Archive for the ‘การฝึก’ Category

PostHeaderIcon ความกลม

รำมวยต้องให้กลม เรื่องนี้ทุกๆ คนที่ฝึกมวยไท่เก๊กย่อมทราบดี

แต่ที่ว่ากลมนั้นเป็นอย่างไร

ที่ว่ากลมนั้น สำหรับเบื้องต้นแล้ว สามารถฝึกฝนได้ไม่ยาก นั่นคือ ขณะที่รำมวย ให้ปลายนิ้วเหมือนกับลากเส้นโค้งวงกว้างๆ ไปด้วย ไม่มีการหักมุมเหลี่ยมมุมแหลม การเปลี่ยนท่วงท่าทุกครั้งจะต้องวาดเป็นวงโค้งต่อเนื่องกันไป จากวงใหญ่สู่วงเล็ก จากวงเล็กขยายออกไปสู่วงใหญ่ Read the rest of this entry »

PostHeaderIcon การเดิน

วันนี้มีโอกาสได้สอนศิษย์น้องเกี่ยวกับเรื่องการเดินครับ ก็เลยถือโอกาสเอามาบันทึกไว้

การเดินในมวยไท่เก๊กตระกูลหยางนั้น เมื่อเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ท่าเดินพื้นฐานที่สุดคือเดินด้วยท่ากงปู้ หรือก้าวธนู ที่เห็นได้ชัดๆ คือท่า โลซีเอ้าปู้ หรือท่า งอเข่าย่างก้าว

 ขั้นตอนหลักๆ คือ

ก้าวเท้าข้างหนึ่งไปข้างหน้า

วางส้นเท้าหน้า

วางเท้าหน้าเต็มเท้า

ย้ายน้ำหนักจากขาหลังไปขาหน้า ให้ลงขาหน้า 7 ส่วน เหลือไว้ที่ขาหลัง 3 ส่วน Read the rest of this entry »

PostHeaderIcon รำมวยต้องให้มีความต่อเนื่อง

ในการฝึกฝนวิชามวยไท่เก๊กนั้น มีหลักพื้นฐานบางประการที่ต้องคำนึงถึงตั้งแต่บทเรียนแรกๆ เลยคือ เบา กลม ช้า และต่อเนื่อง

ในที่นี้จะมาว่ากันเรื่องความต่อเนื่อง

สำหรับผู้ฝึกมวยไท่เก๊กใหม่ๆ คำว่าต่อเนื่องนี้ย่อมหมายถึงการรำมวยทั้งชุดให้ลื่นไหลต่อเนื่องกันไปตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ใช่รำสะดุดๆ หยุดเป็นท่าๆ ไม่ใช่เดี๋ยวหยุดเดี๋ยวเริ่มใหม่ ในท่ามวยแต่ละท่านั้นถูกออกแบบร้อยเรียงกันให้มีความต่อเนื่องกันอยู่แล้ว โดยไม่ต้องหยุดเพื่อเปลี่ยนท่าหรือหาลีลาพิสดารมาเชื่อมระหว่างท่าเข้าด้วยกัน รำไปตามปกติ ท่าต่อท่า มันก็ต่อเนื่องกันเอง ขณะต่อเนื่องนั้นก็ต้องร่ายรำให้ช้าให้ละเอียด ซึ่งตรงนี้สำหรับคนฝึกใหม่ๆ หากช้าเกินไปจะกลายเป็นการเคลื่อนไหวแบบกระตุก ควรให้ช้าแบบเป็นธรรมชาติ คือร่างกายขยับเคลื่อนที่ได้โดยไม่สะดุด และไม่ร้อนรนหรือเร็วเกินไป บางครั้งหากรู้สึกว่ารำช้าๆ ไม่ค่อยได้อาจเป็นเพราะเก็บรายละเอียดของท่วงท่าไม่ครบ ทำให้จบท่าเร็วเกินไป หรือระหว่างท่ากลายเป็นกระโดดไม่ต่อเนื่องกัน Read the rest of this entry »

