February 26th, 2008 at 1:52 pm (Practice, Taijiquan)
รำมวยต้องให้กลม เรื่องนี้ทุกๆ คนที่ฝึกมวยไท่เก๊กย่อมทราบดี
แต่ที่ว่ากลมนั้นเป็นอย่างไร
ที่ว่ากลมนั้น สำหรับเบื้องต้นแล้ว สามารถฝึกฝนได้ไม่ยาก นั่นคือ ขณะที่รำมวย ให้ปลายนิ้วเหมือนกับลากเส้นโค้งวงกว้างๆ ไปด้วย ไม่มีการหักมุมเหลี่ยมมุมแหลม การเปลี่ยนท่วงท่าทุกครั้งจะต้องวาดเป็นวงโค้งต่อเนื่องกันไป จากวงใหญ่สู่วงเล็ก จากวงเล็กขยายออกไปสู่วงใหญ่ Read the rest of this entry »
Comments
February 26th, 2008 at 10:21 am (Practice, Taijiquan)
วันนี้มีโอกาสได้สอนศิษย์น้องเกี่ยวกับเรื่องการเดินครับ ก็เลยถือโอกาสเอามาบันทึกไว้
การเดินในมวยไท่เก๊กตระกูลหยางนั้น เมื่อเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ท่าเดินพื้นฐานที่สุดคือเดินด้วยท่ากงปู้ หรือก้าวธนู ที่เห็นได้ชัดๆ คือท่า โลซีเอ้าปู้ หรือท่า งอเข่าย่างก้าว
ขั้นตอนหลักๆ คือ
ก้าวเท้าข้างหนึ่งไปข้างหน้า
วางส้นเท้าหน้า
วางเท้าหน้าเต็มเท้า
ย้ายน้ำหนักจากขาหลังไปขาหน้า ให้ลงขาหน้า 7 ส่วน เหลือไว้ที่ขาหลัง 3 ส่วน Read the rest of this entry »
Comments
November 12th, 2007 at 9:26 pm (Practice, Taijiquan)
ในการฝึกฝนวิชามวยไท่เก๊กนั้น มีหลักพื้นฐานบางประการที่ต้องคำนึงถึงตั้งแต่บทเรียนแรกๆ เลยคือ เบา กลม ช้า และต่อเนื่อง
ในที่นี้จะมาว่ากันเรื่องความต่อเนื่อง
สำหรับผู้ฝึกมวยไท่เก๊กใหม่ๆ คำว่าต่อเนื่องนี้ย่อมหมายถึงการรำมวยทั้งชุดให้ลื่นไหลต่อเนื่องกันไปตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ใช่รำสะดุดๆ หยุดเป็นท่าๆ ไม่ใช่เดี๋ยวหยุดเดี๋ยวเริ่มใหม่ ในท่ามวยแต่ละท่านั้นถูกออกแบบร้อยเรียงกันให้มีความต่อเนื่องกันอยู่แล้ว โดยไม่ต้องหยุดเพื่อเปลี่ยนท่าหรือหาลีลาพิสดารมาเชื่อมระหว่างท่าเข้าด้วยกัน รำไปตามปกติ ท่าต่อท่า มันก็ต่อเนื่องกันเอง ขณะต่อเนื่องนั้นก็ต้องร่ายรำให้ช้าให้ละเอียด ซึ่งตรงนี้สำหรับคนฝึกใหม่ๆ หากช้าเกินไปจะกลายเป็นการเคลื่อนไหวแบบกระตุก ควรให้ช้าแบบเป็นธรรมชาติ คือร่างกายขยับเคลื่อนที่ได้โดยไม่สะดุด และไม่ร้อนรนหรือเร็วเกินไป บางครั้งหากรู้สึกว่ารำช้าๆ ไม่ค่อยได้อาจเป็นเพราะเก็บรายละเอียดของท่วงท่าไม่ครบ ทำให้จบท่าเร็วเกินไป หรือระหว่างท่ากลายเป็นกระโดดไม่ต่อเนื่องกัน Read the rest of this entry »
Comments
