังก็อาจจะติดต่อไปยังผู้เขียนหรืออาจารย์แต่ละท่านที่เป็นผู้สอนชี่กงได้

ในที่นี้ก็จะเสนอตัวอย่างชุดฝึกชี่กงอย่างง่ายๆ ไว้ชุดหนึ่ง ซึ่งแม้จะดูเหมือนเรียบง่าย แต่ก็ส่งผลดีต่อผู้ฝึกเป็นอย่างมาก ทั้งในแง่ช่วยให้ชี่ไหลเวียนได้ดี จิตสติมีสมาธิ อวัยวะภายในได้เคลื่อนไหวมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น ลมหายใจลึกละเอียดขึ้น ดังนี้

1. ยืนตัวตรง ตั้งศรีษะให้ตรง มือวางข้างลำตัว ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ ผ่อนคลายตั้งแต่หว่างคิ้ว หน้าผาก ใบหน้า ต้นคอ หัวไหล่ อก เอว สะโพก ท่อนแขน และท่อนขา

2. ปิดปากให้สนิทแต่ไม่เม้มริมฝีปาก ปลายลิ้นแตะโคนฟันด้านใน หายใจเข้าออกทางจมูก

3. กางเท้าออก กว้างประมาณช่วงไหล่ ปลายเท้าทั้งคู่ขนานกันชี้ตรงไปข้างหน้า หรือยืนแบบเลข 11

4. หย่อนก้นนั่งไปข้างหลังเล็กน้อย อย่าย่อเข่า หากตัวเอนเหมือนจะล้มให้ดึงก้นถอยหลังไปเล็กน้อย ไม่แขม่วท้องยืดเอวขึ้นเล็กน้อย คล้ายท่าเริ่มแรกของการฝึกฮุ่นหยวนจวงกง

5. ขณะหายใจเข้า หงายฝ่ามือขึ้น โอบขึ้นไปเหนือศรีษะจนคว่ำประสานกันอยู่เหนือศรีษะ

6. ขณะหายใจออก ลดฝ่ามือลงจากเหนือศรีษะผ่านด้านหน้าของลำตัว หยุดเล็กน้อยประสานมือกันบริเวณจุดตันเถียน ใต้สะดือประมาณ 3 นิ้วมือ แล้วผ่อนฝ่ามือ ลากผ่านต้นขาจนกลับไปอยู่ในตำแหน่งข้างลำตัวเช่นเดิม

7. ขณะโอบมือขึ้น ทำความรู้สึกเหมือนกำลังโอบมวลอากาศขึ้นไปจนไปอยู่เหนือศรีษะ ยกเอวขึ้นเล็กน้อย

8. ขณะลดฝ่ามือลงมา ทำความรู้สึกเหมือนกำลังกดมวลอากาศผ่านกระหม่อมเข้ามาในลำตัวจนแยกไปยังขาทั้งสองข้างและไหลออกไปทางฝ่าเท้า ผ่อนเอวลงมาตามจังหวะที่ลดฝ่ามือ เมื่อความรู้สึกลงไปถึงฝ่าเท้าก็โอบกลับขึ้นมาอีกครั้ง อย่าให้ขาดช่วง หรืออย่าโอบขึ้นมาเร็วเกินไปก่อนจะไปถึงเท้า

9. การเคลื่อนไหวของฝ่ามือ ผสานกับจังหวะหายใจ ไม่ใช่พยายามปรับลมหายใจให้เข้ากับจังหวะของฝ่ามือ แรกๆ ลมหายใจยังสั้นและเร็ว อาจเคลื่อนฝ่ามือให้เร็วสักหน่อยหนึ่ง แต่เมื่อฝึกไประยะหนึ่งลมหายใจจะค่อยๆ ปรับตัวลึกและยาวมากขึ้นเอง

10. ตามองตรงไปข้างหน้า ตั้งศรีษะให้ตรงทำความรู้สึกเหมือนมีด้ายยึดยอดกระหม่อมไว้จากข้างบน กระดูกสันหลังทิ้งตัวลงมาตรงๆ ฝึกรอบหนึ่งประมาณ 10-15 นาที

11. เมื่อจะเลิก จากจังหวะหายใจออกเมื่อมือทั้งสองข้างอยู่ที่ข้างลำตัว ค่อยๆ ยืดตัวจนอยู่ในท่ายืนปกติ ค่อยๆ ปรับสติและลมหายใจกลับสู่สภาพปกติ แล้วจึงเลิก ไม่ควรนั่งพักทันที หรือดื่มน้ำเย็น หรืออาบน้ำทันที ควรรอจนภายในร่างกายปรับตัวเป็นปกติก่อน  หากกระหายน้ำให้จิบน้ำร้อนหรือน้ำชาแทน

ขณะฝึกท่านี้มักจะมีอาการอุ่นร้อนบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้า หรือมีแรงดูดเบาๆ บริเวณใจกลางฝ่ามือและฝ่าเท้า ไม่ถือว่าผิดปกติ ขณะหายใจเข้าทรวงอกและซี่โครงจะขยายออก เอวยืดขึ้น หน้าท้องจะเหมือนยุบตัวลงไปเล็กน้อย เมื่อหายใจออกทรวงอกยุบตัวกลับเข้าไป เอวหดลงเล็กน้อย หน้าท้องจะเหมือนถูกดันออกมาเล็กน้อย แต่อย่าฝืนใช้วิธีแขม่วท้องหรือดันให้หน้าท้องนูนออกมา ปล่อยการหายใจให้เป็นธรรมชาติ ปรากฏการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นเองในระหว่างการฝึก  ผู้ฝึกใหม่ๆ ช่วงอกและเอวยังไม่สามารถขยับได้ หน้าท้องก็จะไม่ขยับเช่นที่บอกไว้ไม่ใช่เรื่องแปลก ให้ค่อยๆ ผ่อนคลายความรู้สึกบริเวณอกและเอว  นานวันไปช่วงอกและท้องจะเริ่มขยับขยายได้เอง ซึ่งส่งผลให้อวัยวะภายในได้รับการกระตุ้น ทำให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

Leave a Reply