ความกลม
รำมวยต้องให้กลม เรื่องนี้ทุกๆ คนที่ฝึกมวยไท่เก๊กย่อมทราบดี
แต่ที่ว่ากลมนั้นเป็นอย่างไร
ที่ว่ากลมนั้น สำหรับเบื้องต้นแล้ว สามารถฝึกฝนได้ไม่ยาก นั่นคือ ขณะที่รำมวย ให้ปลายนิ้วเหมือนกับลากเส้นโค้งวงกว้างๆ ไปด้วย ไม่มีการหักมุมเหลี่ยมมุมแหลม การเปลี่ยนท่วงท่าทุกครั้งจะต้องวาดเป็นวงโค้งต่อเนื่องกันไป จากวงใหญ่สู่วงเล็ก จากวงเล็กขยายออกไปสู่วงใหญ่
แต่การฝึกฝนเช่นนี้ สิ่งหนึ่งที่ผู้ฝึกฝนจะต้องระวัง เพราะจะเกิดความผิดพลาดได้ง่าย นั้นคือบางครั้งที่ผู้ผึกเอาจิตสมาธิไปจับอยู่กับปลายนิ้ว คอยระวังแต่จะวาดเส้นโค้งด้วยปลายนิ้ว แต่กลายเป็นเผลอเล่นข้อมือ ข้อมือพลิกไปพลิกมาไม่มั่นคง
หนทางแก้ทางหนึ่งก็คือ ลองเปลี่ยนจุดวาดวงกลมมาไว้ที่ข้อมือ ก็จะทำให้ข้อมือมีความมั่นคงขึ้น วาดเส้นโค้งได้อย่างมีพลัง แต่ก็เช่นกัน การไปเน้นที่ข้อมือ ก็จะทำให้ข้อมือหัก ปลายนิ้วไร้ทิศทาง ไม่มีพลัง ถ้าไม่ระวังก็จะกลายเป็นความเคยชินผิดๆ ไปได้เช่นกัน
แต่หากชำนาญแล้ว อาจจะลองเปลี่ยนจุดวาดวงกลมมาอยู่ที่ปลายศอก ขณะรำมวยก็ใช้ปลายข้อศอกวาดวงกลมไปด้วยก็ยังสามารถทำได้ เพียงแต่นี่จะควบคุมได้ยากแล้ว
หากเริ่มเข้าใจถึงความกลม จะมีอีกหนึ่งกลมที่ต้องรักษาไว้ คือความโค้งกลมระหว่างช่วงแขนถึงหน้าอก แขนจะต้องไม่แบนจนมาติดหน้าอก หรือทำเหลี่ยมทำมุมกับหน้าอก และในอีกทางหนึ่งก็ต้องไม่ยื่นเก้งก้างออกไป แต่จะต้องรักษาแนวโค้งหนึ่งไว้ตลอด โดยปกติแล้วในส่วนนี้จะฝึกฝนโดยทำความรู้สึกเหมือนหนีบซาละเปาไว้ใต้รักแร้ข้างละลูก ทั้งนี้เพื่อไม่ให้รักแร้หนีบเข้ามาหาตัว และไม่ให้กางออกมากเกินไปนั่นเอง
อีกหนึ่งหลักที่จะช่วยให้สามารถรักษาความกลมระหว่างแนวแขนทั้งสองข้างกับช่วงอกได้ คือหลักหันเซียง หรือการผ่อนคลายอก นั่นคือขณะฝึกฝน หน้าอกต้องผ่อนคลายให้ว่าง หายใจด้วยกระบังลมลงไปถึงช่วงท้อง ไม่ได้หายใจที่หน้าอก และไม่มีการเบ่งอก หากเบ่งอก แขนทั้งสองข้างก็จะกางออกไปด้านข้าง ไม่สามารถสร้างแนวโค้งแนวกลมกับหน้าอกได้ แต่ทั้งนี้การหายใจต้องปล่อยให้เป็นธรรมชาติ ไม่ใช่ฝืนสูดลมหายใจเข้าไปถึงท้อง แต่ฝึกฝนโดยการผ่อนคลายช่วงอก และเชิงกราน เมื่อฝึกฝนไประยะหนึ่งลมหายใจก็จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเอง ลึกลงและยาวขึ้น