รำไท้เก็กควบคุมเบาหวาน

จากการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร British Journal of Sports Medicine พบว่าการออกกำลังกายด้วยการรำไท้เก็กช่วยทำให้การควบคุมโรคเบาหวานชนิดที่ 2  ดีขึ้น

http://www.biotec.or.th/biotechnology-th/newsdetail.asp?id=3839

          ไท้เก็ก เป็นศิลปะการป้องกันตัวของจีน ที่รวมการหายใจเข้าด้วยกระบังลมและการผ่อนคลายด้วยการเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลเข้าด้วยกัน ทีมวิจัยได้ประเมินผลที่เกิดขึ้นกับทีเซลล์หลังการใช้โปรแกรมออกกำลังกายด้วยไท้เก็กนาน 12 สัปดาห์ ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สอง 30 ราย และผู้ที่มีสุขภาพดีอีก 30 ราย ในช่วงอายุต่างๆกัน 

          ทีเซลล์เป็นกุญแจสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย สร้างสารเคมีที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ อินเตอร์ลิวคิน ที่มีความสำคัญต่อระบบการตอบสนองภูมิคุ้มกัน เบาหวานชนิดที่ 2 สัมพันธ์กับการติดเชื้อเรื้อรัง เกิดจากภาวะน้ำตาลในเลือดมากเกินไป

          หลังจากผ่านไป 12 สัปดาห์  ระดับของไกลเคทฮีโมโกลบินก็ลดลงจาก 7.59 เป็น 7.16 ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ระดับของอินเตอร์ลิวคิน-12 ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ระดับของอินเตอร์ลิวคิน-4 ซึ่งเป็นตัวกดภูมิคุ้มกันไม่ทำงาน และการทำงานของทีเซลล์ก็เพิ่มขึ้น

          กิจกรรมที่ใช้พลังงานเยอะกดระบบภูมิคุ้มกัน แต่การออกกำลังกายอย่างพอเหมาะจะให้ผลตรงกันข้าม การออกกำลังกายแบบ ไท้เก็กจัดว่าเป็นการออกกำลังกายที่ใช้พลังงานในระดับปานกลาง และการศึกษาก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่า มันช่วยกระตุ้นการทำงานของเส้นเลือดหัวใจและระบบหายใจ เพิ่มความยืดหยุ่นและบรรเทาความเครียด 

          ไท้เก็กอาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดหรือเพิ่มการเผาผลาญกลูโคสในเลือด ทำให้ร่างกายเริ่มมีภูมิต่อการติดเชื้อ หรืออย่างน้อยที่สุด การออกกำลังกายก็ทำให้ร่างกายสุขภาพดี รู้สึกมีความสุข ซึ่งในที่สุดแล้วทำให้ร่างกายสร้างระบบภูมิคุ้มกันขึ้นมา

          และในอีกการศึกษานึง ที่มีผู้เข้าร่วม 13 ราย พบว่า การออกกำลังกายด้วยไท้เก็กและชี่กงเป็นเวลา 12 สัปดาห์ ครั้งละ 1 ชั่วโมง 30 นาที มากกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และมีการออกกำลังกายที่บ้านด้วย  ช่วยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยปรับปรุงระบบการเผาผลาญอาหารที่ผิดปกติในเด็กกลางจนถึงวัยผู้ใหญ่ดีขึ้น (อาการของโรคในกลุ่มการเผาผลาญอาหารผิดปกตินั้น ได้แก่ ความดันโลหิตสูง และน้ำตาลในเลือดสูงซึ่งเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ และเบาหวาน) 

          เมื่อสิ้นสุดระยะเวลา 12 สัปดาห์ ผู้เข้าร่วมมีน้ำหนักลดลงเฉลี่ย 3 กิโลกรัม และมีขนาดรอบเอวลดลงเฉลี่ยเกือบ 3 เซนติเมตร ความดันโลหิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ผู้เข้าร่วม 3 ราย ไม่มีภาวะการเผาผลาญอาหารผิดปกติ และรายอื่นๆเล่าว่าขณะที่อยู่ในโปรแกรมนั้น เค้านอนหลับได้ดีขึ้น มีแรงมากขึ้น รู้สึกเจ็บปวดน้อยลง และความอยากอาหารลดลง

ที่มาhttp://www.sciencedaily.com/releases/2008/03/080331220843.htm

3 Comments

  1. วนิดา said,

    February 12, 2009 at 7:19 pm

    อายุ 50 กว่าแล้ว

    เป็นหลายโรคมาก หัวใจ ความดันสูง เป็นโรคเครียด นอนไม่เหลับเป็นประจำ
    อยากออกกำลังกาย แบบเบา ๆ ไม่ต้องหนักมากนัก

    ช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมคะ จะออกกำลังกายแบบไท้เก็ก มีท่าไหนบ้างที่จะช่วยได้
    ขอบคุณมากค่ะ

  2. วนิดา said,

    February 12, 2009 at 7:21 pm

    อายุ 50 กว่าแล้ว

    เป็นหลายโรคมาก หัวใจ ความดันสูง เป็นโรคเครียด นอนไม่เหลับเป็นประจำ
    อยากออกกำลังกาย แบบเบา ๆ ไม่ต้องหนักมากนักสามารถเล่นที่บ้านได้

    ช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมคะ จะออกกำลังกายแบบไท้เก็ก มีท่าไหนบ้างที่จะช่วยได้
    ขอบคุณมากค่ะ

  3. admin said,

    February 12, 2009 at 10:20 pm

    การออกกำลังกายด้วยมวยไท่เก๊ก ไม่ใช่การฝึกเฉพาะท่าทางครับ แต่เป็นการฝึกเป็นระบบ โดยพื้นฐานก็คือฝึกรำมวยทั้งชุด ซึ่งเฉลี่ยๆ ก็ใช้เวลาชุดหนึ่งประมาณ 18-20 นาที แต่เป็นการออกกำลังกายเบาๆ ครับ เพราะปกติผู้ที่มาฝึกก็มักจะเป็นผู้สูงอายุอยู่แล้ว เท่าที่พบกับตัวเองคือผู้มาฝึกที่เคยเป็นโรคความดัน เครียด นอนไม่หลับ ฝึกแล้วหายขาดครับ ส่วนโรคอื่นๆ ก็บรรเทากันไป มากน้อยแล้วแต่คน

    สถานที่ฝึกดูจากหน้า Link http://www.fajing.net/thai/link/link-web/ ได้ครับ
    หรือที่นี่ก็มี http://www.thaitaiji.com/forum/viewtopic.php?f=2&t=13

    ถ้าอยู่ที่กรุงเทพฯ ก็แนะนำที่สวนลุมครับ ไปเรียนกับอาจารย์ก่อน แล้วกลับมาฝึกที่บ้านได้ครับ ถ้าว่ากันตามประวัติอาจารย์สอนมวยไท่เก๊กหลายท่านที่มาฝึกเอาเมื่ออายุมากแล้วเนื่้องจากมีปัญหาสารพัดโรค ฝึกจนหายขาดแข็งแรง กลายเป็นอาจารย์อยู่ไปจน 80-90 หรือกว่าร้อยก็มีครับ

Post a Comment

COPYRIGHT © 2007 www.fajing.net All RIGHTS RESERVED