The Essence of T’AI CHI CH’UAN

essence-of-taichichuan

Category: Books
Genre: Health, Mind & Body
Author: Lo/Inn/Foe/Amacker

ชื่อคนเขียนหน้าปกเขาเขียนไว้ว่า Lo/Inn/Foe/Amacker
จริงๆ คือมีสี่คนครับ ชื่อ

Benjamin P. Lo
Martin Inn
Susan Foe
Robert Amacker

หนังสือเล่มนี้ความจริงเนื้อหาไม่เยอะ ตัวหนังสือเท่าหม้อแกง หน้าหนึ่งๆ มีสักสิบบรรทัดอย่างมาก แต่ผมให้คะแนนไว้เยอะ เพราะเล่มนี้แปลคัมภีร์เดิมจากภาษาจีนมาเป็นภาษาอังกฤษ ชนิดเนื้อๆ ไม่มีคำบรรยาย ไม่มีการตีความ มีแต่เนื้อคัมภีร์แท้ๆ อ่านได้อารมณ์ดีมากครับ เหมือนคัมภีร์ลับในนิยายกำลังภายในเลย ถ้าใครที่ฝึกมาก็ถือว่าเอาไว้ทบทวนเคล็ดวิชาได้

แต่ถ้าไม่ได้เรียนมาโดยตรง ผมว่ายิ่งสนุกกว่า เพราะอ่านไปตีความไป เข้าใจมั่งไม่เข้าใจมั่ง (จริงๆ คือไม่น่าเข้าใจ) แต่ทำให้จินตนาการบรรเจิดได้ดี เผลอๆ สร้างวิชาส่วนตัวขึ้นมาได้ …เคยเจอเหมือนกันนะครับ มีบางคนฝึกมวยไท่เก๊กด้วยตัวเอง เปิดตำราฝึกเอา ตีความเคล็ดเอา ดูเพลินดีเหมือนกัน เคยมีคนมายืนให้ดู แล้วผมเอานิ้วจิ้มแล้วล้ม ยังอ้างได้ว่านี่เพราะเขายังฝึกไม่สำเร็จ ถ้าสำเร็จแล้วจะปล่อยพลังออกมือมาโดนทีเดียวตาย …เป็นได้ขนาดนี้ก็มี ก็ต้องปล่อยไป อนุโมทนาสาธุว่าเกิดโชคดีเขาอาจจะได้เป็นปรมาจารย์วิชาใหม่ของตัวเองไป ของอย่างนี้ประมาทกันไม่ได้

ตัวอย่างในหนังสือนะครับ

หน้า 54 มีแค่สองประโยค

Be as still as a mountain,
Move like a great river.

“ยามสงบนิ่งประดุจขุนเขา ยามเคลื่อนไหวคล้ายสายน้ำใหญ่”

หน้า 59

The form is like that
of a falcon about to seize a rabbit,
and the shen (spirit) is like that
of a cat about to catch a rat.

“ท่วงท่าดุจอินทรีโฉบเหยื่อ จิตสติดังแมวตะครุบหนู”

มีนิดหนึ่งที่ผมจะสะดุดเกือบทุกครั้งที่อ่านหนังสือแปลจีนเป็นอังกฤษ คือคำแปลหลายๆ จุดมันจะแปลกๆ แล้วก็บางทีขาด บางทีเกิน อันนี้ก็ต้องทำใจละครับ เพราะส่วนหนึ่งของการแปลมันก็ขึ้นอยู่กับการตีความของผู้แปลด้วย
อย่างเช่น หน้า 19

The ch’i (breath) should be excited.
The shen (spirit) should be internally gathered

“ลมหายใจควรถูกกระตุ้น วิญญาณควรรวมไว้ภายใน”

บางคนเลยตีความเป็นต้องสูดลมหายใจให้กระชั้น หรือเอาละบางคนรู้จักคำว่า “ชี่” ว่ามันต่างจากลมหายใจ แต่ “กระตุ้นชี่” บางคนก็เลยไปพยายามโคจรแบบพิสดาร แล้วให้รวมวิญญาณไว้นี่ยิ่งไปกันใหญ่

หรือในหน้า 49 นี่ก็มันมากครับ

Throughout the body, the i (mind) rely on the ching shen (spirit), not on the ch’i (breath).
If it relies on the ch’i, it would become stagnant.
If there is ch’i, there is no li (external strength.)
If there is no ch’i, there is pure steel.

