<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Fajing DotNet &#187; คัมภีร์เก่า</title>
	<atom:link href="http://www.fajing.net/thai/category/taijiquan/taijiquan-classic/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.fajing.net/thai</link>
	<description>The Journey of My Life</description>
	<lastBuildDate>Sun, 08 May 2011 15:23:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>บทกวีว่าด้วยการซ้อมมือ</title>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2007/10/ode-to-taiji-sparring/</link>
		<comments>http://www.fajing.net/thai/2007/10/ode-to-taiji-sparring/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 12 Oct 2007 19:36:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มวยไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[คัมภีร์เก่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.fajing.net/thai/?p=170</guid>
		<description><![CDATA[ปรมาจารย์ได้ส่งมอบศิลปศาสตร์อันน่าอัศจรรย์ แข็งอ่อน เต็มว่าง แปรเปลี่ยนตามสภาวะ เพียรแสวงหาสัจธรรมในคำสอน และตรวจสอบ ภายในภายนอก หยาบและละเอียด ให้ลึกซึ้ง เมื่อปรปักษ์เสนอตัว เราฉุดเขาเข้ามา เมื่อเขาถอย เราตาม หากความว่างไม่ซ่อนความเต็ม ย่อมเป็นความว่างที่ไร้ประสิทธิผล หากความเต็มไม่บรรจุความว่าง ย่อมเป็นความเสี่ยงที่โง่เขลา ในความว่าง ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ แสวงหาความสมบูรณ์ในหลักความกลม เมื่อปรปักษ์กดด้วยจี่ สลายโดยการหลีว์ เมื่อเขาอยู่ใกล้ แยกด้วยเลียะ ไฉ่และอั่นสลับซึ่งกัน และรุกและรับ ทั้งหมดล้วนมีหลักการ ทั่วร่างประกอบด้วยชี่ที่ไม่ขาดช่วง เป็นหนึ่งดุจวงกลมไท่จี๋ สามารถฉุดลากปรปักษ์ได้จากทุกจุด ทั่วทั้งร่างกายเป็นหมัด อย่างไรก็ดี หากรุกและรับไม่แบ่งแยกให้ชัดแจ้ง เต็มและว่างย่อมปราศจากรากฐาน แต่เปรียบดังจันทร์เพ็ญเดือนเจ็ด ซึ่งส่องสว่างทั่วปฐพี คือเมื่อฝึกฝนเข้าสู่ระดับความว่างเปล่า ความแตกต่างระหว่างรุกรับจึงไม่มี]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="height:33px;" class="really_simple_share robots-nocontent snap_nopreview"><div class="really_simple_share_facebook_like" style="width:100px;">
				<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.fajing.net%2Fthai%2F2007%2F10%2Fode-to-taiji-sparring%2F&amp;layout=button_count&amp;show_faces=false&amp;width=100&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=false&amp;height=27" 
						scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:100px; height:27px;" allowTransparency="true"></iframe>
				</div><div class="really_simple_share_twitter" style="width:110px;">
					<a href="http://twitter.com/share" class="twitter-share-button" data-count="horizontal" 
						data-text="บทกวีว่าด้วยการซ้อมมือ" data-url="http://www.fajing.net/thai/2007/10/ode-to-taiji-sparring/" 
						data-via="" ></a> 
				</div></div>
		<div style="clear:both;"></div><p>ปรมาจารย์ได้ส่งมอบศิลปศาสตร์อันน่าอัศจรรย์<br />
แข็งอ่อน เต็มว่าง แปรเปลี่ยนตามสภาวะ<br />
เพียรแสวงหาสัจธรรมในคำสอน<br />
และตรวจสอบ ภายในภายนอก หยาบและละเอียด ให้ลึกซึ้ง<br />
เมื่อปรปักษ์เสนอตัว เราฉุดเขาเข้ามา<br />
เมื่อเขาถอย เราตาม<span id="more-123"></span><br />
หากความว่างไม่ซ่อนความเต็ม ย่อมเป็นความว่างที่ไร้ประสิทธิผล<br />
หากความเต็มไม่บรรจุความว่าง ย่อมเป็นความเสี่ยงที่โง่เขลา<br />
ในความว่าง ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์<br />
แสวงหาความสมบูรณ์ในหลักความกลม<br />
เมื่อปรปักษ์กดด้วยจี่ สลายโดยการหลีว์<br />
เมื่อเขาอยู่ใกล้ แยกด้วยเลียะ<br />
ไฉ่และอั่นสลับซึ่งกัน<br />
และรุกและรับ ทั้งหมดล้วนมีหลักการ<br />
ทั่วร่างประกอบด้วยชี่ที่ไม่ขาดช่วง<br />
เป็นหนึ่งดุจวงกลมไท่จี๋<br />
สามารถฉุดลากปรปักษ์ได้จากทุกจุด<br />
ทั่วทั้งร่างกายเป็นหมัด<br />
อย่างไรก็ดี หากรุกและรับไม่แบ่งแยกให้ชัดแจ้ง<br />
เต็มและว่างย่อมปราศจากรากฐาน<br />
แต่เปรียบดังจันทร์เพ็ญเดือนเจ็ด<br />
ซึ่งส่องสว่างทั่วปฐพี<br />
คือเมื่อฝึกฝนเข้าสู่ระดับความว่างเปล่า<br />
ความแตกต่างระหว่างรุกรับจึงไม่มี</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.fajing.net/thai/2007/10/ode-to-taiji-sparring/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทเพลงหัวใจมวยไท่เก๊ก</title>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2007/10/song-of-the-essence-and-application-of-taijiquan/</link>
		<comments>http://www.fajing.net/thai/2007/10/song-of-the-essence-and-application-of-taijiquan/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Oct 2007 19:43:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มวยไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[คัมภีร์เก่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.fajing.net/thai/?p=169</guid>
		<description><![CDATA[มวยไท่จี่ช่างมหัศจรรย์ เคลื่อนไหวคล้อยตามธรรมชาติ ไร้รอยต่อดุจกำไลหยก ทุกท่วงท่าล้วนแสดงออกถึงไท่จี๋ ทั้งร่างกายเต็มเปี่ยมด้วยชี่ไม่ขาดสาย เบื้องสูงเบื้องต่ำไม่ขาดสมดุล วางเท้าดุจแมวย่าง เคลื่อนชีดุจสาวไหม เมื่อเคลื่อนทุกส่วนล้วนขยับ เมื่อหยุดทั้งหมดล้วนสงบนิ่ง เบื้องบน ยอดกระหม่อมดุจแขวนไว้ เบื้องล่าง ชี่จมสู่ตันเถียน ปล่อยไหล่และถ่วงศอก ยกหลังและคลายอก เมื่อ &#8220;เว่ยหลู&#8221; ตั้งตรงเป็นธรรมชาติ ร่างกายผ่อนคลาย ชี่สดชื่นมีชีวิตชีวา ใช้จิคไม่ใช้กำลัง หมุนร่างกายด้วยเอว ทุกสิ่งก่อเกิดจากรากที่เท้า ขณะขาและเอวเรียงตัวถูกต้อง พลังปรากฏออกจากสันหลัง ถึงแขนและปลายนิ้ว ขยายเส้นเอ็น ยืดออกจากกระดูก ผ่อนคลายข้อมือ กางนิ้วออก นิ้วเหมือนขยายพองออกเล็กน้อย ชี่ไปถึงที่ใดร่างกายย่อมแสดงออก เหล่านี้ล้วนเกิดจากจิต และไม่ได้เกี่ยวอะไรกับแรงกระด้าง เมื่อเต็ม-ว่างถูกแบ่งแยกชัดเจน แข็ง-อ่อนเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ อิน-หยาง เสริมซึ่งกัน เคลื่อนหน้าหลังถ่ายน้ำหนักและเปลี่ยนแปลง ชี่ถูกกระตุ้นสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปล และจิตสติถูกเก็บไว้ภายใน เคลื่อนไหวจากความสงบนิ่ง หากขณะเคลื่อนยังรักษาความสงบ จิตสติชักนำการเคลื่อนไหวของชี่ ฝ่ามือและข้อมือล้วนเชื่อมสัมพันธ์กับเอว ก้าวเท้าเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ มือและตาปรับตัวตามสภาพ เร็ว-ช้าตามจังหวะปรปักษ์ ด้วยน้ำหนักอยู่บนข้างเดียวย่อมไม่เฉื่อยช้า โดยไม่ทิ้งห่างหรือคว้าเกี่ยว ทุกท่าวงท่าล้วนชิงตัดหน้าปรปักษ์ หลังจากฉุดเขามาและสลายพลังออกไป ปล่อยพลังดุจพรายฟองผุดจากบ่อ ปล่อยให้พลังแรงกล้าโจมตีเข้ามา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="height:33px;" class="really_simple_share robots-nocontent snap_nopreview"><div class="really_simple_share_facebook_like" style="width:100px;">
				<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.fajing.net%2Fthai%2F2007%2F10%2Fsong-of-the-essence-and-application-of-taijiquan%2F&amp;layout=button_count&amp;show_faces=false&amp;width=100&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=false&amp;height=27" 
						scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:100px; height:27px;" allowTransparency="true"></iframe>
				</div><div class="really_simple_share_twitter" style="width:110px;">
					<a href="http://twitter.com/share" class="twitter-share-button" data-count="horizontal" 
						data-text="บทเพลงหัวใจมวยไท่เก๊ก" data-url="http://www.fajing.net/thai/2007/10/song-of-the-essence-and-application-of-taijiquan/" 
						data-via="" ></a> 
				</div></div>
		<div style="clear:both;"></div><p>มวยไท่จี่ช่างมหัศจรรย์<br />
เคลื่อนไหวคล้อยตามธรรมชาติ<br />
ไร้รอยต่อดุจกำไลหยก<br />
ทุกท่วงท่าล้วนแสดงออกถึงไท่จี๋<br />
ทั้งร่างกายเต็มเปี่ยมด้วยชี่ไม่ขาดสาย<br />
เบื้องสูงเบื้องต่ำไม่ขาดสมดุล<br />
วางเท้าดุจแมวย่าง<span id="more-122"></span><br />
เคลื่อนชีดุจสาวไหม<br />
เมื่อเคลื่อนทุกส่วนล้วนขยับ<br />
เมื่อหยุดทั้งหมดล้วนสงบนิ่ง<br />
เบื้องบน ยอดกระหม่อมดุจแขวนไว้<br />
เบื้องล่าง ชี่จมสู่ตันเถียน<br />
ปล่อยไหล่และถ่วงศอก<br />
ยกหลังและคลายอก<br />
เมื่อ &#8220;เว่ยหลู&#8221; ตั้งตรงเป็นธรรมชาติ<br />
ร่างกายผ่อนคลาย ชี่สดชื่นมีชีวิตชีวา<br />
ใช้จิคไม่ใช้กำลัง<br />
หมุนร่างกายด้วยเอว<br />
ทุกสิ่งก่อเกิดจากรากที่เท้า<br />
ขณะขาและเอวเรียงตัวถูกต้อง<br />
พลังปรากฏออกจากสันหลัง<br />
ถึงแขนและปลายนิ้ว<br />
ขยายเส้นเอ็น ยืดออกจากกระดูก<br />
