PostHeaderIcon เผิง

เผิงหมายถึงการปัด  ตำราหลายเล่มจะวางตำแหน่งพลังเผิงไว้ในตำแหน่งที่เป็นหยางที่สุดบนแผนภูมิปากัว หรือแผนภูมิแปดทิศ ทำให้หลายท่านตีความเอาว่า นี่คือด้านแกร่งกร้าวของมวยไท่เก๊ก  หมายถึงการใช้พลังอย่างรุนแรงกร้าวแกร่ง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น เหตุใดจึงเอาความรุนแรงกร้าวแกร่งนี้มาผนวกไว้กับความหมายว่าปัด เหตุใดจึงต้องปัดอย่างรุนแรงกร้าวแกร่ง  เหตุใดจะปัดอย่างแผ่วเบานิ่มนวลไม่ได้ นั่นย่อมไม่สมเหตุสมผลกับการตีความพลังเผิงออกมาเช่นนี้

ในอีกด้านหนึ่ง ความหมายของขีดเต็มสามขีดบนแผนภูมิปากัวนี้ยังหมายถึง ฟ้า หรือสวรรค์

อะไรคือความหมายของฟ้า

ฟ้าคือความเต็ม คือความสมบูรณ์พร้อม
เมื่อสมบูรณ์พร้อม จึงไม่อาจรับอะไรเข้ามาได้อีก
แม้ขนนกสักเส้น ก็ยังมากเกินไป
นี่จึงสอดคล้องกับความหมายของเผิง คือการปัด
เมื่อไม่อาจรับอะไรเข้ามาได้อีก ก็ต้องปัดออกไป
เมื่อเราอยู่ในภาวะสมบูรณ์ เต็มเปี่ยม สงบนิ่ง แม้จะมีสิ่งใดเข้ามากระทบก็ไม่หวั่นไหว
ล้วนแต่ถูกปัดออกไป
แม้นไม่ชนะ แต่ก็อยู่ในสถานะที่ไม่พ่ายแพ้

ความเต็มนั้น ไม่ใช่หมายความว่าไม่เคลื่อนไหว แม้จะเป็นจุดที่เป็นหยางมากที่สุด แต่หากพิจารณาจากแผนภูมิไท่จี๋ จะเห็นว่าในตำแหน่งของหยางที่สุดนั้นจะเป็นจุดเริ่มต้นของอิน  นั่นคือทวิลักษณ์ คือความเปลี่ยนแปลง หากมีแต่ความเต็ม แต่ไม่เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง ย่อมจะถูกทำลายจนได้  แต่เมื่อในความเต็มพบที่ว่างจึงเกิดความเคลื่อนไหวจากเต็มไหลไปยังที่ว่าง ด้วยความเปลี่ยนแปลงนี้จึงสามารถปัดสิ่งที่เข้ามากระทบออกไปได้  แม้จะเรียกว่าการปัดออก แต่ก็ยังอาศัยหลักการละทิ้งตนเองเข้าร่วมกับผู้อื่น อาศัยแรงของเขานำพาเขาออกไป ส่งเขาไปตามทางที่อยากไปตามแนวทางแห่งความเปลี่ยนแปลงของอิน-หยาง  โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายาม แต่หากว่าสักแต่ใช้แรงปัดออกไป นั่นเท่ากับขัดขืนวิถีทางของฟ้า ยากที่ประสบความสำเร็จ

จะหด ต้องขยายก่อน
จะทอนกำลัง ต้องเพิ่มก่อน
จะกำจัด ต้องยกย่องก่อน
จะได้ ต้องให้ก่อน

นี่คือหลักอ่อนหยุ่นชนะแข็งกร้าว
ปลาไม่ควรขึ้นจากน้ำลึก
ดาบไม่ควรออกจากฝัก

จาก คัมภีร์เต๋าเต๋อจิง บทที่  36

ยังมีบทเพลงเกี่ยวกับพลังเผิง ดังนี้

อะไรคือความหมายของ พลังเผิง
มันคล้ายน้ำที่พยุงเรือ
เริ่มต้นโดยจมชี่ลงสู่ตันเถียน
แล้ววางศรีษะตั้งตรงเหมือนถูกแขวนจากเบื้องบน
ทั้งร่างกายมีความยืดหยุ่น
เปิดปิดได้ในพริบตา
แม้เผชิญกับแรงนับพันชั่ง
ยังสามารถถอนรากและส่งปรปักษ์ลอยไปโดยไม่ลำบาก

ในปัจจุบัน  เราไม่รู้จักความเต็ม ไม่รู้จักการพอ  เราอยู่ในสภาวะขาดอยู่ตลอด แสวงหาวัตถุหรือแม้แต่สิ่งที่มีความหมายอันเป็นนามธรรมเพื่อเติมเต็มจิตใจอยู่ตลอดเวลา  เราจึงไม่อาจสงบนิ่ง ไม่สามมารถอยู่ในสภาวะของฟ้า  และไม่เข้าใจความเคลื่อนไหวของฟ้า

เมื่อจิตใจของเราไม่เต็ม การแสวงหาของเราก็ไม่มีวันจบสิ้น   ยิ่งเป็นเรื่องน่าตลกที่เราพยายามแสวงหาความสงบ หรือแสวงหาการหลุดพ้นไปจากสภาวะนี้  เพราะยิ่งหาก็ยิ่งไม่มีทางเจอ ก็ในเมื่อเราแสวงหาความเต็มจากความไม่เต็ม จะหาเจอได้อย่างไร

Leave a Reply