“ตลอดทั่วร่าง จิตอาศัยวิญาณไม่ใช่ชี่ (ลมหายใจ)
อาศัยชี่ จะติดขัด
หากมีชี่ ก็ไม่มีแรง (ภายนอก)
หากไม่มีชี่ คือเหล็กกล้าแกร่ง”

เออ..บทหนึ่งให้กระตุ้นชี่ อีกบทหนึ่งกลับบอกไม่ให้มีชี่
แล้วยิ่งถ้าไปแปลชี่ว่าลมหายใจ (breath) ตามหนังสือ ก็ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่มีลมหายใจไม่เป็นเหล็กกล้าหรอกครับ แต่เป็นศพแหงแก๋ อันนี้อาจารย์ผมเคยอ่านที่เป็นภาษาจีนให้ฟังแล้วแปลชัดๆ ให้ มันคนละเรื่องกันเลย …คือเรื่องคล้ายๆ กัน แต่คนละเรื่อง

ผมเคยมีแปลบทนี้ไว้อย่างนี้

“หากให้ความความสนใจกับจิตสติ ละทิ้งชี่ พลังที่สำแดงออกจะเข้มแข็งแกร่งกร้าว แต่หากมัวสนใจอยู่กับชี่ เลือดลมจะติดขัด พลังที่ตีออกจะไร้กำลังและไม่สัมฤทธิ์ผล”
ส่วนที่ว่ากระตุ้นชี่ ก็แค่ปล่อยให้มันเป็นอิสระ เคลื่อนไหวได้ดังใจ ไม่ไปขังหรือไปกดไว้กับที่ เพราะมันมีอีกบทที่ให้จมชี่ไว้ที่ตันเถียน บางคนก็เลยไปกดไว้ ..คือถ้าฝึกมาดี มีอาจารย์สาธิตให้ดูว่ารูปธรรมมันเป็นอย่างไร แล้วอธิบายได้ครบถ้วน ทุกบททุกตอนมันก็ไม่ขัดแย้งกัน แต่ถ้าตีความเอง..ก็สนุกครับ

ไม่รู้เรื่องพอกัน ฮ่าๆๆ เอาเป็นว่าถ้าฝึกมาอย่างไร ก็อ่านเข้าใจอย่างนั้นละครับ เพราะอาจารย์แต่ละท่านก็แปลออกมาต่างกัน ตีความออกมาต่างกัน

http://astore.amazon.com/taijimaster-20/detail/0913028630

เล่มนี้ผมได้จากร้านหนังสือเก่าชื่อ Back Street Books ในเชียงใหม่ครับ เชียงใหม่มีร้านหนังสือ (เก่า) ภาษาอังกฤษ เยอะกว่าในกรุงเทพฯ คุยกับบางร้านเขายังบอกว่าร้านหนังสือแถบถนนข้าวสารก็ยังมีมาซื้อจากเขา หนังสือที่นี่ส่วนมากจะราคาถูกกว่าปก แล้วก็สภาพดีมากครับ บางปกมีเป็นสิบเล่ม ไม่รู้ไปหากันมาจากไหน