ผ่อนคลายข้อมือ กางนิ้วออก<br />
นิ้วเหมือนขยายพองออกเล็กน้อย<br />
ชี่ไปถึงที่ใดร่างกายย่อมแสดงออก<br />
เหล่านี้ล้วนเกิดจากจิต<br />
และไม่ได้เกี่ยวอะไรกับแรงกระด้าง<br />
เมื่อเต็ม-ว่างถูกแบ่งแยกชัดเจน<br />
แข็ง-อ่อนเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์<br />
อิน-หยาง เสริมซึ่งกัน<br />
เคลื่อนหน้าหลังถ่ายน้ำหนักและเปลี่ยนแปลง<br />
ชี่ถูกกระตุ้นสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปล<br />
และจิตสติถูกเก็บไว้ภายใน<br />
เคลื่อนไหวจากความสงบนิ่ง<br />
หากขณะเคลื่อนยังรักษาความสงบ<br />
จิตสติชักนำการเคลื่อนไหวของชี่<br />
ฝ่ามือและข้อมือล้วนเชื่อมสัมพันธ์กับเอว<br />
ก้าวเท้าเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์<br />
มือและตาปรับตัวตามสภาพ<br />
เร็ว-ช้าตามจังหวะปรปักษ์<br />
ด้วยน้ำหนักอยู่บนข้างเดียวย่อมไม่เฉื่อยช้า<br />
โดยไม่ทิ้งห่างหรือคว้าเกี่ยว<br />
ทุกท่าวงท่าล้วนชิงตัดหน้าปรปักษ์<br />
หลังจากฉุดเขามาและสลายพลังออกไป<br />
ปล่อยพลังดุจพรายฟองผุดจากบ่อ<br />
ปล่อยให้พลังแรงกล้าโจมตีเข้ามา<br />
ขณะใช้สี่ตำลึงปัดพันชั่ง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.fajing.net/thai/2007/10/song-of-the-essence-and-application-of-taijiquan/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทเพลงซ้อมมือ</title>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2007/10/song-of-sparring/</link>
		<comments>http://www.fajing.net/thai/2007/10/song-of-sparring/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Oct 2007 19:14:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มวยไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[คัมภีร์เก่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.fajing.net/thai/?p=168</guid>
		<description><![CDATA[เผิง ลู่ จี่ อั่น พึงฝึกฝนอย่างจริงจัง ไฉ่ เลียะ โจ่ว โค่ว ใส่ใจกับการโน้มและขยาย รุดหน้า ถอยหลัง เหลียวซ้าย แลขวา และตั้งมั่น ยึด เชื่อม เกาะ และตาม  แบ่งแยกเต็มว่างให้ชัดเจน มือเท้าตามติดปรปักษ์ เอวขาเคลื่อนเป็นหนึ่งเดียว ดึงเขาเข้ามา ให้พลังของเขาไหลไปสู่ความว่างเปล่า คือสุดยอดกลยุทธ์ ให้เขาโจมตีด้วยกำลังแรง ขณะที่เราเบี่ยงแรงพันชั่งด้วยกำลังเพียงสี่ตำลึง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="height:33px;" class="really_simple_share robots-nocontent snap_nopreview"><div class="really_simple_share_facebook_like" style="width:100px;">
				<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.fajing.net%2Fthai%2F2007%2F10%2Fsong-of-sparring%2F&amp;layout=button_count&amp;show_faces=false&amp;width=100&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=false&amp;height=27" 
						scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:100px; height:27px;" allowTransparency="true"></iframe>
				</div><div class="really_simple_share_twitter" style="width:110px;">
					<a href="http://twitter.com/share" class="twitter-share-button" data-count="horizontal" 
						data-text="บทเพลงซ้อมมือ" data-url="http://www.fajing.net/thai/2007/10/song-of-sparring/" 
						data-via="" ></a> 
				</div></div>
		<div style="clear:both;"></div><p><strong>เผิง ลู่ จี่ อั่น</strong> พึงฝึกฝนอย่างจริงจัง<br />
<strong>ไฉ่ เลียะ โจ่ว โค่ว</strong> ใส่ใจกับการโน้มและขยาย<br />
รุดหน้า ถอยหลัง เหลียวซ้าย แลขวา และตั้งมั่น<br />
ยึด เชื่อม เกาะ และตาม  แบ่งแยกเต็มว่างให้ชัดเจน<br />
มือเท้าตามติดปรปักษ์ เอวขาเคลื่อนเป็นหนึ่งเดียว<br />
ดึงเขาเข้ามา ให้พลังของเขาไหลไปสู่ความว่างเปล่า คือสุดยอดกลยุทธ์<br />
ให้เขาโจมตีด้วยกำลังแรง ขณะที่เราเบี่ยงแรงพันชั่งด้วยกำลังเพียงสี่ตำลึง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.fajing.net/thai/2007/10/song-of-sparring/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทเพลงของตำแหน่งทั้งห้า</title>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2007/09/songs-of-the-five-steps/</link>
		<comments>http://www.fajing.net/thai/2007/09/songs-of-the-five-steps/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 Sep 2007 21:30:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มวยไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[คัมภีร์เก่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.fajing.net/thai/?p=158</guid>
		<description><![CDATA[บทเพลงรุก ยามรุก เคลื่อนไหวโดยไม่ลังเล ปราศจากอุปสรรค ยังรุกต่อเนื่อง ไม่อาจรุกยามสมควร คือเสียโอกาส สามารถยึดกุมจังหวะรุก จึงเป็นผู้ชนะ  บทเพลงถอย เคลื่อนไหวตามความเปลี่ยนแปลง คือวิธีที่ดีพร้อม หลีกเลี่ยงควมเต็ม แสวงหาความว่าง ให้ปรปักษ์ล่วงเข้าสู่ความว่างเปล่า ไม่ถอยยามต้องถอย ไม่อาจเรียกว่าฉลาดหรือหาญกล้า ถอยคือรุก เมื่อแปรวิกฤติเป็นโอกาส บทเพลงเหลียวซ้าย ซ้ายและขวา อินและหยาง แปรเปลี่ยนตามสถานการณ์ หลบซ้ายตีขวาด้วยก้าวที่มั่นคง แขนขาร่วมประสาน ศอกเข่าเอวล้วนสอดรับ ปรปักษ์ไม่อาจหยั่งคะเน จึงไม่อาจป้องกัน บทเพลงแลขวา แสร้งไปซ้ายยามตีขวา ด้วยจังหวะที่สมบูรณ์ ตีซ้ายจู่โจมขวา ตามโอกาส เลี่ยงเผชิญหน้า รุกจากด้านข้าง ยึดกุมเงื่อนไขแห่งความเปลี่ยนแปลง ซ้ายและขวา เต็มและว่าง ต้องไม่ผิดพลาด บทเพลงตั้งมั่นกึ่งกลาง เราคือศูนย์กลาง สงบนิ่งมั่นคงดั่งภูผา ชี่จมสู่ตันเถียน ร่างดุจแขวนลงจากเบื้องบน จิตสติรวมตัวภายใน นิ่งเงียบสำรวมภายนอก รับและปล่อยพลังในชั่วพริบตา]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="height:33px;" class="really_simple_share robots-nocontent snap_nopreview"><div class="really_simple_share_facebook_like" style="width:100px;">
				<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.fajing.net%2Fthai%2F2007%2F09%2Fsongs-of-the-five-steps%2F&amp;layout=button_count&amp;show_faces=false&amp;width=100&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=false&amp;height=27" 
						scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:100px; height:27px;" allowTransparency="true"></iframe>
				</div><div class="really_simple_share_twitter" style="width:110px;">
					<a href="http://twitter.com/share" class="twitter-share-button" data-count="horizontal" 
						data-text="บทเพลงของตำแหน่งทั้งห้า" data-url="http://www.fajing.net/thai/2007/09/songs-of-the-five-steps/" 
						data-via="" ></a> 
				</div></div>
		<div style="clear:both;"></div><p><strong>บทเพลงรุก</strong></p>
<blockquote><p>ยามรุก เคลื่อนไหวโดยไม่ลังเล<br />
ปราศจากอุปสรรค<br />
ยังรุกต่อเนื่อง<br />
ไม่อาจรุกยามสมควร คือเสียโอกาส<br />
สามารถยึดกุมจังหวะรุก จึงเป็นผู้ชนะ <span id="more-111"></span></p></blockquote>
<p><strong>บทเพลงถอย</strong></p>
<blockquote><p>เคลื่อนไหวตามความเปลี่ยนแปลง คือวิธีที่ดีพร้อม<br />
หลีกเลี่ยงควมเต็ม แสวงหาความว่าง<br />
ให้ปรปักษ์ล่วงเข้าสู่ความว่างเปล่า<br />
ไม่ถอยยามต้องถอย ไม่อาจเรียกว่าฉลาดหรือหาญกล้า<br />
ถอยคือรุก เมื่อแปรวิกฤติเป็นโอกาส</p></blockquote>
<p><strong>บทเพลงเหลียวซ้าย</strong></p>
<blockquote><p>ซ้ายและขวา อินและหยาง<br />
แปรเปลี่ยนตามสถานการณ์<br />
หลบซ้ายตีขวาด้วยก้าวที่มั่นคง<br />
แขนขาร่วมประสาน ศอกเข่าเอวล้วนสอดรับ<br />
ปรปักษ์ไม่อาจหยั่งคะเน จึงไม่อาจป้องกัน</p></blockquote>
<p><strong>บทเพลงแลขวา</strong></p>
<blockquote><p>แสร้งไปซ้ายยามตีขวา ด้วยจังหวะที่สมบูรณ์<br />
ตีซ้ายจู่โจมขวา ตามโอกาส<br />
เลี่ยงเผชิญหน้า รุกจากด้านข้าง<br />
ยึดกุมเงื่อนไขแห่งความเปลี่ยนแปลง<br />
ซ้ายและขวา เต็มและว่าง ต้องไม่ผิดพลาด</p></blockquote>
<p><strong>บทเพลงตั้งมั่นกึ่งกลาง</strong></p>
<blockquote><p>เราคือศูนย์กลาง สงบนิ่งมั่นคงดั่งภูผา<br />
ชี่จมสู่ตันเถียน<br />
ร่างดุจแขวนลงจากเบื้องบน<br />
จิตสติรวมตัวภายใน นิ่งเงียบสำรวมภายนอก<br />
รับและปล่อยพลังในชั่วพริบตา</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.fajing.net/thai/2007/09/songs-of-the-five-steps/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทเพลงของพลังทั้งแปด</title>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2007/09/songs-of-the-eight-postures/</link>
		<comments>http://www.fajing.net/thai/2007/09/songs-of-the-eight-postures/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 Sep 2007 09:23:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มวยไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[คัมภีร์เก่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.fajing.net/thai/?p=124</guid>