November 12th, 2007 at 11:42 am (Practice, Taijiquan)
ยังมีผู้ติดใจมากเรื่องการฝึกหายใจ เนื่องจากผมเคยบอกว่าการหายใจต้องให้เป็นธรรมชาติ เมื่อผ่านการฝึกฝนมวยไท่เก๊กอย่างถูกระบบ มันจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเองโดยไม่ต้องไปฝืน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ทั้งนี้เพราะ ในการฝึกฝนวิชามวยไท่เก๊กนั้น หลายจุดที่เราจะเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นทาง ไม่ใช่ที่ปลายเหตุ แม้ในคัมภีร์เดิมก็มีกล่าวเรื่องนี้ เช่นการแก้ปัญหาเมื่ออยู่ในภาวะเสียเปรียบ ให้ปรับตำแหน่งของเอวและขา ไม่ใช่ไปแก้ที่มือหรือแขนซึ่งกำลังรุกรับอยู่ หรือเมื่อจะตีอีกฝ่ายก็ต้องเริ่มจากถอนรากเขาก่อน Read the rest of this entry »
Comments
September 17th, 2007 at 4:06 pm (Practice, Taijiquan)
จี่หมายถึงการกด คือการใช้พลังเผิงออกไปในทิศทางที่ชัดเจน โดยท่วงท่า จะเป็นท่วงท่าที่คล้ายคลึงกับการเผิง หากแต่ยังใช้ฝ่ามืออีกข้างกดเสริมเข้าไปด้านในของท่อนแขนที่เผิงออกไป เพื่อเน้นย้ำการส่งพลังให้ชัดเจนขึ้น
ตามตำราตำแหน่งจี่จะอยู่ในรูปเส้นหยางอยู่ระหว่างเส้นอินสองเส้น หรือเป็นความหมายของสายน้ำ ซึ่งดูภายนอกราบเรียบอ่อนโยน หากแฝงความทรงพลัง สามารถแทรกซึมเข้าไปได้ทุกที่
มีบทเพลงเกี่ยวกับการจี่ ดังนี้
อะไรคือความหมายของพลังจี่
ยังสามารถใช้งานได้สองวิธี
ทางตรงนั้นเรียบง่าย เผชิญคู่ต่อสู้และ “ปิด” ในหนึ่งกระบวน
อีกหนทางนั้นอาศัยแรงปฏิกริยา เหมือนหนึ่งลูกบอลกระทบกำแพง
หรือโยนเหรียญลงบนหนังกลอง ย่อมกระเด้งกระดอนออกมา
พลังเผิงนั้นเป็นพลังพื้นฐาน ไม่รับ และปัดออก หากแต่จี่เป็นการใช้พลังเผิงส่งเข้าไปภายในศูนย์กลาง เหมือนงูโดนจับต้นคอเจ็ดนิ้ว เหมือนทัพใหญ่โดนทัพทะลวงบุกชิงตัวแมทัพ แม้มีกำลังน้อยก็สามารถเอาชัยผู้มีกำลังมากกว่า หรือในอีกทางหนึ่งคือเสริมพลังจังหวะที่ปรปักษ์รุกเข้ามาจนสุด เขาก็จะกระดอนออกไปได้อย่างง่ายดาย
Comments
September 12th, 2007 at 1:26 am (Practice, Taijiquan)
หลีว์หมายถึงการตาม ตามตำราจะวางตำแหน่งหลีว์ไว้ที่เส้นอินสามเส้น เป็นสภาวะอินที่สุดในแผนภูมิปากัว นี่ก็อีกที่ตำราบางเล่มตีความเอาว่านี่เป็นภาคอ่อนหรือภาคอินของมวยไท่เก๊ก โดยไปแบ่งแยกเอาว่ามีท่าหนึ่งเป็นอิน ท่าหนึ่งเป็นหยาง ท่าหนึ่งใช้วิธีแข็งกร้าว ท่าหนึ่งใช้วิธีอ่อนหยุ่น ท่าหนึ่งใช้แรงเอาชนะ อีกท่าหนึ่งใช้ความอ่อนเอาชนะ ก็ในเมื่อหลักพื้นฐานของมวยไท่เก๊กนั้นบอกอยู่แต่แรกว่าใช้น้อยเอาชนะมาก ใช้อ่อนเอาชนะแข็ง ซึ่งนี่หมายถึงทุกกรณี ไม่ได้ต้องมาแยกว่าท่านี้ใช้แข็ง ท่านี้ใช้อ่อน Read the rest of this entry »