Yang Family Secret Transmissions

secrettransmission

Category: Books
Genre: Health, Mind & Body
Author: Douglas Wile

หนังสือเล่มนี้จัดเป็นหนังสือเกี่ยวกับมวยไท่เก๊กที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ ภายในเล่มมีทั้งเคล็ดลับ หลักวิชาต่างๆ รวมทั้งภาพประกอบโดยอ.หยางเฉินฟู่เอง ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถฝึกมวยไท่เก๊กด้วยตัวเองจากหนังสือเล่มนี้ แต่หากได้รับการฝึกฝนอย่างถูกต้องจากอาจารย์ที่แท้จริง หนังสือเล่มนี้ก็จะมีส่วนช่วยในเรื่องหลักและเคล็ดต่างๆ ได้มากทีเดียว

http://astore.amazon.com/taijimaster-20/detail/091205901X

เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่เรียกว่า “ไม่ประนีประนอม” กับคนอ่านครับ เพราะเริ่มมาก็เล่นเคล็ดวิชากันล้วนๆ ถ้าไม่ได้ฝึกมาแล้วมาอ่าน จะรู้สึกเหมือนเจอคัมภีร์ลับในนิยาย เพราะต้องตีความเยอะแยะ ตั้งแต่เคล็ด “เบื้องต้น” เช่น “พลังยอดกระหม่อม ต้องเบาและไว”

หรือแม้แต่ที่พิสดารประเภทเป็นโคลงกลอน หรือเป็นปริศนาอย่างเช่น
ใช้พลังนั้นไม่ถูกต้อง
ไม่ใช้พลังนั้นไม่ถูกต้อง
ประหนึ่งอ่อนแต่แข็ง จึงถูกต้อ

ลอยนั้นไม่ถูกต้อง
หนักก็ไม่ถูกต้อง
เบา, ไว, ผ่อนคลาย และจม จึงถูกต้อง

เป็นหนังสือเก่าแล้ว เลยไม่ค่อยเห็นในร้านหนังสือบ้านเรา คำอธิบายก็ถือได้ว่า “ไม่รู้เรื่อง” ถ้าไม่ได้ฝึกมา แต่ถ้าคนที่คิดจะฝึกมวยไท่เก๊กจริงจัง ไม่ว่าสายไหนตระกูลไหน หนังสือเล่มนี้มีประโยชน์มากครับ

เล่มนี้บ้านเรายังไม่เคยเจอร้านไหนขายเลยไม่ว่าจะร้านหนังสือเก่าหนังสือใหม่ เล่มที่ผมอ่านนี่ก็ถายเอกสารมาจากอาจารย์อีกที ตั้งใจว่าว่างๆ จะสั่งซื้อเล่มจริงมาสักที จะได้มีเก็บไว้

อ.หวงซิงเสียนอธิบายความสำคัญของการผ่อนคลาย (ซง)

อธิบายเรื่องการซง

YouTube Preview Image

 

English Translation (Humble attempt)

MH(Master Huang):Everything has force center coz they have weight. Only if you are weight-less, can you control others’ force center.

RP(reporter):what frame reference do you use to capture others’ force center?

david0404 (1 year ago) 

MH: By relaxation, you have to relax your hands to feel the force. So the important thing is to relax your hand and feel the force. There is the law of equilibrium:

1)moving without losing the center point

2)relaxing without stepping beyond the circle

david0404 (1 year ago) 

RP:understanding the force center and mastering the art of relaxing is the difficult part of Tai Ji. Because it is very deep and very much dependent of one’s understanding, commitment of time, patient and coordination of these elements.

The idea can be explained with the Tai Ji circle diagram. The diagram is composed with a circle and two fish (google it if u can’t c the fish). One’s must picture himself/herself as one of the fish and one’s opponent as the other fish.

david0404 (1 year ago) 

Then try to capture the opponent’s force center and feel the magnitude of the opponent’s force. Finally use the force of the circle and law of equilibrium to counter the opponent’s force.