		<description><![CDATA[เป็นบทเพลงว่าด้วยพลังทั้งแปดแบบของมวยไท่เก๊ก พลังเผิง อะไรคือความหมายของ พลังเผิง มันคล้ายน้ำที่พยุงเรือ เริ่มต้นโดยจมชี่ลงสู่ตันเถียน แล้ววางศรีษะตั้งตรงเหมือนถูกแขวนจากเบื้องบน ทั้งร่างกายมีความยืดหยุ่น เปิดปิดได้ในพริบตา แม้เผชิญกับแรงนับพันชั่ง ยังสามารถถอนรากและส่งปรปักษ์ลอยไปโดยไม่ลำบาก พลังหลีว์ อะไรคือความหมายของพลังหลีว์ ชักนำให้ปรปักษ์ล่วงเข้ามา เข้าร่วมกับพลังของเขา เบาและคล่อง ไม่ทิ้งห่าง ไม่ต้านทาน เมื่อเขาออกแรงมาจนสุดล้า จะกลับกลายเป็นว่างเปล่า เราย่อมสามารถปล่อยให้เขาถลาล้มหรือตอบโต้ได้ดังใจ พึงรักษาสมดุลของตนเอง จึงไม่เป็นฝ่ายเสียเปรียบ พลังจี่ อะไรคือความหมายของพลังจี่ ยังสามารถใช้งานได้สองวิธี ทางตรงนั้นเรียบง่าย เผชิญคู่ต่อสู้และ “ปิด” ในหนึ่งกระบวน อีกหนทางนั้นอาศัยแรงปฏิกริยา เหมือนหนึ่งลูกบอลกระทบกำแพง หรือโยนเหรียญลงบนหนังกลอง ย่อมกระเด้งกระดอนออกมา พลังอั่น อะไรคือความหมายของพลังอั่น เมื่อใช้ออกเหมือนกระแสน้ำ ในความอ่อนแฝงกำลังกล้าแข็ง เมื่อน้ำหลากฉับพลัน ยากจะต่อต้าน พบที่สูง มันสามารถท่วมล้น พบที่ต่ำก็ไหลบ่าลงไป กระแสคลื่นโยนตัวสูงต่ำ แสวงหาช่องว่างที่จะแทรกเข้าไป พลังไฉ่ อะไรคือความหมายของพลังไฉ่ เปรียบดังตุ้มน้ำหนักที่แขวนอยู่บนตาชั่ง รับน้ำหนักเข้ามา ไม่ว่าหนักหรือเบา ก็ยังสามารถชั่งมันได้ จะดึงหรือผลักก็อาศัยแรงเพียงเล็กน้อย สี่ตำลึงสามารถคานพันชั่ง ถามว่าทำได้อย่างไร ก็ไปดูที่ตาชั่งสิ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="height:33px;" class="really_simple_share robots-nocontent snap_nopreview"><div class="really_simple_share_facebook_like" style="width:100px;">
				<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.fajing.net%2Fthai%2F2007%2F09%2Fsongs-of-the-eight-postures%2F&amp;layout=button_count&amp;show_faces=false&amp;width=100&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=false&amp;height=27" 
						scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:100px; height:27px;" allowTransparency="true"></iframe>
				</div><div class="really_simple_share_twitter" style="width:110px;">
					<a href="http://twitter.com/share" class="twitter-share-button" data-count="horizontal" 
						data-text="บทเพลงของพลังทั้งแปด" data-url="http://www.fajing.net/thai/2007/09/songs-of-the-eight-postures/" 
						data-via="" ></a> 
				</div></div>
		<div style="clear:both;"></div><p>เป็นบทเพลงว่าด้วยพลังทั้งแปดแบบของมวยไท่เก๊ก</p>
<p><strong>พลังเผิง</strong></p>
<blockquote><p>อะไรคือความหมายของ พลังเผิง<br />
มันคล้ายน้ำที่พยุงเรือ<br />
เริ่มต้นโดยจมชี่ลงสู่ตันเถียน<br />
แล้ววางศรีษะตั้งตรงเหมือนถูกแขวนจากเบื้องบน<br />
ทั้งร่างกายมีความยืดหยุ่น<br />
เปิดปิดได้ในพริบตา<br />
แม้เผชิญกับแรงนับพันชั่ง<br />
ยังสามารถถอนรากและส่งปรปักษ์ลอยไปโดยไม่ลำบาก<span id="more-96"></span></p></blockquote>
<p><strong>พลังหลีว์</strong></p>
<blockquote><p>อะไรคือความหมายของพลังหลีว์<br />
ชักนำให้ปรปักษ์ล่วงเข้ามา<br />
เข้าร่วมกับพลังของเขา<br />
เบาและคล่อง ไม่ทิ้งห่าง ไม่ต้านทาน<br />
เมื่อเขาออกแรงมาจนสุดล้า จะกลับกลายเป็นว่างเปล่า<br />
เราย่อมสามารถปล่อยให้เขาถลาล้มหรือตอบโต้ได้ดังใจ<br />
พึงรักษาสมดุลของตนเอง จึงไม่เป็นฝ่ายเสียเปรียบ</p></blockquote>
<p><strong>พลังจี่</strong></p>
<blockquote><p>อะไรคือความหมายของพลังจี่<br />
ยังสามารถใช้งานได้สองวิธี<br />
ทางตรงนั้นเรียบง่าย<br />
เผชิญคู่ต่อสู้และ “ปิด” ในหนึ่งกระบวน<br />
อีกหนทางนั้นอาศัยแรงปฏิกริยา<br />
เหมือนหนึ่งลูกบอลกระทบกำแพง<br />
หรือโยนเหรียญลงบนหนังกลอง<br />
ย่อมกระเด้งกระดอนออกมา</p></blockquote>
<p><strong>พลังอั่น</strong></p>
<blockquote><p>อะไรคือความหมายของพลังอั่น<br />
เมื่อใช้ออกเหมือนกระแสน้ำ<br />
ในความอ่อนแฝงกำลังกล้าแข็ง<br />
เมื่อน้ำหลากฉับพลัน ยากจะต่อต้าน<br />
พบที่สูง มันสามารถท่วมล้น<br />
พบที่ต่ำก็ไหลบ่าลงไป<br />
กระแสคลื่นโยนตัวสูงต่ำ<br />
แสวงหาช่องว่างที่จะแทรกเข้าไป</p></blockquote>
<p><strong>พลังไฉ่</strong></p>
<blockquote><p>อะไรคือความหมายของพลังไฉ่<br />
เปรียบดังตุ้มน้ำหนักที่แขวนอยู่บนตาชั่ง<br />
รับน้ำหนักเข้ามา ไม่ว่าหนักหรือเบา<br />
ก็ยังสามารถชั่งมันได้<br />
จะดึงหรือผลักก็อาศัยแรงเพียงเล็กน้อย<br />
สี่ตำลึงสามารถคานพันชั่ง<br />
ถามว่าทำได้อย่างไร<br />
ก็ไปดูที่ตาชั่งสิ</p></blockquote>
<p><strong>พลังเลียะ</strong></p>
<blockquote><p>อะไรคือความหมายของพลังเลียะ<br />
หมุนคล้ายแผ่นจานบนล้อหมุน<br />
เมื่อวางอะไรลงไปก็จะถูกเหวี่ยงออกมา<br />
ดูกระแสน้ำวนกลางสายน้ำแรง<br />
ลูกคลื่นบิดหมุนเป็นเกลียว<br />
เมื่อมีใบไม้ร่วงลงไป<br />
จะถูกดูดจมหายไปในทันที</p></blockquote>
<p><strong>พลังโจ่ว</strong></p>
<blockquote><p>อะไรคือความหมายของพลังโจ่ว<br />
กระบวนการนั้นเกี่ยวข้องกับหลักห้าธาตุ<br />
อิน-หยางถูกแบ่งทั้งบนและล่าง<br />
เต็มว่างต้องชัดเจน<br />
เชื่อมต่อไม่ขาดสาย<br />
ปรปักษ์ไม่สามารถต้านทาน<br />
พลังกระแทกรุนแรง<br />
เมื่อเข้าใจพลังทั้งหกชนิด<br />
ย่อมสามารถใช้ได้ไม่สิ้นสุด</p></blockquote>
<p><strong>พลังโค่ว</strong></p>
<blockquote><p>อะไรคือความหมายของพลังโค่ว<br />
สามารถแยกวิธีใช้เป็นหลังและไหล่<br />
ในท่าเหินเฉียงนั้นใช้ไหล่<br />
แต่ในท่วงท่าของไหล่<br />
ยังสามารถใช้แผ่นหลัง<br />
เมื่อสบโอกาสที่จะใช้ท่วงท่านี้<br />
กระแทกทันทีเหมือนค้อนหิน<br />
ระวังศูนย์กลางกาย<br />
ไม่เช่นนั้นอาจกลายเป็นสูญเสีย</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.fajing.net/thai/2007/09/songs-of-the-eight-postures/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หัวใจของมวยสิบสามท่า</title>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2007/09/heart-of-taiji-wangzhongyue-classic/</link>
		<comments>http://www.fajing.net/thai/2007/09/heart-of-taiji-wangzhongyue-classic/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 Sep 2007 09:26:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มวยไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[คัมภีร์เก่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.fajing.net/thai/?p=96</guid>
		<description><![CDATA[โดยหวังจงเย่ว์ แห่งราชวงศ์หมิง ค้นพบโดยอู่อวี่เซียง อาศัยจิตนำชี่ จึงสามารถจมชี่ให้แทรกลงไปในไขกระดูก เมื่อชี่โคจรทั่วร่างอย่างอิสระโดยปราศจากอุปสรรค ร่างกายจึงจะสามารถเคลื่อนไหวได้ดังใจ เมื่อทำความรู้สึกประดุจยอดกระหม่อมถูกแขวนลงมาจากด้านบน จิตสติจะถูกยกขึ้น ความทื่อด้านงุ่มง่ามจะหายไป จิตและชี่ต้องตอบสนองอย่างว่องไวและมีประสิทธิผลต่อความเปลี่ยนแปลงระหว่างความเต็มและว่าง จึงจะพัฒนาความสามารถในการที่จะรู้สึกตื่นตัวอย่างกลมกลืนเป็นธรรมชาติได้ เมื่อโจมตีออก พลังจะต้องจมลึก ผ่อนคลายและรวมศูนย์ไปยังทิศทางเดียว เมื่อยืนนิ่ง ร่างกายตั้งตรงและผ่อนคลาย สามารถรับการโจมตีได้ทั้งสี่ทิศแปดทาง การเคลื่อนชี่ ประดุจกังการร้อยด้ายเข้าไปในรูใข่มุกที่คดเคี้ยวถึง 9 โค้ง แต่ไม่มีช่องว่างใดที่ชี่ไม่อาจแทรกซึมผ่านได้ เมื่อเคลื่อนพลัง เปรียบได้กับเหล็กกล้าที่ถูกทุบตีนับร้อยค้อน ย่อมไร้คู่เปรียบ ลงมือ เหมือนเหยี่ยวโฉบกระต่ายน้อย  จิตสติภายในตื่นตัวเหมือนแมวไล่จับหนู เมื่อสงบ นิ่งเงียบดุจยอดเขาสูง เคลื่อนไหวเหมือนสายน้ำใหญ่ไหลทะลัก รวมพลังดุจน้าวคันธนู ปล่อยพลังดุจยิงศร แสวงตรงจากโค้ง สะสมพลังก่อนจะปล่อยออก พลังปล่อยออกจากกระดูกสันหลัง จังหวะการเปลี่ยนแปลงสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย ถอนคือตี ตีคือถอน พลังถูกใช้ไปขณะที่ผนึกขึ้นมาใหม่ในขณะเดียวกัน เมื่อเคลื่อนที่เข้าออก อาศัยการ &#8220;พับ&#8221; เมื่อรุกถอย อาศัยการหมุนร่างกายและปรับเปลี่ยนจังหวะ จากความอ่อนหยุ่นถึงที่สุด จะพบกับความแกร่งกร้าว หากรู้จักการหายใจอย่างถูกวิธี ร่างกายจะคล่องแคล่วตื่นตัว เพาะบ่มชี่อย่างเป็นธรรมชาติและกลมกลืน จึงจะไม่เกิดอาการบาดเจ็บบอบช้ำ พึงสะสมพลังทีละเล็กละน้อยจากการเคลื่อนโค้ง จึงจะไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จิตเปรียบดังแม่ทัพใหญ่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="height:33px;" class="really_simple_share robots-nocontent snap_nopreview"><div class="really_simple_share_facebook_like" style="width:100px;">
