การเดิน
วันนี้มีโอกาสได้สอนศิษย์น้องเกี่ยวกับเรื่องการเดินครับ ก็เลยถือโอกาสเอามาบันทึกไว้
การเดินในมวยไท่เก๊กตระกูลหยางนั้น เมื่อเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ท่าเดินพื้นฐานที่สุดคือเดินด้วยท่ากงปู้ หรือก้าวธนู ที่เห็นได้ชัดๆ คือท่า โลซีเอ้าปู้ หรือท่า งอเข่าย่างก้าว
ขั้นตอนหลักๆ คือ
ก้าวเท้าข้างหนึ่งไปข้างหน้า
วางส้นเท้าหน้า
วางเท้าหน้าเต็มเท้า
ย้ายน้ำหนักจากขาหลังไปขาหน้า ให้ลงขาหน้า 7 ส่วน เหลือไว้ที่ขาหลัง 3 ส่วน
เมื่อจะก้าวต่อไป ให้
บิดขาหน้าออก ประมาณ 45-60 องศา
วางน้ำหนักลงบนขาหน้าให้เต็ม ปล่อยเท้าหลังให้ว่าง
ก้าวเท้าหลังไปข้างหน้า
วางส้นเท้า
วางเต็มเท้า
แล้วจึงย้ายน้ำหนักจากขาหลัง หรือขาที่วางน้ำหนัก ไปยังขาหน้า
ขั้นตอนหลักๆ นี้ดูเหมือนไม่ยาก แต่มักจะพบปัญหาหนึ่งอยู่ตลอด นั่นคือ เมื่อเดินไปข้างหน้า กลับกลายเป็นคล้ายกับขโมยย่องเบา ค่อยๆ ก้าวขาหลังออกไปด้วยความยากลำบาก ดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือไม่ก็กลายเป็นต้องเกร็งบริเวณคัว หรือบริเวณเชิงกรานอยู่ตลอด เพื่อจะยกขาหลังไปขาหน้า
เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อวางน้ำหนักบนขาหน้า 7 ส่วนขาหลัง 3 ส่วนแล้ว เมื่อบิดขาหน้าไป น้ำหนักที่ขาหน้ายังเป็น 7 ส่วนอยู่ หรือแย่กว่านั้นคือกลายเป็นน้ำหนักไหลย้อนกลับมายังขาหลัง ทำให้การยกขาหลังทำได้ยากลำบาก เพราะมีน้ำหนักค้างอยู่ ก็เลยกลายเป็นต้องเกร็งเชิงกรานเพื่อยกขาหลังเคลื่อนไป ทั้งยังมีความรู้สึกว่าขาหลังมีความหนัก การเคลื่อนไหวไม่ได้เบาสบาย
การแก้ปัญหาคือ จากท่ากงปู้ซึ่งน้ำหนักอยู่ที่ขาหน้า 7 ส่วน ขาหลัง 3 ส่วน เมื่อจะเดินหน้าต่อไป ขณะบิดขาหน้าออก ไม่ใช่บิดแต่เพียงเท้า หรือบิดแต่เพียงขา แต่ต้องไปทั้งตัว ร่างกายทั้งร่างกาย ย้ายไปตั้งอยู่บนขาหน้าที่บิดไปทั้งหมด น้ำหนักตัวทั้ง 10 ส่วนล้วนวางอยู่บนขาหน้า หากลากเส้นตรงจากใจกลางเท้าหน้าจะต้องผ่านแกนลำตัว และผ่านศีรษะขึ้นไป ไม่ใช่ให้ลำตัวอยู่นอกเส้นตรงนี้ เมื่อนั้นก็จะสามารถวางน้ำหนักทั้งหมดลงบนขาหน้าได้ และขาหลังจะเบาจนพร้อมจะก้าวออกไปได้เอง หรืออาจพูดว่า ขาหลังอยากจะขยับออกไปข้างหน้าเองโดยแทบไม่ต้องสั่ง แทบไม่ต้องออกแรงเลย เพียงการบิดลำตัววางลงบนขาหน้า ลำตัวก็แทบจะพาขาหลังให้ก้าวไปข้างหน้าได้แล้ว เพียงแต่ใช้จิตสั่งการในกายก้าวเดินไปเท่านั้น ขาหลังก็จะเคลื่อนไปได้ง่ายๆ
จนเมื่อขาหลังก้าวออกไปแล้ว เมื่อส้นเท้าแตะพื้นแล้ว พอวางเต็มเท้าก็จะเริ่มกระบวนการย้ายน้ำหนักไป การย้ายน้ำหนักก็ไม่ใช่เป็นการดันตัวไปข้างหน้า ซึ่งน้ำหนักจะแทงออกไปที่เข่าหน้า ทำให้รู้สึกเจ็บแปล๊บๆ แต่ต้องเป็นการยกน้ำหนักจากขาหลัง ไปวางไว้บนขาหน้า แต่เรื่องนี้ก็ต้องอาศัยการฝึกฝน ความเข้าใจแต่อย่างเดียวยังไม่สามารถทำให้เป็นเช่นนั้นได้
หากทำได้เช่นนี้ การก้าวเดินก็จะเบาสบาย แต่มีความมั่นคง เมื่อก้าวออกไป หากจุดที่วางไม่ปลอดภัยก็สามารถถอยกลับได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งการก้าวก็จะไม่เป็นภาระต่อหัวเข่า แม้ข้อเข่าไม่ดีก็สามารถฝึกฝนได้ นานไปข้อเข่าก็จะแข็งแรงขึ้นเองด้วย
ดิฉันกำลังฝึกไท้เก๊กเพื่อสุขภาพ มีปัญหาปวดหลังเรื้อรังมาหลายปี ได้หาข้อมูลอ่านเสริมเพื่อให้เข้าใจมากขึ้น ดีใจที่ค้นเจอที่นี่ มีประโยชน์มากๆ จะเข้ามาอ่านเรื่อยๆค่ะ
ขอบคุณสำหรับความรู้ที่ช่วยให้มีความเข้าใจมากขึ้น