PostHeaderIcon การหายใจในวิชามวยไท่เก๊ก ภาค 2

ยังมีผู้ติดใจมากเรื่องการฝึกหายใจ เนื่องจากผมเคยบอกว่าการหายใจต้องให้เป็นธรรมชาติ เมื่อผ่านการฝึกฝนมวยไท่เก๊กอย่างถูกระบบ มันจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเองโดยไม่ต้องไปฝืน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

ทั้งนี้เพราะ ในการฝึกฝนวิชามวยไท่เก๊กนั้น หลายจุดที่เราจะเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นทาง ไม่ใช่ที่ปลายเหตุ แม้ในคัมภีร์เดิมก็มีกล่าวเรื่องนี้ เช่นการแก้ปัญหาเมื่ออยู่ในภาวะเสียเปรียบ ให้ปรับตำแหน่งของเอวและขา ไม่ใช่ไปแก้ที่มือหรือแขนซึ่งกำลังรุกรับอยู่ หรือเมื่อจะตีอีกฝ่ายก็ต้องเริ่มจากถอนรากเขาก่อน Read the rest of this entry »

PostHeaderIcon จี่

จี่หมายถึงการกด คือการใช้พลังเผิงออกไปในทิศทางที่ชัดเจน โดยท่วงท่า จะเป็นท่วงท่าที่คล้ายคลึงกับการเผิง หากแต่ยังใช้ฝ่ามืออีกข้างกดเสริมเข้าไปด้านในของท่อนแขนที่เผิงออกไป เพื่อเน้นย้ำการส่งพลังให้ชัดเจนขึ้น

ตามตำราตำแหน่งจี่จะอยู่ในรูปเส้นเต็มอยู่ระหว่างเส้นประสองเส้น หรือเป็นความหมายของน้ำ แม้จะดูอ่อนแอไร้พิษสงแต่แฝงความแกร่งกร้าวแทรกซึม

มีบทเพลงเกี่ยวกับการจี่ ดังนี้

อะไรคือความหมายของพลังจี่

ยังสามารถใช้งานได้สองวิธี

ทางตรงนั้นเรียบง่าย เผชิญคู่ต่อสู้และ “ปิด” ในหนึ่งกระบวน

อีกหนทางนั้นอาศัยแรงปฏิกริยา เหมือนหนึ่งลูกบอลกระทบกำแพง

หรือโยนเหรียญลงบนหนังกลอง ย่อมกระเด้งกระดอนออกมา

พลังเผิงนั้นเป็นพลังพื้นฐาน ไม่รับ และปัดออก หากแต่จี่เป็นการใช้พลังเผิงส่งเข้าไปภายในศูนย์กลาง เหมือนงูโดนจับต้นคอเจ็ดนิ้ว เหมือนทัพใหญ่โดนทัพทะลวงบุกชิงตัวแมทัพ แม้มีกำลังน้อยก็สามารถเอาชัยผู้มีกำลังมากกว่า หรือในอีกทางหนึ่งคือเสริมพลังจังหวะที่ปรปักษ์รุกเข้ามาจนสุด เขาก็จะกระดอนออกไปได้อย่างง่ายดาย

PostHeaderIcon หลีว์

หลีว์หมายถึงการตาม  ตามตำราจะวางตำแหน่งหลีว์ไว้ที่เส้นอินสามเส้น เป็นสภาวะอินที่สุดในแผนภูมิปากัว นี่ก็อีกที่ตำราบางเล่มตีความเอาว่านี่เป็นภาคอ่อนหรือภาคอินของมวยไท่เก๊ก โดยไปแบ่งแยกเอาว่ามีท่าหนึ่งเป็นอิน ท่าหนึ่งเป็นหยาง ท่าหนึ่งใช้วิธีแข็งกร้าว ท่าหนึ่งใช้วิธีอ่อนหยุ่น ท่าหนึ่งใช้แรงเอาชนะ อีกท่าหนึ่งใช้ความอ่อนเอาชนะ  ก็ในเมื่อหลักพื้นฐานของมวยไท่เก๊กนั้นบอกอยู่แต่แรกว่าใช้น้อยเอาชนะมาก ใช้อ่อนเอาชนะแข็ง ซึ่งนี่หมายถึงทุกกรณี  ไม่ได้ต้องมาแยกว่าท่านี้ใช้แข็ง ท่านี้ใช้อ่อน Read the rest of this entry »