				<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.fajing.net%2Fthai%2F2007%2F09%2Fheart-of-taiji-wangzhongyue-classic%2F&amp;layout=button_count&amp;show_faces=false&amp;width=100&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=false&amp;height=27" 
						scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:100px; height:27px;" allowTransparency="true"></iframe>
				</div><div class="really_simple_share_twitter" style="width:110px;">
					<a href="http://twitter.com/share" class="twitter-share-button" data-count="horizontal" 
						data-text="หัวใจของมวยสิบสามท่า" data-url="http://www.fajing.net/thai/2007/09/heart-of-taiji-wangzhongyue-classic/" 
						data-via="" ></a> 
				</div></div>
		<div style="clear:both;"></div><p><strong>โดยหวังจงเย่ว์</strong> แห่งราชวงศ์หมิง</p>
<p>ค้นพบโดยอู่อวี่เซียง</p>
<blockquote><p>อาศัยจิตนำชี่ จึงสามารถจมชี่ให้แทรกลงไปในไขกระดูก</p>
<p>เมื่อชี่โคจรทั่วร่างอย่างอิสระโดยปราศจากอุปสรรค ร่างกายจึงจะสามารถเคลื่อนไหวได้ดังใจ<span id="more-68"></span></p>
<p>เมื่อทำความรู้สึกประดุจยอดกระหม่อมถูกแขวนลงมาจากด้านบน จิตสติจะถูกยกขึ้น ความทื่อด้านงุ่มง่ามจะหายไป</p>
<p>จิตและชี่ต้องตอบสนองอย่างว่องไวและมีประสิทธิผลต่อความเปลี่ยนแปลงระหว่างความเต็มและว่าง จึงจะพัฒนาความสามารถในการที่จะรู้สึกตื่นตัวอย่างกลมกลืนเป็นธรรมชาติได้</p>
<p>เมื่อโจมตีออก พลังจะต้องจมลึก ผ่อนคลายและรวมศูนย์ไปยังทิศทางเดียว</p>
<p>เมื่อยืนนิ่ง ร่างกายตั้งตรงและผ่อนคลาย สามารถรับการโจมตีได้ทั้งสี่ทิศแปดทาง</p>
<p>การเคลื่อนชี่ ประดุจกังการร้อยด้ายเข้าไปในรูใข่มุกที่คดเคี้ยวถึง 9 โค้ง แต่ไม่มีช่องว่างใดที่ชี่ไม่อาจแทรกซึมผ่านได้</p>
<p>เมื่อเคลื่อนพลัง เปรียบได้กับเหล็กกล้าที่ถูกทุบตีนับร้อยค้อน ย่อมไร้คู่เปรียบ</p>
<p>ลงมือ เหมือนเหยี่ยวโฉบกระต่ายน้อย  จิตสติภายในตื่นตัวเหมือนแมวไล่จับหนู</p>
<p>เมื่อสงบ นิ่งเงียบดุจยอดเขาสูง เคลื่อนไหวเหมือนสายน้ำใหญ่ไหลทะลัก</p>
<p>รวมพลังดุจน้าวคันธนู ปล่อยพลังดุจยิงศร</p>
<p>แสวงตรงจากโค้ง สะสมพลังก่อนจะปล่อยออก</p>
<p>พลังปล่อยออกจากกระดูกสันหลัง จังหวะการเปลี่ยนแปลงสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของร่างกาย</p>
<p>ถอนคือตี ตีคือถอน พลังถูกใช้ไปขณะที่ผนึกขึ้นมาใหม่ในขณะเดียวกัน</p>
<p>เมื่อเคลื่อนที่เข้าออก อาศัยการ &#8220;พับ&#8221; เมื่อรุกถอย อาศัยการหมุนร่างกายและปรับเปลี่ยนจังหวะ</p>
<p>จากความอ่อนหยุ่นถึงที่สุด จะพบกับความแกร่งกร้าว หากรู้จักการหายใจอย่างถูกวิธี ร่างกายจะคล่องแคล่วตื่นตัว</p>
<p>เพาะบ่มชี่อย่างเป็นธรรมชาติและกลมกลืน จึงจะไม่เกิดอาการบาดเจ็บบอบช้ำ พึงสะสมพลังทีละเล็กละน้อยจากการเคลื่อนโค้ง จึงจะไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย</p>
<p>จิตเปรียบดังแม่ทัพใหญ่ ชี่ประดุจธงสัญญาณ เอวเสมือนป้ายใหญ่นำทัพ</p>
<p>เมื่อเริ่มต้น ใช้ท่วงท่าที่ขยายและเปิดกว้าง ภายหลังแสวงหาหนทางปิดกระชับ จึงจะบรรลุถึงความละเอียดลึกซึ้งสมบูรณ์</p>
<p>ปากปรปักษ์ไม่เคลื่อน เราไม่ขยับ แม้เขาเพียงคิดจะขยับ เรากลับล่วงรู้และชิงลงมือก่อน</p>
<p>พลังสำแดงออกด้วยความผ่อนคลายเบาสบาย หากมั่นคงทรงอานุภาพ อวัยวะแขนขาพร้อมจะยืดเหยียด หากไม่ยืดตึง พลังอาจมีการขาดช่วง หากจิตใจยังคงต่อเนื่อง</p>
<p>ยังมีคำกล่าวที่ว่า จิตคือนายกายคือบ่าว เริ่มที่จิต ตามด้วยกาย</p>
<p>ช่องท้องผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ ยอมให้ชี่จมลึกลงไปถึงไขกระดูก จิตสติสงบสันติ ร่างกายผ่อนคลายราบเรียบ จนอาจรับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวของจิต</p>
<p>พึงระลึกไว้เสมอว่า เมื่อลงมือ ทุกส่วนล้วนเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียง เมื่อหยุดยั้ง ทุกส่วนนิ่งสงบในฉับพลัน</p>
<p>เมื่อผลักหรือดึง ตีหรือถอน ชี่ต้องแนบติดอยู่กับแผ่นหลัง สะสมอยู่ในกระดูกสันหลัง ภายในสดใสแข็งแรงมีชีวิตชีวา ภายนอกแสดงออกอย่างสงบนิ่งราบเรียบ</p>
<p>ย่างก้าวเหมือนแมว เคลื่อนพลังดุจสาวไหม</p>
<p>หากให้ความความสนใจกับจิตสติ ละทิ้งชี่ พลังที่สำแดงออกจะเข้มแข็งแกร่งกร้าว แต่หากมัวสนใจอยู่กับชี่ เลือดลมจะติดขัด พลังที่ตีออกจะไร้กำลังและไม่สัมฤทธิ์ผล</p>
<p>ชี่ประดุจล้อเกวียน เอวเสมือนแกนเพลา</p></blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.fajing.net/thai/2007/09/heart-of-taiji-wangzhongyue-classic/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คัมภีร์มวยไท่เก๊กโดยท่านหวังจงเย่ว์</title>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2007/09/taiji-wangzhongyue-classic/</link>
		<comments>http://www.fajing.net/thai/2007/09/taiji-wangzhongyue-classic/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 05 Sep 2007 14:35:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มวยไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[คัมภีร์เก่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.fajing.net/thai/?p=93</guid>
		<description><![CDATA[ไท่จี๋ ถือกำเนิดจากอู๋จี๋ (ความว่างเปล่า)  และเป็นมารดาของ อิน-หยาง  (ทวิลักษณ์) เคลื่อนไหวคือแบ่งแยก สงบนิ่งคือรวมเข้า ไม่เกินไม่ขาด คล้อยตามคือโค้งเข้าแล้วจึงยืดออก ผู้อื่นแกร่ง ข้าพเจ้าหยุ่น  ข้าพเจ้าคล้อยตาม ผู้อื่นเสียหลัก เคลื่อนไหวเร็วตอบโต้เร็ว เคลื่อนไหวช้าก็คล้อยตามช้า แม้พันเปลี่ยนหมื่นแปลง แต่หลักยังคงเป็นหนึ่งเดียว จากความต่อเนื่องเกิดความชำนาญ ชำนาญจึงเกิดแรงรู้ จากแรงรู้เข้าสู่ระดับเทพยดา ไม่ได้ผ่านการฝึกฝนยาวนาน ไม่สามารถทะลุทะลวงให้ปลอดโปร่ง พลังเบาคล่องขึ้นยอดกระหม่อม จมชี่สู่ตันเถียน ไม่เอนไม่เอียง บัดเดี๋ยวซ่อนเร้น บัดเดี๋ยวปรากฏ ซ้ายหนัก ซ้ายว่าง ขวาหนัก ขวาสูญ เมื่อ (เขา) จะขึ้นก็ส่งขึ้นฟ้า เมื่อจะลงก็ดึงลงดิน เมื่อ (เขา) รุก เหมือนไกลไม่สิ้นสุด เมื่อ (เขา) ถอยเหมือนไม่อาจห่างออกได้ ขนนกสักเส้นไม่อาจเพิ่มลงมา แมลงสักตัวไม่อาจเกาะติด เรารู้เขาแต่เขาไม่รู้เราจึงไร้พ่าย เข้มแข็งพิชิตอ่อนแอ ช้าพ่ายต่อเร็ว เป็นกฎธรรมชาติสามัญ ยึดกุมหลักสี่ตำลึงปัดพันชั่ง ไม่จำเป็นต้องแข็งแรงเพื่อพิชิต แม้นผู้เฒ่าก็สามารถเอาชนะผู้เยาว์ นิ่งดุจตาชั่ง เคลื่อนเหมือนล้อหมุน ด้านหนึ่งมาแรง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="height:33px;" class="really_simple_share robots-nocontent snap_nopreview"><div class="really_simple_share_facebook_like" style="width:100px;">
				<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.fajing.net%2Fthai%2F2007%2F09%2Ftaiji-wangzhongyue-classic%2F&amp;layout=button_count&amp;show_faces=false&amp;width=100&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=false&amp;height=27" 
						scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:100px; height:27px;" allowTransparency="true"></iframe>
				</div><div class="really_simple_share_twitter" style="width:110px;">
					<a href="http://twitter.com/share" class="twitter-share-button" data-count="horizontal" 
						data-text="คัมภีร์มวยไท่เก๊กโดยท่านหวังจงเย่ว์" data-url="http://www.fajing.net/thai/2007/09/taiji-wangzhongyue-classic/" 
						data-via="" ></a> 
				</div></div>
		<div style="clear:both;"></div><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH"></span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH"></span></p>
<blockquote>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH"></span></p>