Comments
September 11th, 2007 at 3:33 am (Practice, Taijiquan)
เผิงหมายถึงการปัด ตำราหลายเล่มจะวางตำแหน่งพลังเผิงไว้ในตำแหน่งที่เป็นหยางที่สุดบนแผนภูมิปากัว หรือแผนภูมิแปดทิศ ทำให้หลายท่านตีความเอาว่า นี่คือด้านแกร่งกร้าวของมวยไท่เก๊ก หมายถึงการใช้พลังอย่างรุนแรงกร้าวแกร่ง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น เหตุใดจึงเอาความรุนแรงกร้าวแกร่งนี้มาผนวกไว้กับความหมายว่าปัด เหตุใดจึงต้องปัดอย่างรุนแรงกร้าวแกร่ง เหตุใดจะปัดอย่างแผ่วเบานิ่มนวลไม่ได้ นั่นย่อมไม่สมเหตุสมผลกับการตีความพลังเผิงออกมาเช่นนี้ Read the rest of this entry »
Comments
September 11th, 2007 at 3:01 am (Practice, Taijiquan)
ท่าหลันเชียะเหว่ยประกอบด้วยหลักพื้นฐานของมวยไท่เก๊กสี่ประการ หรืออาจเรียกว่าพลังสี่ประการคือ พลังเผิง พลังลู่ พลังจี่ และพลังอั่น
มวยไท่เก๊กนั้น มีชื่อเรียกอีกอย่างว่ามวย 13 ท่า ซึ่งเกิดจากพลังพื้นฐาน 8 ประการ คือ พลังเผิง พลังลู่ พลังจี่ พลังอั่นพลังไฉ่ พลังเลียะ พลังโจ่ว และพลังโค่ว และทิศทั้ง 5 คือ หน้า หลัง ซ้าย ขวา และตรงกลาง
พลังทั้ง 8 นี้ล้วนมีความหมายลึกซึ้งในตัวเองจนยากที่จะแปลตรงๆ ออกมาได้ แต่หากแปลตรงตัวก็พอจะแปลออกมาได้ดังนี้ Read the rest of this entry »
2 Comments
September 9th, 2007 at 2:28 am (Practice, Taijiquan)
ชี่ เป็นศัพท์ภาษาจีนคำหนึ่งที่เราเอามาแปลกันไปสารพัด บ้างก็ว่าลม หรือลมหายใจ หรือลมปราณ หรือพลังชีวิต หรือพลังภายใน ซึ่งจากที่ได้คุยกับท่านอาจารย์หลายๆ ท่าน รวมทั้งความเห็นส่วนตัวของผมเองคิดว่า ไม่น่าไปแปลคำว่าชี่ ชี่ก็คือ ชี่ กงคือพลัง ชี่กงคือ พลังชี่ การฝึกชี่กง ก็คือการฝึกพลังชี่นี่แหละ Read the rest of this entry »
Comments
September 8th, 2007 at 1:08 am (Practice, Taijiquan)
ไม่ว่าเราจะไปเรียนมวยไท่เก๊กที่ไหน หรือแม้แต่อ่านจากตำราเล่มไหน มีบทหนึ่ง ซึ่งเขาจะต้องบอกต้องสอนกันแน่ๆ เพียงแต่อาจจะมากน้อยต่างกัน หรืออาจจะให้ความสำคัญต่างกัน ก็คือ การบริหารร่างกายก่อนการฝึก Read the rest of this entry »
2 Comments