PostHeaderIcon การหายใจในวิชามวยไท่เก๊ก ภาค 2

ยังมีผู้ติดใจมากเรื่องการฝึกหายใจ เนื่องจากผมเคยบอกว่าการหายใจต้องให้เป็นธรรมชาติ เมื่อผ่านการฝึกฝนมวยไท่เก๊กอย่างถูกระบบ มันจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเองโดยไม่ต้องไปฝืน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

ทั้งนี้เพราะ ในการฝึกฝนวิชามวยไท่เก๊กนั้น หลายจุดที่เราจะเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นทาง ไม่ใช่ที่ปลายเหตุ แม้ในคัมภีร์เดิมก็มีกล่าวเรื่องนี้ เช่นการแก้ปัญหาเมื่ออยู่ในภาวะเสียเปรียบ ให้ปรับตำแหน่งของเอวและขา ไม่ใช่ไปแก้ที่มือหรือแขนซึ่งกำลังรุกรับอยู่ หรือเมื่อจะตีอีกฝ่ายก็ต้องเริ่มจากถอนรากเขาก่อน

ในเรื่องการหายใจนี้ก็เช่นกัน การแก้ปัญหาหรือการฝึกฝนลมหายใจนั้น ไม่ได้ไปฝึกฝนที่วิธีการหายใจโดยตรง หากแต่ไปฝึกเปลี่ยนแปลงโครงสร้างร่างกาย ไปทำกระดูกสันหลังให้ตั้งตรง ไปทำอกให้ว่าง ทำสะบักให้ยืดหยุ่น ผ่อนคลายต้นคอและหัวไหล่ วางใจไว้ที่ตันเถียน ซึ่งผลที่เกิดขึ้นเมื่อฝึกทุกอย่างที่กล่าวมาก็คือ ระบบการหายใจจะค่อยๆ มีการเปลี่ยนแปลง ลึกและยาว ลงถึงท้องน้อย หายใจเข้าท้องยุบ หายใจออกท้องป่อง นั่นคือเปลี่ยนแปลงไปตามโครงร่าง ตามภาชนะที่เขาปั้นขึ้นใหม่อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่เป็นการฝืนอัดลมเข้าไปในโครงร่างแบบเดิมๆ ฝืนให้ท้องป่องท้องยุบ ซึ่งแม้จะฝึกจนชำนาญก็ต้องเรียกว่าฝืนจนชำนาญ ไม่ใช่เป็นไปตามธรรมชาติ

ในการฝึกฝนนั้น จริงๆ แล้วอาจกล่าวได้ว่าเป็นการฝืนการดัด แต่เป็นการดัดที่กรอบ ดัดที่ภาชนะ ให้ได้รูปทรงที่สอดคล้องกับธรรมชาติ เปรียบได้กับเมื่อเราขุดคลองให้กว้าง ให้ตรง น้ำก็จะไหลผ่านได้แรงและสะดวกตามธรรมชาติของคลองที่กว้างและตรง แต่หากคลองนั้นทั้งคดทั้งแคบ แต่ยังพยายามฉีดน้ำเข้าไปแรงๆ เพื่อให้ไหลได้มาก ได้แรง มันก็ต้องฉีดกันอยู่เรื่อยไป ออกแรงฉีดกันอยู่ตลอดเวลา ฉีดกันทุกวันจนนึกเอาว่าธรรมชาติของคลองต้องฉีดน้ำมันถึงจะไหลได้แรงได้มาก ก็เข้าใจว่านี่เรียกว่าทำจนเป็นธรรมชาติ ซึ่งแท้จริงย่อมไม่ใช่ นอกจากนั้นการฝืนฉีดน้ำแรงๆ ผ่านคลองคดๆ ตลอดเวลาก็อาจมีผลทำให้คลองพัง ตลิ่งถล่ม เดือดร้อนกันไปเสียอีก

ระบบการหายใจของเรานั้นเป็นระบบอัตโนมัติ ทำงานโดยการเคลื่อนของกระบังลมเพียงเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการไปขยับกล้ามเนื้อท้อง ไม่เกี่ยวข้องกับการแขม่วการเกร็ง หรือการพยายามดันมันออกมา ไม่มีความจำเป็นต้องไปทำอะไรทั้งสิ้นในการหายใจ เพียงแต่หายใจธรรมดาเท่านั้น ส่วนการที่กล้ามเนื้อท้องจะมีการขยับตามจังหวะหายใจนั้น ก็เพราะเราได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของร่างกายจนมันสอดคล้องกัน เมื่อหายใจเข้า สะบักก็เปิดออก อกกลายเป็นความว่าง กระดูกสันหลังมีการยกตัวขึ้นเล็กน้อย ปลายกระดูกสันหลังบริเวณปลายหาง ก็จะม้วนเข้าเล็กน้อย ทำให้บริเวณฝีเย็บถูกรั้งขึ้น และท้องน้อยก็ถูกดึงให้ยุบเข้าไป ในทางกลับกัน เมื่อหายใจออกกระดูกสะบักหดกลับเข้ามา กระดูกสันหลังจนถึงปลายหางก็คลายตัวลงเล็กน้อยมันก็ดันท้องน้อยให้พองออกมา

การหายใจในวิชามวยไท่เก๊ก

Leave a Reply