</blockquote>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">ไท่จี๋ ถือกำเนิดจากอู๋จี๋ (ความว่างเปล่า)<span>  </span>และเป็นมารดาของ อิน-หยาง<span>  </span>(ทวิลักษณ์)</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH"></span><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">เคลื่อนไหวคือแบ่งแยก สงบนิ่งคือรวมเข้า</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH"></span><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">ไม่เกินไม่ขาด คล้อยตามคือโค้งเข้าแล้วจึงยืดออก</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">ผู้อื่นแกร่ง ข้าพเจ้าหยุ่น<span>  </span>ข้าพเจ้าคล้อยตาม ผู้อื่นเสียหลัก</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">เคลื่อนไหวเร็วตอบโต้เร็ว เคลื่อนไหวช้าก็คล้อยตามช้า<span id="more-65"></span></span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">แม้พันเปลี่ยนหมื่นแปลง แต่หลักยังคงเป็นหนึ่งเดียว</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">จากความต่อเนื่องเกิดความชำนาญ ชำนาญจึงเกิดแรงรู้ จากแรงรู้เข้าสู่ระดับเทพยดา</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">ไม่ได้ผ่านการฝึกฝนยาวนาน ไม่สามารถทะลุทะลวงให้ปลอดโปร่ง</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">พลังเบาคล่องขึ้นยอดกระหม่อม จมชี่สู่ตันเถียน</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">ไม่เอนไม่เอียง บัดเดี๋ยวซ่อนเร้น บัดเดี๋ยวปรากฏ</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">ซ้ายหนัก ซ้ายว่าง ขวาหนัก ขวาสูญ</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">เมื่อ (เขา) จะขึ้นก็ส่งขึ้นฟ้า เมื่อจะลงก็ดึงลงดิน</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">เมื่อ (เขา) รุก เหมือนไกลไม่สิ้นสุด เมื่อ (เขา) ถอยเหมือนไม่อาจห่างออกได้</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">ขนนกสักเส้นไม่อาจเพิ่มลงมา แมลงสักตัวไม่อาจเกาะติด</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">เรารู้เขาแต่เขาไม่รู้เราจึงไร้พ่าย</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">เข้มแข็งพิชิตอ่อนแอ ช้าพ่ายต่อเร็ว เป็นกฎธรรมชาติสามัญ</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">ยึดกุมหลักสี่ตำลึงปัดพันชั่ง ไม่จำเป็นต้องแข็งแรงเพื่อพิชิต</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">แม้นผู้เฒ่าก็สามารถเอาชนะผู้เยาว์</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">นิ่งดุจตาชั่ง เคลื่อนเหมือนล้อหมุน</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">ด้านหนึ่งมาแรง ด้านหนึ่งคล้อยตาม เมื่อหนักคู่ย่อมไม่อาจเคลื่อนไหว</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">หากผ่านเวลาหลายปี ไม่อาจยึดกุมหลัก ย่อมมีปัญหาจากการหนักคู่</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">เพื่อหลีกเลี่ยงการหนักคู่ ต้องเข้าใจอิน-หยาง</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">เมื่อปรปักษ์ยึดเกาะ เราสร้างระยะ<span>  </span>หากปรปักษ์รักษาระยะ เราเข้าเกาะติด</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">หยางไม่อาจละทิ้งอิน อินไม่อาจขาดหยาง เมื่ออิน-หยางร่วมประสาน จึงเป็นพลังไท่จี๋</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">เมื่อเข้าถึงพลังไท่จี๋ ยิ่งฝึกฝนยิ่งเชี่ยวชาญ สืบเสาะด้วยใจที่เปิดกว้าง ช้า สม่ำเสมอ จึงค้นพบพลังภายในที่แท้</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">ละทิ้งตนเองเข้าร่วมกับผู้อื่น<span>  </span>พึงอย่าละทิ้งไกล้แสวงหาไกล</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">มวยไท่จี๋อาศัยทักษะอันละเอียดอ่อน<span>  </span>ผิดเพียงหนึ่งนิ้ว กลายเป็นห่างนับพันลี้</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH">ผู้เรียนจึงพึงศึกษา ด้วยความละเอียดและลึกซึ้ง</span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH"></span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH"></span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH"></span></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 18pt" class="MsoNormal"><span style="font-size: 14pt; font-family: 'Angsana New'" lang="TH"><a href="mailto:admin@fajing.net"></a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.fajing.net/thai/2007/09/taiji-wangzhongyue-classic/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คัมภีร์มวยไท่เก๊กโดยท่านจางซานฟง</title>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2007/08/zhangsanfeng-classic/</link>
		<comments>http://www.fajing.net/thai/2007/08/zhangsanfeng-classic/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Aug 2007 06:53:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มวยไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[คัมภีร์เก่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.fajing.net/thai/?p=45</guid>
		<description><![CDATA[โดย จางซานฟง ศตวรรษที่ 13 เรียบเรียงและอรรถาธิบายโดย TT Liang 1. ในทุกๆ การเคลื่อนไหว ทั่วทั้งร่างกายจะต้องเบาและคล่อง ทุกส่วนของร่างกายเรียงร้อยกันดุจสร้อยไข่มุก ทุกท่วงท่าจะต้องได้รับการฝึกฝนจนเคลื่อนที่ได้โดยไม่ต้องใช้กำลังฝืนและโดยปราศจากการเครียดเกร็งที่ไม่จำเป็น  จึงจะให้แขนขาและอวัยวะต่างๆ ในร่างกายคล่องแคล่วปราศจากน้ำหนัก และทำให้ร่างกายตื่นตัว มีชีวิตชีวา ลื่นไหลและเป็นอิสระ  ความเบานั้นไม่ใช่ว่าว่างเปล่า หากต้องประกอบด้วยกำลังภายใน  ความคล่องนั้นไม่ใช่เพียงผิวเผิน แต่ต้องเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกสดชื่น ตื่นตัว เมื่อทั่วร่างกายมีความเบาและคล่องในทุกๆ การเคลื่อนไหว เราจึงจะสามารถเข้าใจถึงข้อความที่ว่า &#8220;ทุกส่วนของร่างกายร้อยเรียงกันดุจสร้อยไข่มุก&#8221; นี่หมายถึงการเคลื่อนไหวจะต้องแสดงออกอย่างลื่นไหลต่อเนื่อง ดุจการไหลของแม่น้ำใหญ่  และในอีกด้านหนึ่ง ระบบโลหิตภายในกายจะต้องโคจรผ่านทั่วทั้งร่างกายโดยปราศจากการคั่งค้างติดขัดหรืออุปสรรคใดๆ  จึงจะทำให้ร่างกายมีความตื่นตัวและไวสัมผัส จนปรปักษ์ไม่สามารถหาช่องว่างเข้ามาทำอันตรายเราได้ นี่เป็นหลักที่สำคัญที่สุดของมวยไท่เก๊ก  แต่การที่จะไปให้ถึงจุดนั้น จะต้องผ่านขั้นตอนเหล่านี้ จิตสงบเป็นสมาธิ ร่างกายผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ จมชี่สู่ตันเถียน ซึ่งทำให้มีลมหายใจที่ลึกยาวและผ่อนช้า ผู้ฝึกใหม่ย่อมจะยังไม่สามารถไปถึงระดับดังกล่าวได้ หากไม่ได้ผ่านการฝึกฝนอย่างจริงจังเป็นเวลายาวนาน 2.พลังชี่ถูกปลุกเร้า จิตสติรักษาไว้ภายใน พลังชี่นั้นสัมพันธ์กับปริมาณออกซิเจนในร่างกาย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างพลังงานในร่างกาย ปกติแล้วชี่ที่แฝงอยู่ในร่างกายนั้นไม่เพียงพอที่จะเพิ่มความสามารถในการโคจรของระบบโลหิต แต่หากชี่ได้รับการกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ จะสามารถสร้างพลังความร้อน และมีพลังงานเพียงพอที่จะเพิ่มระดับการไหลเวียนโลหิตในร่างกายได้โดยไม่ติดขัด หลักการนี้อาจเปรียบได้กับการเปลี่ยนน้ำให้เป็นไอในระบบกลจักรไอน้ำ  เมื่อพลังงานที่แฝงอยู่ในน้ำได้รับการกระตุ้นเพียงพอก็สามารถขับเคลื่อนเครื่องจักรไอน้ำขนาดใหญ่ได้สำเร็จ เมื่อสามารถรักษาจิตสติให้เป็นสมาธิและคงไว้ภายใน  ใจก็จะสงบและทั่วร่างกายสามารถผ่อนคลาย ซึ่งทำให้ผู้นั้นมีความตื่นตัวและไวต่อสัมผัส [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="height:33px;" class="really_simple_share robots-nocontent snap_nopreview"><div class="really_simple_share_facebook_like" style="width:100px;">
				<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.fajing.net%2Fthai%2F2007%2F08%2Fzhangsanfeng-classic%2F&amp;layout=button_count&amp;show_faces=false&amp;width=100&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=false&amp;height=27" 
						scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:100px; height:27px;" allowTransparency="true"></iframe>
				</div><div class="really_simple_share_twitter" style="width:110px;">
					<a href="http://twitter.com/share" class="twitter-share-button" data-count="horizontal" 
						data-text="คัมภีร์มวยไท่เก๊กโดยท่านจางซานฟง" data-url="http://www.fajing.net/thai/2007/08/zhangsanfeng-classic/" 
						data-via="" ></a> 
				</div></div>
		<div style="clear:both;"></div><p>โดย จางซานฟง ศตวรรษที่ 13<br />
เรียบเรียงและอรรถาธิบายโดย TT Liang</p>
<p><strong>1. ในทุกๆ การเคลื่อนไหว ทั่วทั้งร่างกายจะต้องเบาและคล่อง ทุกส่วนของร่างกายเรียงร้อยกันดุจสร้อยไข่มุก</strong></p>
<p>ทุกท่วงท่าจะต้องได้รับการฝึกฝนจนเคลื่อนที่ได้โดยไม่ต้องใช้กำลังฝืนและโดยปราศจากการเครียดเกร็งที่ไม่จำเป็น  จึงจะให้แขนขาและอวัยวะต่างๆ ในร่างกายคล่องแคล่วปราศจากน้ำหนัก และทำให้ร่างกายตื่นตัว มีชีวิตชีวา ลื่นไหลและเป็นอิสระ  ความเบานั้นไม่ใช่ว่าว่างเปล่า หากต้องประกอบด้วยกำลังภายใน  ความคล่องนั้นไม่ใช่เพียงผิวเผิน แต่ต้องเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกสดชื่น ตื่นตัว<span id="more-44"></span></p>
<p>เมื่อทั่วร่างกายมีความเบาและคล่องในทุกๆ การเคลื่อนไหว เราจึงจะสามารถเข้าใจถึงข้อความที่ว่า &#8220;ทุกส่วนของร่างกายร้อยเรียงกันดุจสร้อยไข่มุก&#8221;</p>
<p>นี่หมายถึงการเคลื่อนไหวจะต้องแสดงออกอย่างลื่นไหลต่อเนื่อง ดุจการไหลของแม่น้ำใหญ่  และในอีกด้านหนึ่ง ระบบโลหิตภายในกายจะต้องโคจรผ่านทั่วทั้งร่างกายโดยปราศจากการคั่งค้างติดขัดหรืออุปสรรคใดๆ  จึงจะทำให้ร่างกายมีความตื่นตัวและไวสัมผัส จนปรปักษ์ไม่สามารถหาช่องว่างเข้ามาทำอันตรายเราได้ นี่เป็นหลักที่สำคัญที่สุดของมวยไท่เก๊ก  แต่การที่จะไปให้ถึงจุดนั้น จะต้องผ่านขั้นตอนเหล่านี้</p>
<ul>
<li>จิตสงบเป็นสมาธิ</li>
<li>ร่างกายผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์</li>