รำไท้เก็กควบคุมเบาหวาน

จากการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร British Journal of Sports Medicine พบว่าการออกกำลังกายด้วยการรำไท้เก็กช่วยทำให้การควบคุมโรคเบาหวานชนิดที่ 2  ดีขึ้น

http://www.biotec.or.th/biotechnology-th/newsdetail.asp?id=3839

          ไท้เก็ก เป็นศิลปะการป้องกันตัวของจีน ที่รวมการหายใจเข้าด้วยกระบังลมและการผ่อนคลายด้วยการเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลเข้าด้วยกัน ทีมวิจัยได้ประเมินผลที่เกิดขึ้นกับทีเซลล์หลังการใช้โปรแกรมออกกำลังกายด้วยไท้เก็กนาน 12 สัปดาห์ ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สอง 30 ราย และผู้ที่มีสุขภาพดีอีก 30 ราย ในช่วงอายุต่างๆกัน Read the rest of this entry »

ความกลม

รำมวยต้องให้กลม เรื่องนี้ทุกๆ คนที่ฝึกมวยไท่เก๊กย่อมทราบดี

แต่ที่ว่ากลมนั้นเป็นอย่างไร

ที่ว่ากลมนั้น สำหรับเบื้องต้นแล้ว สามารถฝึกฝนได้ไม่ยาก นั่นคือ ขณะที่รำมวย ให้ปลายนิ้วเหมือนกับลากเส้นโค้งวงกว้างๆ ไปด้วย ไม่มีการหักมุมเหลี่ยมมุมแหลม การเปลี่ยนท่วงท่าทุกครั้งจะต้องวาดเป็นวงโค้งต่อเนื่องกันไป จากวงใหญ่สู่วงเล็ก จากวงเล็กขยายออกไปสู่วงใหญ่ Read the rest of this entry »

การเดิน

วันนี้มีโอกาสได้สอนศิษย์น้องเกี่ยวกับเรื่องการเดินครับ ก็เลยถือโอกาสเอามาบันทึกไว้

การเดินในมวยไท่เก๊กตระกูลหยางนั้น เมื่อเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ท่าเดินพื้นฐานที่สุดคือเดินด้วยท่ากงปู้ หรือก้าวธนู ที่เห็นได้ชัดๆ คือท่า โลซีเอ้าปู้ หรือท่า งอเข่าย่างก้าว

 ขั้นตอนหลักๆ คือ

ก้าวเท้าข้างหนึ่งไปข้างหน้า

วางส้นเท้าหน้า

วางเท้าหน้าเต็มเท้า

ย้ายน้ำหนักจากขาหลังไปขาหน้า ให้ลงขาหน้า 7 ส่วน เหลือไว้ที่ขาหลัง 3 ส่วน Read the rest of this entry »

วิชาลับ

ผู้ที่เข้ามาฝึกวิชามวยไท่เก๊ก หรือวิชามวยจีนแขนงใดก็ตาม หากไม่เคยรับรู้อะไรมาก่อนเลยก็แล้วกันไป ซึ่งคงหาได้ยากนัก เพราะคนที่อยู่ๆ จะมาฝึกหรือมาเรียน ย่อมจะมีภาพความคาดหวังบางอย่างอยู่ทั้งสิ้น เช่นอาจจะเคยอ่านเจอในหนังสือ อาจจะเคยได้ยินมาจากคนอื่น หรือแม้แต่อิทธิพลของภาพยนต์หรือนวนิยายก็มีส่วนที่ก่อให้เกิด “ภาพ” บางประการในมโนสำนึกของผู้ฝึก ก่อนที่จะได้เริ่มฝึกฝนกันจริงๆ Read the rest of this entry »

คลิปวิดิโอท่านหวังเฟ่ยเซิงสอนท่าไท่จี๋ฉีซื่อ

อาจารย์หวังเฟ่ยเซิง (Wang PeiSheng) เป็นยอดยุทธ์มวยไท่เก๊กตระกูลอู๋ (Wu) สืบทอดมาทางสายท่านอู๋ฉวนโหย่ว (Wu QuanYou) ซึ่งเป็นบิดาและเป็นอาจารย์ของท่านอู๋เจี้ยนเฉวียน (Wu JianQuan) ท่านอู๋เจี้ยนเฉวียนนั้นถือเป็นปรมาจารย์มวยไท่เก๊กตระกูลอู๋  ส่วนท่านอู๋ฉวนโหย่วผู้บิดานั้นได้ร่ำเรียนมาโดยตรงจากท่านหยางลู่ฉาน (Yang LuChan) ปรมาจารย์มวยไท่เก๊กตระกูลหยางเอง ซึ่งในยุคแรกยังไม่ได้มีการแบ่งแยกว่าเป็นตระกูลหยางหรือตระกูลอู๋ เพียงแต่ในภายหลังเมื่อท่านอู๋เจี้ยนเฉวียนสถาปนามวยไท่เก๊กตระกูลอู๋ขึ้น สายที่สืบมาจากทางบิดาท่านก็เลยนับเป็นมวยไท่เก๊กตระกูลอู๋ไปด้วย โดยทั่วไปแล้วหลักวิชาส่วนมากของมวยไท่เก๊กตระกูลหยางและตระกูลอู๋จึงมีความคล้ายคลึงกันมาก Read the rest of this entry »