PostHeaderIcon เผิง

เผิงหมายถึงการปัด  ตำราหลายเล่มจะวางตำแหน่งพลังเผิงไว้ในตำแหน่งที่เป็นหยางที่สุดบนแผนภูมิปากัว หรือแผนภูมิแปดทิศ ทำให้หลายท่านตีความเอาว่า นี่คือด้านแกร่งกร้าวของมวยไท่เก๊ก  หมายถึงการใช้พลังอย่างรุนแรงกร้าวแกร่ง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น เหตุใดจึงเอาความรุนแรงกร้าวแกร่งนี้มาผนวกไว้กับความหมายว่าปัด เหตุใดจึงต้องปัดอย่างรุนแรงกร้าวแกร่ง  เหตุใดจะปัดอย่างแผ่วเบานิ่มนวลไม่ได้ นั่นย่อมไม่สมเหตุสมผลกับการตีความพลังเผิงออกมาเช่นนี้ Read the rest of this entry »

PostHeaderIcon หลันเชียะเหว่ย (คว้าหางนกกระจอก)

ท่าหลันเชียะเหว่ยประกอบด้วยหลักพื้นฐานของมวยไท่เก๊กสี่ประการ หรืออาจเรียกว่าพลังสี่ประการคือ พลังเผิง พลังลู่ พลังจี่ และพลังอั่น

มวยไท่เก๊กนั้น มีชื่อเรียกอีกอย่างว่ามวย 13 ท่า ซึ่งเกิดจากพลังพื้นฐาน 8 ประการ คือ พลังเผิง พลังลู่ พลังจี่ พลังอั่นพลังไฉ่ พลังเลียะ พลังโจ่ว และพลังโค่ว  และทิศทั้ง 5 คือ หน้า หลัง ซ้าย ขวา และตรงกลาง

พลังทั้ง 8 นี้ล้วนมีความหมายลึกซึ้งในตัวเองจนยากที่จะแปลตรงๆ ออกมาได้  แต่หากแปลตรงตัวก็พอจะแปลออกมาได้ดังนี้ Read the rest of this entry »

PostHeaderIcon ชี่กง

ชี่ เป็นศัพท์ภาษาจีนคำหนึ่งที่เราเอามาแปลกันไปสารพัด บ้างก็ว่าลม หรือลมหายใจ หรือลมปราณ หรือพลังชีวิต หรือพลังภายใน  ซึ่งจากที่ได้คุยกับท่านอาจารย์หลายๆ ท่าน รวมทั้งความเห็นส่วนตัวของผมเองคิดว่า ไม่น่าไปแปลคำว่าชี่  ชี่ก็คือ ชี่  กงคือพลัง ชี่กงคือ พลังชี่ การฝึกชี่กง ก็คือการฝึกพลังชี่นี่แหละ Read the rest of this entry »

PostHeaderIcon การบริหารข้อต่อ

ไม่ว่าเราจะไปเรียนมวยไท่เก๊กที่ไหน หรือแม้แต่อ่านจากตำราเล่มไหน มีบทหนึ่ง ซึ่งเขาจะต้องบอกต้องสอนกันแน่ๆ เพียงแต่อาจจะมากน้อยต่างกัน หรืออาจจะให้ความสำคัญต่างกัน ก็คือ การบริหารร่างกายก่อนการฝึก Read the rest of this entry »