<li>จมชี่สู่ตันเถียน ซึ่งทำให้มีลมหายใจที่ลึกยาวและผ่อนช้า</li>
</ul>
<p>ผู้ฝึกใหม่ย่อมจะยังไม่สามารถไปถึงระดับดังกล่าวได้ หากไม่ได้ผ่านการฝึกฝนอย่างจริงจังเป็นเวลายาวนาน</p>
<p><strong>2.พลังชี่ถูกปลุกเร้า จิตสติรักษาไว้ภายใน</strong></p>
<p>พลังชี่นั้นสัมพันธ์กับปริมาณออกซิเจนในร่างกาย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างพลังงานในร่างกาย ปกติแล้วชี่ที่แฝงอยู่ในร่างกายนั้นไม่เพียงพอที่จะเพิ่มความสามารถในการโคจรของระบบโลหิต แต่หากชี่ได้รับการกระตุ้นอย่างสม่ำเสมอ จะสามารถสร้างพลังความร้อน และมีพลังงานเพียงพอที่จะเพิ่มระดับการไหลเวียนโลหิตในร่างกายได้โดยไม่ติดขัด หลักการนี้อาจเปรียบได้กับการเปลี่ยนน้ำให้เป็นไอในระบบกลจักรไอน้ำ  เมื่อพลังงานที่แฝงอยู่ในน้ำได้รับการกระตุ้นเพียงพอก็สามารถขับเคลื่อนเครื่องจักรไอน้ำขนาดใหญ่ได้สำเร็จ</p>
<p>เมื่อสามารถรักษาจิตสติให้เป็นสมาธิและคงไว้ภายใน  ใจก็จะสงบและทั่วร่างกายสามารถผ่อนคลาย ซึ่งทำให้ผู้นั้นมีความตื่นตัวและไวต่อสัมผัส ระบบร่างกายสามารถต้านทานต่อโรคภัยไข้เจ็บและมีอายุยืนยาว  แต่หากจิตสติฟุ้งซ้านและส่งออกภายนอก จะทำให้ม่านตาขยายกว้างขึ้น และเพิ่มความเครียดในร่างกาย ส่งผลให้การโคจรโลหิตเกิดการติดขัดและสูญเสียความร้อน  นอกจากนั้น เมื่อความปรารถนาภายในถูกแสดงออกมาผ่านจิตสติ ความตั้งใจของผู้นั้นก็จะแสดงออกมาให้ปรปักษ์สังเกตพบได้ ซึ่งฝ่ายปรปักษ์สามารถฉวยโอกาสนั้นเข้ามาทำอันตรายเราได้อย่างง่ายดาย</p>
<p><strong>3.ไม่ขาดไม่เกิน ไม่เว้าไม่นูน ไม่ขาดไม่ต่อ</strong></p>
<p>เมื่อผู้ฝึก ฝึกฝนร่ายรำท่ามวย  ทั้งร่างกายต้องโค้งกลม การเคลื่อนไหวไม่กระตุกหรือขาดความสม่ำเสมอ บัดเดี๋ยวสูงหรือบัดเดี๋ยวต่ำ หากแต่ต้องเนิบช้า สม่ำเสมอ ราบเรียบ ปราศจากความพยายาม และมีความต่อเนื่องลื่นไหล ซึ่งทำให้เลือดลมสามารถโคจรได้โดยสะดวก ก้นกบไม่ยื่นออกมา กระดูกสันหลังตั้งตรง ซึ่งทำให้จิตสติสามารถแล่นขึ้นสู่ยอดกระหม่อม เมื่อเดินก้าวหน้าหรือถอยหลัง ร่างกายยังคงตั้งตรง การโอนเอียงไปในทิศใดทิศหนึ่งจะทำให้ผู้ฝึกเสียสมดุลย์ร่างกาย และเท่ากับเป็นการหยิบยื่นโอกาสให้กับฝ่ายปรปักษ์</p>
<p><strong>4.พลังนั้นมีรากอยู่ที่เท้า สร้างขึ้นโดยขา ควบคุมโดยเอว และแสดงออกโดยนิ้ว  เท้า,ขาและเอวต้องเคลื่อนไหวเป็นหนึ่งเดียว เมื่อก้าวหน้าหรือถอยหลังจึงจะสามารถรักษาตำแหน่งที่ได้เปรียบไว้ตลอดเวลา</strong></p>
<p>จากการฝึกฝนท่วงท่าอย่างยาวนาน พลังภายในซึ่งมีรากอยู่ที่ใจกลางฝ่าเท้า (บริเวณหลุมกลางฝ่าเท้า) จะสามารถพัฒนาและส่งผ่านไปยังขา เอว กระดูกสันหลัง แขน และปลายนิ้ว  เมื่อพลังนี้ถูกปลดปล่อยและกระจายไปทั่วร่างกาย ร่างกายจะถูกกระตุ้นไวคล่อง ทำให้การเคลื่อนที่หน้าหลัง ผู้ฝึกจะอยู่ใน &#8220;โอกาสที่ดี&#8221; เสมอ (เขาจะสามารถรับรู้ถึงความผิดพลาดและจุดอ่อนของปรปักษ์)และสามารถรักษา &#8220;ตำแหน่งที่ได้เปรียบ&#8221; (อยู่ในตำแหน่งหรือท่วงท่าที่ฝ่ายปรปักษ์ไม่มีโอกาสและไม่สามารถเข้าทำได้อยู่ตลอด) พลังภายในนี้ยังจะมีความแข็งแกร่งมากอย่างไม่น่าเชื่อหากสามารถปลดปล่อยออกมาจากกระดูกสันหลังในขณะที่ทั้งร่างเคลื่อนไหวเป็นหนึ่งเดียว</p>
<p><strong>5.หากยังไม่สามารถอยู่ชิงความได้เปรียบ  ย่อมหมายถึงว่าร่างกายของผู้ฝึกอยู่ในสภาวะสับสน ไร้ระเบียบ หนทางเดียวในการแก้ไขคือการปรับตำแหน่งขาและเอว</strong></p>
<p>หากผู้ฝึกไม่สามารถชิงโอกาสจากการรับรู้ถึงข้อผิดพลาดของฝ่ายปรปักษ์และเข้ายึดกุมตำแหน่งที่ได้เปรียบมาได้ เนื่องเพราะผู้ฝึกปรับเพียงตำแหน่งของมือแทนที่จะเป็นขาและเอว ยิ่งพยายามใช้มือแขน ยิ่งทำให้ร่างท่อนบนเกิดความงุ่มง่ามติดขัด ผลที่ตามมาคือร่างกายตกอยู่ในภาวะไร้ระเบียบและสับสน ดังนั้น เมื่อผู้ฝึกอยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบและไม่สามารถรับรู้ถึงข้อผิดพลาดของอีกฝ่าย  ผู้ฝึกจะต้องให้ความสนใจกับการปรับตำแหน่งขาและเอว ไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับแขนหรือมือ</p>
<p><strong>6.การขึ้นลงรุกถอย เคลื่อนซ้ายย้ายขวา ล้วนอาศัยหลักการเดียวกัน การเปลี่ยนตำแหน่งทั้งปวงล้วนกำกับโดยจิตสำนึกภายในไม่แสดงเจตจำนงออกมาภายนอก</strong></p>
<p>เมื่อผู้ฝึกเรียนรู้การปรับตำแหน่งขาและเอว การเคลื่อนไหวภายนอกจะคล้อยตามเจตจำนงภายใน แต่การที่จะรู้วิธีปรับตำแหน่งขาและเอวก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เริ่มแรกผู้ฝึกจะต้องมีสำนึกรู้ในกระบวนวิธีของตน สามารถพิจารณาและสังเกตุฝ่ายปรปักษ์ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งทำให้สามารถปรับเคลื่อนตำแหน่งท่วงท่าของตนไปตามสถานการณ์ต่างๆ  อาจกล่าวได้ว่า ผู้ฝึกจะต้องมีภาพที่ชัดเจนของเป้าหมายและวิธีการปรับเคลื่อนที่สมบูรณ์แบบอยู่ในห้วงความคิดก่อนที่จะกระทำมันจริงๆ  ดังนั้นการปรับตำแหน่งของขาและเอวจะต้องเป็นไปตามทางที่คิดไว้อย่างเคร่งครัด ไม่เช่นนั้นก็เป็นเพียงการเคลื่อนที่ไร้ความหมายและเปล่าประโยชน์</p>
<p><strong>7.เมื่อตีบน ต้องไม่ลืมล่าง เมื่อหักซ้ายไม่อาจลืมขวา เมื่อรุกหน้าต้องพิจารณาทางถอย เมื่อจะตีขึ้น ต้องเริ่มจากคิดลง เมื่อคิดจะดึงบางอย่างขึ้น ต้องเริ่มจากกดมันลง เพื่อทำให้ฐานรากเขยื้อนและวัตถุนั้นพลิกหลุดออก</strong></p>
<p>เมื่ออยู่ในสถานการณ์ต่อสู้ ผู้ฝึกต้องปรับตัวในทุกสถานการณ์เพื่อสร้างโอกาสของตนเองขึ้นมา เมื่อฝ่ายปรปักษ์มองเห็นการโจมตีของฝ่ายเราในด้านหนึ่ง เขาย่อมไม่สามารถรับรู้ได้ถึงทิศทางการโจมตีที่แท้จริงของเราได้ ร่างกายของเขาก็จะอยู่ในสภาวะไร้สะเบียบและสับสน และฝ่ายเราย่อมสามารถช่วงชิงโอกาสในการเอาชัยได้  ผู้ฝึกต้องรู้จักประยุกต์หลักของการ &#8220;ให้และรับ&#8221; หรือ &#8220;ถอนและตี&#8221; เพื่อจะถอนรากของปรปักษ์ก่อน แล้วจึงจะสามารถล้มอีกฝ่ายได้โดยง่าย</p>
<p><strong>8.แบ่งแยกเต็มว่างให้ชัดเจน แต่ละส่วนของร่างกายล้วนประกอบด้วยด้านเต็มและด้านว่างอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงตลอดร่างกายก็ประกอบด้วยด้านเต็มและด้านว่าง ทุกข้อในร่างกายล้วนเรียงร้อยเข้าด้วยกันโดยไม่อาจแบ่งแยกได้</strong></p>
<p>เมื่อกำลังฝึกฝนร่ายรำชุดมวย หรือกำลังอยู่ในสถานการณ์ต่อสู้ก็ดี ผู้ฝึกจะต้องสามารถแบ่งแยกระหว่างความเต็มกับความว่างให้ชัดเจน ผู้ฝึกจะต้องสามารถเปลี่ยนแปลงด้านที่เต็มเป็นว่างหรือว่างเป็นเต็มได้ในทันทีในทุกๆ สถานการณ์ ดังนั้นปรปักษ์ย่อมไม่รู้เรา แต่เราต้องรู้เขาอย่างสมบูรณ์ จึงจะอยู่ในสถานะไม่แพ้พ่าย เมื่อปรปักษ์ออกแรงมายังปลายนิ้วของเรา พลันปลายนิ้วกลับกลายเป็นความว่าง และเราโจมตีกลับด้วยข้อมือ เมื่อเขาออกแรงต้านข้อมือเรา พลันข้อมือก็กลายเป็นความว่าง และเราโจมตีด้วยศอก แม้เขาจะออกแรงต้านรับศอก ศอกกลับกลายเป็นความว่าง และพลันเราโจมตีด้วยไหล่ แม้เขาสามารถต้านรับไหล่ ไหล่พลันกลายนเป็นความว่าง และเรายังสามารถใช้หัวโขก นี่เรียกว่า &#8220;การพับ&#8221; เปรียบได้กับเมื่อเราตีหัวงู มันจะตอบโต้ด้วยหาง เมื่อเราจับหาง มันจะตอบโต้ด้วยหัว แม้เมื่อเราจู่โจมกลางหลัง หัวและหางยังสามารถโต้ตอบพร้อมเพรียงกัน<br />
หรือสามารถเปรียบอีกอย่าง แม้มีบุรุษผู้สามารถยกแท่งเหล็กหนักพันชั่ง หากเขาก็ยังไม่สามารถยกโซ่ที่หนักเพียงร้อยชั่งได้ เพราะโซ่ยาวนั้นประกอบด้วยข้อเล็กๆ ร้อยต่อกัน จึงไม่สามารถหาศูนย์ถ่วงที่แท้จริงได้ เมื่อกำลังฝึกฝนร่ายรำชุดมวยหรืออยู่ในสถานการณ์ต่อสู้ จะต้องไม่ลืมหลักการนี้</p>
<p><strong>9.มวยไท่เก๊กมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า &#8220;มวยยาว&#8221; เนื่องจากการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องเป็นลำดับ สามารถเปรียบได้กับสายน้ำใหญ่ที่หลั่งไหลไร้ที่สิ้นสุด เผิง ลู่ จี่ อั่น เลียะ ไฉ่ โจ่ว โค่ว นั้นคือ เฉียน คุน ขั่น หลี ซุน เฉิน ตุ้ยและเกิ้นในอัฒลักษณ์ สี่หลักแรกคือสี่ทิศตรง (ทักษิณ อุดร ประจิม บูรพา)สี่หลักหลังคือสี่ทิศเฉียง (หรดี อิสาน อาคเนย์ พายัพ) และห้าตำแหน่งคือ รุกหน้า ถอยหลัง เหลียวซ้าย แลขวา และสมดุลย์กลาง คือ ธาตุทั้งห้า ประกอบด้วย ไฟ ทอง ไม้ น้ำ และดิน ดังนั้นมวยไท่เก๊กจึงยังมีอีกชื่อหนึ่งว่ามวยสิบสามท่า จากแปดทิศรวมกับห้าธาตุจึงนี้</strong></p>
<p>นอกจากนี้ในตำราหลายๆ เล่มยังได้เอ่ยถึงหลักดังกล่าวนี้ว่า &#8220;นี่เป็นเคล็ดความที่ได้รับถ่ายทอดมาจากปรมาจารย์จางซานฟงแห่งเขาอู่ตัง ผู้ฝึกฝนเคล็ดนี้จะสามารถบรรลุถึงความมีอายุวัฒนะไม่พึงใช้เพียงแต่ในวิถีแห่งการต่อสู้เท่านั้น&#8221;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.fajing.net/thai/2007/08/zhangsanfeng-classic/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เคล็ดในการฝึกมวยไท่เก๊ก 10 ประการ</title>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2007/08/taiji-secret10/</link>
		<comments>http://www.fajing.net/thai/2007/08/taiji-secret10/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Aug 2007 00:30:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มวยไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[คัมภีร์เก่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.fajing.net/thai/?p=35</guid>