รำมวยต้องให้มีความต่อเนื่อง

ในการฝึกฝนวิชามวยไท่เก๊กนั้น มีหลักพื้นฐานบางประการที่ต้องคำนึงถึงตั้งแต่บทเรียนแรกๆ เลยคือ เบา กลม ช้า และต่อเนื่อง

ในที่นี้จะมาว่ากันเรื่องความต่อเนื่อง

สำหรับผู้ฝึกมวยไท่เก๊กใหม่ๆ คำว่าต่อเนื่องนี้ย่อมหมายถึงการรำมวยทั้งชุดให้ลื่นไหลต่อเนื่องกันไปตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ใช่รำสะดุดๆ หยุดเป็นท่าๆ ไม่ใช่เดี๋ยวหยุดเดี๋ยวเริ่มใหม่ ในท่ามวยแต่ละท่านั้นถูกออกแบบร้อยเรียงกันให้มีความต่อเนื่องกันอยู่แล้ว โดยไม่ต้องหยุดเพื่อเปลี่ยนท่าหรือหาลีลาพิสดารมาเชื่อมระหว่างท่าเข้าด้วยกัน รำไปตามปกติ ท่าต่อท่า มันก็ต่อเนื่องกันเอง ขณะต่อเนื่องนั้นก็ต้องร่ายรำให้ช้าให้ละเอียด ซึ่งตรงนี้สำหรับคนฝึกใหม่ๆ หากช้าเกินไปจะกลายเป็นการเคลื่อนไหวแบบกระตุก ควรให้ช้าแบบเป็นธรรมชาติ คือร่างกายขยับเคลื่อนที่ได้โดยไม่สะดุด และไม่ร้อนรนหรือเร็วเกินไป บางครั้งหากรู้สึกว่ารำช้าๆ ไม่ค่อยได้อาจเป็นเพราะเก็บรายละเอียดของท่วงท่าไม่ครบ ทำให้จบท่าเร็วเกินไป หรือระหว่างท่ากลายเป็นกระโดดไม่ต่อเนื่องกัน Read the rest of this entry »

การหายใจในวิชามวยไท่เก๊ก ภาค 2

ยังมีผู้ติดใจมากเรื่องการฝึกหายใจ เนื่องจากผมเคยบอกว่าการหายใจต้องให้เป็นธรรมชาติ เมื่อผ่านการฝึกฝนมวยไท่เก๊กอย่างถูกระบบ มันจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเองโดยไม่ต้องไปฝืน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

ทั้งนี้เพราะ ในการฝึกฝนวิชามวยไท่เก๊กนั้น หลายจุดที่เราจะเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นทาง ไม่ใช่ที่ปลายเหตุ แม้ในคัมภีร์เดิมก็มีกล่าวเรื่องนี้ เช่นการแก้ปัญหาเมื่ออยู่ในภาวะเสียเปรียบ ให้ปรับตำแหน่งของเอวและขา ไม่ใช่ไปแก้ที่มือหรือแขนซึ่งกำลังรุกรับอยู่ หรือเมื่อจะตีอีกฝ่ายก็ต้องเริ่มจากถอนรากเขาก่อน Read the rest of this entry »

« Previous entries Next Page » Next Page »

COPYRIGHT © 2007 www.fajing.net All RIGHTS RESERVED