		<description><![CDATA[ในการฝึกนั้น อาจารย์ได้ให้เคล็ดในการฝึกสิบประการ ซึ่งถ่ายทอดมาจากท่านอาจารย์หยางเฉินฟู่ และได้บันทึกไว้โดยท่านเฉินเว่ยหมิง ศิษย์เอกอีกคนหนึ่งของท่านหยางเฉินฟู่  หลักทั้งสิบประการนี้ แต่ละประการมีความหมายที่แตกต่างกันสำหรับผู้ฝึกแต่ละระดับ เพราะเป็นหลักที่ฝึกตั้งแต่เบื้องต้นจนถึงขั้นสูง มีกระบวนการฝึกที่แตกต่างกัน และทำให้เกิดความเข้าใจที่แตกต่างกัน ซึ่งโดยปกติแล้วผู้เรียนจะต้องได้รับการถ่ายทอดจากอาจารย์ผู้สอนโดยตรงเท่านั้น เนื่องจากอาจารย์จะต้องสามารถตรวจสอบระดับฝีมือของผู้ฝึกได้และค่อยๆ ให้ความกระจ่างในเคล็ดความแต่ละข้อแต่ศิษย์ตามระดับฝีมือของศิษย์นั่นเอง  ในที่นี้จะขออธิบายเพียงสังเขปสำหรับผู้เริ่มฝึก หรือผู้ที่เพียงแต่อ่านแล้วพยายามตีความฝึกฝนเอง ซึ่งมักจะมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และบางครั้งเป็นเหตุให้เกิดความผิดปกติของร่างกายได้ 1. ซวีหลิงติ่งจิ้ง  (ฮือเล้งเต็งแก่) คือ ศีรษะตั้งตรงจิตแล่นขึ้นบนกระหม่อม อย่าใช้กำลัง ถ้าใช้กำลังคอจะเกร็งแข็ง เลือดลมจะเดินไม่สะดวก ต้องใช้จิตที่เบาและคล่อง ถ้าไม่มีซวีหลิงติ่งจิ้ง ย่อมไม่สามารถยกจิตให้มีสติได้ อธิบาย โดยปกติคือการตั้งศีรษะให้ตรง หลายตำราจะอธิบายว่าให้เหมือนกับมีด้ายเส้นบางๆ ติดอยู่ที่บริเวณกระหม่อม แขวนขึ้นไปบนฟ้า ให้เหมือนกับหุ่นกระบอก ศีรษะมีอิสระที่จะเคลื่อนไหว ซึ่งจะทำเช่นนั้นได้ ก็ต้องผ่อนคลายบริเวณดวงตา ใบหน้า ไปจนถึงต้นคอ ไม่ใช่ถลึงตา เขม้นมอง หรือเพ่งจนไฟแทบจะลุกออกมาจากตา แต่ผ่อนคลายให้รู้สึกสบายๆ สายตามองเห็นภาพกว้างๆ หูได้ยินเสียงรอบๆ ตัว ใบหน้าสัมผัสได้ถึงความร้อนของแดด หากรู้สึกว่าขมวดคิ้วหรือเม้มปากอยู่ก็คลายเสียด้วย 2. หันเซียงป๋าเป้ย (ห่ำเฮงปวกป่วย) หันเซียง คือ การผ่อนคลายกล้ามเนื้อหน้าอก ทำให้ชี่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="height:33px;" class="really_simple_share robots-nocontent snap_nopreview"><div class="really_simple_share_facebook_like" style="width:100px;">
				<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.fajing.net%2Fthai%2F2007%2F08%2Ftaiji-secret10%2F&amp;layout=button_count&amp;show_faces=false&amp;width=100&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=false&amp;height=27" 
						scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:100px; height:27px;" allowTransparency="true"></iframe>
				</div><div class="really_simple_share_twitter" style="width:110px;">
					<a href="http://twitter.com/share" class="twitter-share-button" data-count="horizontal" 
						data-text="เคล็ดในการฝึกมวยไท่เก๊ก 10 ประการ" data-url="http://www.fajing.net/thai/2007/08/taiji-secret10/" 
						data-via="" ></a> 
				</div></div>
		<div style="clear:both;"></div><p><strong>ในการฝึกนั้น อาจารย์ได้ให้เคล็ดในการฝึกสิบประการ</strong> ซึ่งถ่ายทอดมาจากท่านอาจารย์หยางเฉินฟู่ และได้บันทึกไว้โดยท่านเฉินเว่ยหมิง ศิษย์เอกอีกคนหนึ่งของท่านหยางเฉินฟู่ </p>
<p>หลักทั้งสิบประการนี้ แต่ละประการมีความหมายที่แตกต่างกันสำหรับผู้ฝึกแต่ละระดับ เพราะเป็นหลักที่ฝึกตั้งแต่เบื้องต้นจนถึงขั้นสูง มีกระบวนการฝึกที่แตกต่างกัน และทำให้เกิดความเข้าใจที่แตกต่างกัน ซึ่งโดยปกติแล้วผู้เรียนจะต้องได้รับการถ่ายทอดจากอาจารย์ผู้สอนโดยตรงเท่านั้น <span id="more-34"></span>เนื่องจากอาจารย์จะต้องสามารถตรวจสอบระดับฝีมือของผู้ฝึกได้และค่อยๆ ให้ความกระจ่างในเคล็ดความแต่ละข้อแต่ศิษย์ตามระดับฝีมือของศิษย์นั่นเอง  ในที่นี้จะขออธิบายเพียงสังเขปสำหรับผู้เริ่มฝึก หรือผู้ที่เพียงแต่อ่านแล้วพยายามตีความฝึกฝนเอง ซึ่งมักจะมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และบางครั้งเป็นเหตุให้เกิดความผิดปกติของร่างกายได้</p>
<p><strong>1. ซวีหลิงติ่งจิ้ง</strong>  (ฮือเล้งเต็งแก่) คือ ศีรษะตั้งตรงจิตแล่นขึ้นบนกระหม่อม อย่าใช้กำลัง ถ้าใช้กำลังคอจะเกร็งแข็ง เลือดลมจะเดินไม่สะดวก ต้องใช้จิตที่เบาและคล่อง ถ้าไม่มีซวีหลิงติ่งจิ้ง ย่อมไม่สามารถยกจิตให้มีสติได้</p>
<p><strong>อธิบาย</strong><br />
โดยปกติคือการตั้งศีรษะให้ตรง หลายตำราจะอธิบายว่าให้เหมือนกับมีด้ายเส้นบางๆ ติดอยู่ที่บริเวณกระหม่อม แขวนขึ้นไปบนฟ้า ให้เหมือนกับหุ่นกระบอก ศีรษะมีอิสระที่จะเคลื่อนไหว ซึ่งจะทำเช่นนั้นได้ ก็ต้องผ่อนคลายบริเวณดวงตา ใบหน้า ไปจนถึงต้นคอ ไม่ใช่ถลึงตา เขม้นมอง หรือเพ่งจนไฟแทบจะลุกออกมาจากตา แต่ผ่อนคลายให้รู้สึกสบายๆ สายตามองเห็นภาพกว้างๆ หูได้ยินเสียงรอบๆ ตัว ใบหน้าสัมผัสได้ถึงความร้อนของแดด หากรู้สึกว่าขมวดคิ้วหรือเม้มปากอยู่ก็คลายเสียด้วย</p>
<p><strong>2. หันเซียงป๋าเป้ย</strong> (ห่ำเฮงปวกป่วย) หันเซียง คือ การผ่อนคลายกล้ามเนื้อหน้าอก ทำให้ชี่ จมลงสู่ตันเถียน (ตังชั้ง จุดใต้สะดือประมาณสามนิ้ว) ห้ามการเบ่งอก เบ่งอกทำให้ชี่กักอยู่บริเวณหน้าอกมีผลให้ร่างกายส่วนบนหนักส่วนล่างเบา เมื่อยกเท้าขึ้นเตะร่างกายก็เบาลอย ป๋าเป้ย คือ การที่ชี่แล่นแนบติดกระดูกสันหลัง ถ้าสามารถทำหันเซียงได้ก็จะทำป๋าเป้ยได้โดยอัตโนมัติ สามารถป๋าเป้ยได้ก็จะสามารถส่งพลังออกจากหลังได้ทำให้ไร้คู่ต่อสู้</p>
<p><strong>อธิบาย<br />
</strong>บางตำราจะอธิบายว่าเป็นการห่ออก ยกหลัง ซึ่งทำให้ผู้เรียนเข้าใจหลักนี้ผิดได้มาก ความจริงแล้วหลักหันเซียงสำหรับขั้นต้นทำไม่ยากครับคือผ่อนอกให้สบายๆ หายใจลึกๆ ลงไปถึงท้อง ซึ่งทำให้กระบังลมเคลื่อนไหว แต่หน้าอกไม่เบ่งพองออกมา บางท่านไปอ่านตำรามวยไท่เก๊กบางเล่มที่อธิบายเรื่องการหายใจว่าให้หายใจเข้าท้องยุบ หายใจออกท้องป่อง แล้วพยายามทำตามยิ่งไปกันใหญ่ครับ เพราะพอหายใจเข้าก็ไปตั้งใจแขม่วท้อง ลมหายใจมันก็อัดอยู่แค่หน้าอก ก็กลายเป็นเบ่งอกขึ้นมา แถมยังหายใจได้ตื้นเสียอีก ยิ่งคิดว่าแขม่วท้องด้วย ห่ออกด้วย ยิ่งไปกันใหญ่ ปอดแทบไม่มีการขยายตัว ลมหายใจก็เข้าไปได้ไม่เต็มที่ ทำได้พักหนึ่งก็อึดอัด บางท่านถึงกับบอกว่าฝึกหายใจแบบไท่เก๊กห้ามฝึกนานเกินยี่สิบนาทีก็มี เพราะนานกว่านี้จะเป็นอันตราย ซึ่งหากฝึกอย่างนี้มันก็อันตรายแน่อยู่แล้ว  แต่ฝึกถูกวิธีไม่มีอันตรายครับ แค่ผ่อนคลายหน้าอกสบายๆ เวลาหายใจมันจะลึกและยาวอย่างเป็นธรรมชาติเอง</p>
<p>ส่วนป๋าเป้ยก็อย่างที่ตำราว่าครับ เมื่อทำหันเซียงได้ดี ป๋าเป้ยก็จะเกิดขึ้นเอง ไม่ต้องไปตั้งใจยืดหลังยกหลัง หลักนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อกระดูกสันหลังมีความยืดหยุ่นเพียงพอ แต่ละข้อสามารถขยับได้อย่างอิสระ เมื่อผ่อนคลายอก ขณะที่ตั้งศรีษะขึ้น กระดูกสันหลังมันก็จะเรียงตัวตรงๆ อย่างอิสระผ่อนคลาย ก็จะรู้สึกถึงป๋าเป้ยที่ว่านี้ขึ้นมา ความจริงพอมันเกิดขึ้นเราก็รู้เองแหละ แต่ถ้าตั้งใจให้เกิดกลับกลายเป็นผิดไปเสีย </p>
<p><strong>3. ซงเอียว</strong> (ซงเอีย)  คือการผ่อนคลายเอว เอวเป็นส่วนที่ควบคุมร่างกายเป็นอันดับแรก สามารถผ่อนคลายเอวภายหลังสองขาจึงจะมีกำลัง รากฐานมั่นคง ซวีสือ (ว่างและเต็ม) รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงอาศัยเอวเป็นตัวจักรสำคัญ ดั่งคำว่า “จิตสั่งงานเริ่มต้นที่เอว” มีส่วนใดของร่างกายไม่ถูกต้องให้ปรับที่เอวและขาก่อน</p>
<p><strong>อธิบาย</strong><br />
ซงเอียว ซึ่งแปลตรงๆ ว่าผ่อนคลายเอว เป็นอีกเรื่องที่ทำให้เข้าใจกันผิด บางคนผ่อนจนเอวทรุด ซึ่งส่งผลให้ก้นโด่งหรือเผละออกมา  การผ่อนเอวในเบื้องต้นคือการไม่ปล่อยให้เอวล๊อค เมื่อหมุนเอวไปซ้ายขวา สามารถเคลื่อนได้โดยอิสระ ไม่ใช่ว่าหมุนทีไปทั้งขา หรือไปทั้งสะโพก  อันนี้ในตำรามีเขียนไว้ครับว่าเหมือนล้อเกวียน ลองคิดดู หากแกนล้ออัดแน่นไป มันก็ฝืด หมุนไม่คล่อง แต่หากแกนล้อหลวมเกินไป เวลาหมุนกันก็คล่อกแคล่กง่อกแง่ก ศูนย์เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา ล้อจะพังเอาเสียอีก ต้องสวมดุมล้อให้พอดีๆ ก็คือต้องยกเอวขึ้นเล็กน้อยแล้วผ่อนคลายให้พอดีๆ อันนี้ต้องอาศัยการฝึกฝนครับ</p>
<p><strong>4. เฟินซวีสือ</strong> (ฮุงฮือซิก) คือการแบ่งเต็มและว่าง ซึ่งเป็นหลักใหญ่อันดับแรกของมวยไท่เก๊ก ตัวอย่างเช่น หากน้ำหนักของร่างกายทั้งหมดอยู่บนขาขวา เช่นนั้น ขาขวาคือเต็ม ขาซ้ายคือว่าง น้ำหนักของร่างกายทั้งหมดอยู่บนขาซ้าย เช่นนั้นแล้วขาซ้ายคือเต็ม ขาขวาคือว่าง เมื่อสามารถแบ่งเต็มและว่าง เมื่อนั้นการเคลื่อนไหวและการหมุนตัวย่อมคล่องแคล่วไม่ต้องเสียกำลังแม้แต่น้อย ถ้าไม่สามารถแบ่งแยกได้ เมื่อนั้นการก้าวเท้าก็จะหนักและฝืด ยืนไม่มั่นคงง่ายต่อการถูกผู้อื่นทำให้เซได้</p>
<p><strong>อธิบาย</strong><br />
การแบ่งแยกเต็มว่างนั้น ไม่ใช่ว่าถ่ายน้ำหนักทั้งหมดไปอยู่ที่ขาข้างหนึ่ง แล้วอีกข้างหนึ่งไม่รับน้ำหนักเลย  ความจริงหากอ่านในตำราหลายๆ เล่มก็จะเขียนเรื่องการวางน้ำหนักไว้ บางท่าเช่นก้าวธนูก็บอกว่าเท้าหน้า 7 เท้าหลัง 3 ส่วน  ท่าก้าวว่างก็ว่าเท้าหน้า 1 ส่วน เท้าหลัง 9 ส่วน อะไรอย่างนี้ บางคนอ่านแล้วก็รู้สึกว่าขัดแย้งกับหลักการแบ่งเต็มว่าง ซึ่งความจริงนั้นไม่ได้ขัดแย้งกัน  หากเคยเห็นแผนภูมิไท่เก๊กจะเห็นว่าในอินมีหยาง ในหยางมีอินเสมอ ไม่มีอิน หรือหยางโดดๆ ในความเป็นจริงนอกจากข้างที่เต็มแล้ว ข้างที่ว่างก็ยังมีบทบาทสำคัญอีกมาก ไม่ใช่ว่าว่างหายไปเลย การแบ่งแยกเต็มว่างนี้หากทำได้ดีจะทำให้การก้าวเท้าคล่องแคล่วมีชีวิตชีวา บางท่านที่พยายามจมต่ำหรือจมศูนย์ หรือบางทีก็บอกว่ารู้สึกว่ามีราก แต่พอเคลื่อนที่กลับไม่สามารถถอนเท้าได้ง่ายๆ หรือต้องอาศัยการยกตัวขึ้นถึงจะถอนเท้าได้ แปลว่ามีปัญหาในเรื่องการแบ่งแยกเต็มว่างแล้ว  นอกจากนี้ในการเปลี่ยนน้ำหนักจากขาหนึ่งไปอีกขาหนึ่งนั้นไม่ใช่ว่าจะย้ายน้ำหนักกันแบบโยนจากขาข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่งโดยทันที หากแต่กลายเป็นค่อยๆ ย้ายไป ค่อยๆ ย้ายกลับ ตรงนี้ถ้าจะทำให้ได้ดีต้องผ่อนคลายช่วงเชิงกรานได้ก่อน และใช้เอวช่วยในการควบคุมการย้ายน้ำหนัก พูดง่ายกว่าทำครับ</p>
<p><strong>5. เฉินเจียนจุ้ยโจ่ว</strong> (ติ่มโกยตุ่ยอิ้ว)  เฉินเจียน คือ การลดและผ่อนคลายบริเวณหัวไหล่ หากไม่สามารถผ่อนคลายได้ สองไหล่ก็จะยกขึ้น เมื่อนั้นชี่ก็จะแล่นตามขึ้นข้างบน ทั้งร่างกายจะไม่มีพลัง จุ้ยโจ่ว คือ การผ่อนคลายข้อศอกและให้ปลายข้อศอกคล้ายกับมีน้ำหนักถ่วงลงพื้น หากศอกยกขึ้นก็จะทำให้ไม่สามารถลดหัวไหล่ลงได้ ไม่สามารถตีคนให้กระเด็นออกไปไกลได้</p>
<p><strong>อธิบาย</strong><br />
การลดไหล่ ไม่ใช่การกดไหล่ลงไป หรือการยึดไหล่ไว้กับที่ไม่ให้เคลื่อนไหว ความจริงแล้วไหล่ยังขยับได้ตามปกติ ในบางท่าที่มีการยกแขนขึ้น ไหล่มันก็ต้องยกตามขึ้นไปด้วยเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ให้อยู่ในลักษณะผ่อนคลาย ยกได้วางได้ คนส่วนมากเมื่อทำงานเครียดมักจะยกไหล่โดยไม่รู้ตัว ความจริงแค่สำรวจดูไหล่ตนเอง ก็สามารถลดลงได้ระดับหนึ่งทันที เหมือนกับบางคนชอบย่นหัวคิ้วหรือย่นหน้าผากโดยไม่รู้หัว แต่พอบอกให้เขารู้ก็สามารถคลายได้ทันที เบื้องต้นของการทำเฉินเจียนก็คือแค่นี้</p>
<p>ส่วนจุ้ยโจ่วนั้นแตกต่างออกไปบ้าง คือต้องอาศัยความตั้งใจอยู่บ้างในการถ่วงศอก ให้มีความรู้สึกว่ามีตุ้มน้ำหนักถ่วงติดอยู่ที่ปลายศอกเสมอ  ศอกจะไม่ยืดจนสุดหรือจนตึง แต่จะหย่อนๆ เสมอ ซึ่งคนเราส่วนมากมักจะปล่อยให้ศอกลอยหรือเปิดศอกมากไป หรือยืดแขนจนศอกตึงอยู่บ่อยๆ อันนี้ต้องฝึก เพราะจะมีผลค่อนข้างมากในระดับสูงๆ ต่อๆ ไป</p>
<p><strong>6. ย่งอี้ปู๋ย่งลี่</strong> (เอ่งอี่ปุกเอ่งลัก)  คือ การใช้จิตมาสั่งการเคลื่อนไหวของร่างกายไม่ใช้กำลังมาเคลื่อนไหว ในคัมภีร์ไท่เก๊ก มีตอนหนึ่งกล่าวว่า “ ทั้งหมดนี้ คือ ใช้จิตไม่ใช้กำลัง” การฝึกมวยไท่เก๊ก ต้องผ่อนคลายทั้งร่างกาย ไม่ใช้กำลัง (ที่กระด้าง) แม้แต่น้อยนิด ซึ่งจะขัดขวางการเดินของเลือดลม ถ้าสามารถไม่ใช้กำลังได้เมื่อฝึกนานวันเข้าก็จะบรรลุถึความเบาคล่องสามารถหมุนและเปลี่ยนแปลงได้ดั่งใจต้องการ มีคำถามว่าหากไม่ใช้กำลังไฉนพลัง(ภายใน)จะก่อเกิดได้ คำตอบคือ ในร่างกายของคนเรามีเส้นลมปราณอยู่ทั้งร่าง เฉกเช่นสายน้ำ สายน้ำไม่ถูกอุดตันน้ำย่อมไหลไปได้ ฉันนั้นเมื่อร่างกายกล้ามเนื้อแข็งเกร็งขึ้นย่อมไปบีบรัดเส้นลมปราณทำให้เลือดลมไหวเวียนไม่คล่อง การเคลื่อนไหวย่อมไม่คล่องไปด้วย ถูกดึงแม้เพียงเส้นผมย่อมกระเทือนไปทั่วร่าง แต่หากว่าใช้จิตไม่ใช้กำลัง จิตถึงที่ใดลมปราณย่อมถึงที่นั้นด้วย ถ้าเป็นเช่นนี้แล้วเมื่อฝึกทุกวันลมปราณเคลื่อนไปทั่วร่างกายไม่มีหยุดไหล ฝึก นานวันเข้าย่อมบรรลุถึงกำลังภายในอันแท้จริง ดั่งคัมภีร์มวยไท่เก๊กกล่าวไว้ว่า “อ่อนหยุ่นถึงที่สุด ภายหลัง(ย่อม)แข็งแกร่งถึงที่สุด” ผู้ที่ฝึกมวยไท่เก๊กจนบรรลุฝีมือแล้ว แขนคล้ายดังปุยนุ่นที่หุ้มเหล็กไว้ภายในและมีน้ำหนักมาก ผู้ที่ฝึกฝนมวยภายนอก เมื่อใช้กำลังย่อมปรากฎกำลังออกมาแต่ยามไม่ได้ใช้กำลังจะเบาลอยอย่างมาก สามารถเห็นกำลังนั้นเป็นกำลังที่อยู่ภายนอกอย่างชัดเจนไม่ใช้จิตแต่ใช้กำลังง่ายต่อการถูกชักนำให้เคลื่อน</p>
<p><strong>อธิบาย</strong><br />
เรื่องนี้ไม่อยากอธิบายเพราะหากฝึกยังไม่ถึงขั้นแทบจะรับรู้อะไรไม่ได้เลย หากอธิบายง่ายๆ คือในการฝึกนั้นเน้นความเบาเป็นที่ตั้ง อย่าได้พยายามออกแรงเลย ยื่นมือยื่นเท้าออกไปให้เบาเหมือนจะไปสัมผัสกับใยแมงมุมบางๆ ถ้าแตะแรงไปก็จะขาดอะไรทำนองนั้น เมื่อออกมือไปต้องไม่ใช้แรงจากมือเลย แต่ก็ไม่ใช่ปล่อยให้มือตกเหมือนไม่มีกระดูก</p>
<p><strong>7. ซ่างเซี่ยเซียงสุย</strong> (เจี้ยแอ๋เซียงซุ้ย) หมายถึง ส่วนบน(ของร่างกาย) และส่วนล่างเคลื่อนตามกัน คัมภีร์มวยไท่เก๊กกล่าวว่า “รากนั้นอยู่ที่เท้า เคลื่อน(พลัง) จากขา ควบคุมด้วยเอว รูปลักษณ์ที่นิ้วมือจากเท้าไปยังขาสู่เอวทั้งหมดนี้ต้องสมบูรณ์ด้วยพลังเดียว(กัน) “ มือเคลื่อน , เอวเคลื่อน , ขาเคลื่อน สายตามองตามการเคลื่อนไหว เรียกว่าซ่างเซี่ยเซียงสุย มีส่วนใดไม่เคลื่อนย่อมสับสนไม่เป็นระเบียบ</p>
<p><strong>อธิบาย<br />
</strong>โดยพื้นฐานคือการเคลื่อนไหวอย่างมีระเบียบ เช่นเมื่อเคลื่อน ไหล่จะตรงสะโพก ศอกตรงเข่า โดยพร้อมเพรียงและเป็นธรรมชาติ ใช้เอวควบคุมการเคลื่อนไหว ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝนและการมีโครงสร้างร่างกายที่ดี</p>
<p><strong>8. เน่ยไหว้เซียงเหอ</strong> (ไหล่หงั่วเซียงฮะ) หมายถึงภายในและภายนอกสัมพันธ์กัน มวยไท่เก๊กเน้นที่การฝึกจิตและสติ ดังคำกล่าว “สติคือแม่ทัพ ร่างกายคือทหาร”สามารถยกสติให้ตั้งอยู่ได้ การเคลื่อนไหวย่อมเบาคล่องเป็นธรรมชาติ ท่วงท่าไม่ทิ้ง(หลัก) เต็มว่างและแยกรวม(ไคเหอ) ไค (แยก) นั้นไม่เพียงแต่มือเท้าเปิดจิตก็ต้องเปิดด้วย เหอ (รวม) ไม่เพียงมือเท้ารวม จิตก็ยังต้องรวมด้วย</p>
<p><strong>อธิบาย</strong><br />
เอาแค่ว่าเวลาเคลื่อนให้รู้ว่าเคลื่อน ยกมือยกเท้าให้มีความรู้สึกตัวอยู่ ไม่ใช่สักแต่ว่ายก หรือยกแบบออโตเมติกหรือตามความเคยชิน</p>
<p><strong>9. เซียงเหลียนปู๋ต้วน</strong>  (เซียงเลี้ยงปุกต๋วง) คือการต่อเนื่องไม่ขาดสาย วิชาของมวยภายนอก พลังนั้นเป็นพลังหลังฟ้าที่กระด้าง คือมีขึ้นมีหยุด มีขาดมีต่อ แรงเก่าหมดไปแล้วแรงใหม่ยังไม่ก่อเกิด ในขณะนั้นเป็นการง่ายอย่างมากต่อผู้อื่นที่จะเข้ากระทำ มวยไท่เก๊กใช้จิตไม่ใช้กำลัง ตั้งแต่ต้นจนจบ ต่อเนื่องไม่ขาดสายวนครบรอบก็ขึ้นต้นใหม่หมุนวนไม่รู้จบ คัมภีร์กล่าวว่า “ดุจดั่งแม่น้ำสายใหญ่ไหลไม่มีวันหมด “</p>
<p><strong>อธิบาย</strong><br />
อันนี้ส่วนมากเข้าใจได้อยู่แล้ว ผู้ฝึกใหม่มีปัญหาอยู่บ้างตรงที่ท่าเก่ายังไม่ทันสุดท่าก็รีบออกท่าใหม่ต่อเสียแล้ว เพราะกลัวจะขาดความต่อเนื่อง แต่กลับทำให้ท่วงท่าขาดความชัดเจน ในขั้นต้นแม้ว่าจะพยายามเคลื่อนไหวให้ต่อเนื่อง หากแต่ละท่าต้องให้มีรายละเอียดชัดเจนจนถึงสุดท่าแล้วจึงเปลี่ยนแปลง แต่ละท่าต้องแสดงออกให้ชัดเจน ให้ครบถ้วนในแต่ละขั้นตอน ใส่ใจในทุกขั้นตอนของท่วงท่า เมื่อขยันฝึกฝนก็จะค่อยๆ มีความต่อเนื่องของท่วงท่ามากขึ้น แต่หากตั้งใจให้ต่อเนื่อง บางคนก็กลายเป็นรำเร็ว หรือลนลาน หรือละทิ้งรายละเอียดไปเสีย ซึ่งจะทำให้ท่วงท่าโดดไปมา ทำอย่างไรก็ไม่ต่อเนื่อง</p>
<p><strong>10. ต้งจงฉิวจิ้ง</strong> (ต๋งตังขิ่วแจ๋)  คือความสงบในความเคลื่อนไหว วิชามวยภายนอก เวลาฝึกฝนเมื่อใช้พลังเต็มที่กระโดดโลดเต้นหลังฝึกฝนเสร็จย่อมเกิดอาการเหนื่อยหอบ มวยไท่เก๊กสงบในความเคลื่อนไหว แม้ว่าเคลื่อนไหวแต่ว่าสงบ ดังนั้นการฝึกจึงยิ่งช้ายิ่งดี ช้าทำให้ลมหายใจยาวลึก ชี่จมสู่ตันเถียน</p>
<p><strong>อธิบาย</strong><br />
เรื่องนี้ก็คงไม่ต้องอธิบายกันมาก ระหว่างรำมวยจิตใจควรเป็นสมาธิ ก่อนเริ่มท่ารำควรผ่อนคลายร่างกายและจิตใจเสียก่อน หากมีเรื่องกังวลหรือไม่สบายใจก็สลัดทิ้งไปก่อน เมื่อตั้งจิตให้ดีตั้งแต่ก่อนเริ่ม ขณะรำมวยก็จะง่ายต่อการรักษาสมาธิ ลมหายใจก็ปล่อยให้เป็นธรรมชาติไม่ต้องตั้งใจสูดให้ลึกหรือผ่อนให้ยาว  เมื่อจิตสงบเป็นสมาธิ ลมหายใจก็จะช้าและลึกยาวได้เอง</p>
<p>ซึ่งในหลักสิบประการนี้ก็มี<strong>ข้อห้ามอยู่สำหรับหลักหันเซียง</strong> ซึ่งมีบันทึกไว้ว่าไม่ให้เด็กที่ร่างกายยังเติบโตไม่เต็มที่ฝึกหลักนี้เพราะอาจมีผลต่อการเจริญเติบโต ในการฝึกฝนนั้น จะค่อยๆ ฝึกฝนไปทีละหลัก โดยนำไปฝึกประกอบกับท่ามวยที่เรียนไป อีกทั้งหลักต่างๆ เหล่านี้ยังสามารถนำมาฝึกฝนร่วมกับกริยาท่าทางต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้</p>
<p> หลักทั้งสิบข้อนั้นแม้ดูเหมือนแยกเป็นสิบข้อ แต่จริงๆ แล้วก็แทบจะเหมือนเรื่องเดียวกัน มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันอยู่มาก คือการจะทำหลักหนึ่งให้ดีก็ต้องอาศัยหลักอื่น แต่ละหลักอาศัยซึ่งกันละกัน  หากอ่านตำราบางเล่มอาจจะมีการรวบรวมหลักไว้ต่างกาลต่างวาระ จำนวนข้ออาจจะแตกต่างกัน เช่นเป็นหกข้อ สิบสองข้อ แต่เนื้อความก็ยังคงเป็นเช่นเดียวกัน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.fajing.net/thai/2007/08/taiji-secret10/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

