<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="wordpress/2.3.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>Fajing : the journey of my life.</title>
	<link>http://www.fajing.net/thai</link>
	<description>Internal Martial Art and Health Relate.</description>
	<lastBuildDate>Thu, 21 Aug 2008 12:26:18 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>ความกลม</title>
		<description>รำมวยต้องให้กลม เรื่องนี้ทุกๆ คนที่ฝึกมวยไท่เก๊กย่อมทราบดี

แต่ที่ว่ากลมนั้นเป็นอย่างไร

ที่ว่ากลมนั้น สำหรับเบื้องต้นแล้ว สามารถฝึกฝนได้ไม่ยาก นั่นคือ ขณะที่รำมวย ให้ปลายนิ้วเหมือนกับลากเส้นโค้งวงกว้างๆ ไปด้วย ไม่มีการหักมุมเหลี่ยมมุมแหลม การเปลี่ยนท่วงท่าทุกครั้งจะต้องวาดเป็นวงโค้งต่อเนื่องกันไป จากวงใหญ่สู่วงเล็ก จากวงเล็กขยายออกไปสู่วงใหญ่ </description>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2008/02/26/taiji-roundness/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การเดิน</title>
		<description>วันนี้มีโอกาสได้สอนศิษย์น้องเกี่ยวกับเรื่องการเดินครับ ก็เลยถือโอกาสเอามาบันทึกไว้

การเดินในมวยไท่เก๊กตระกูลหยางนั้น เมื่อเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ท่าเดินพื้นฐานที่สุดคือเดินด้วยท่ากงปู้ หรือก้าวธนู ที่เห็นได้ชัดๆ คือท่า โลซีเอ้าปู้ หรือท่า งอเข่าย่างก้าว

 ขั้นตอนหลักๆ คือ
ก้าวเท้าข้างหนึ่งไปข้างหน้า

วางส้นเท้าหน้า

วางเท้าหน้าเต็มเท้า

ย้ายน้ำหนักจากขาหลังไปขาหน้า ให้ลงขาหน้า 7 ส่วน เหลือไว้ที่ขาหลัง 3 ส่วน </description>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2008/02/26/taiji-walking/</link>
			</item>
	<item>
		<title>วิชาลับ</title>
		<description>ผู้ที่เข้ามาฝึกวิชามวยไท่เก๊ก หรือวิชามวยจีนแขนงใดก็ตาม หากไม่เคยรับรู้อะไรมาก่อนเลยก็แล้วกันไป ซึ่งคงหาได้ยากนัก เพราะคนที่อยู่ๆ จะมาฝึกหรือมาเรียน ย่อมจะมีภาพความคาดหวังบางอย่างอยู่ทั้งสิ้น เช่นอาจจะเคยอ่านเจอในหนังสือ อาจจะเคยได้ยินมาจากคนอื่น หรือแม้แต่อิทธิพลของภาพยนต์หรือนวนิยายก็มีส่วนที่ก่อให้เกิด "ภาพ" บางประการในมโนสำนึกของผู้ฝึก ก่อนที่จะได้เริ่มฝึกฝนกันจริงๆ </description>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2007/12/08/secret-subject/</link>
			</item>
	<item>
		<title>คลิปวิดิโอท่านหวังเฟ่ยเซิงสอนท่าไท่จี๋ฉีซื่อ</title>
		<description>อาจารย์หวังเฟ่ยเซิง (Wang PeiSheng) เป็นยอดยุทธ์มวยไท่เก๊กตระกูลอู๋ (Wu) สืบทอดมาทางสายท่านอู๋ฉวนโหย่ว (Wu QuanYou) ซึ่งเป็นบิดาและเป็นอาจารย์ของท่านอู๋เจี้ยนเฉวียน (Wu JianQuan) ท่านอู๋เจี้ยนเฉวียนนั้นถือเป็นปรมาจารย์มวยไท่เก๊กตระกูลอู๋  ส่วนท่านอู๋ฉวนโหย่วผู้บิดานั้นได้ร่ำเรียนมาโดยตรงจากท่านหยางลู่ฉาน (Yang LuChan) ปรมาจารย์มวยไท่เก๊กตระกูลหยางเอง ซึ่งในยุคแรกยังไม่ได้มีการแบ่งแยกว่าเป็นตระกูลหยางหรือตระกูลอู๋ เพียงแต่ในภายหลังเมื่อท่านอู๋เจี้ยนเฉวียนสถาปนามวยไท่เก๊กตระกูลอู๋ขึ้น สายที่สืบมาจากทางบิดาท่านก็เลยนับเป็นมวยไท่เก๊กตระกูลอู๋ไปด้วย โดยทั่วไปแล้วหลักวิชาส่วนมากของมวยไท่เก๊กตระกูลหยางและตระกูลอู๋จึงมีความคล้ายคลึงกันมาก </description>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2007/12/02/taiji_clip_wangpheisheng_qishi/</link>
			</item>
	<item>
		<title>รำมวยต้องให้มีความต่อเนื่อง</title>
		<description>ในการฝึกฝนวิชามวยไท่เก๊กนั้น มีหลักพื้นฐานบางประการที่ต้องคำนึงถึงตั้งแต่บทเรียนแรกๆ เลยคือ เบา กลม ช้า และต่อเนื่อง

ในที่นี้จะมาว่ากันเรื่องความต่อเนื่อง

สำหรับผู้ฝึกมวยไท่เก๊กใหม่ๆ คำว่าต่อเนื่องนี้ย่อมหมายถึงการรำมวยทั้งชุดให้ลื่นไหลต่อเนื่องกันไปตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ใช่รำสะดุดๆ หยุดเป็นท่าๆ ไม่ใช่เดี๋ยวหยุดเดี๋ยวเริ่มใหม่ ในท่ามวยแต่ละท่านั้นถูกออกแบบร้อยเรียงกันให้มีความต่อเนื่องกันอยู่แล้ว โดยไม่ต้องหยุดเพื่อเปลี่ยนท่าหรือหาลีลาพิสดารมาเชื่อมระหว่างท่าเข้าด้วยกัน รำไปตามปกติ ท่าต่อท่า มันก็ต่อเนื่องกันเอง ขณะต่อเนื่องนั้นก็ต้องร่ายรำให้ช้าให้ละเอียด ซึ่งตรงนี้สำหรับคนฝึกใหม่ๆ หากช้าเกินไปจะกลายเป็นการเคลื่อนไหวแบบกระตุก ควรให้ช้าแบบเป็นธรรมชาติ คือร่างกายขยับเคลื่อนที่ได้โดยไม่สะดุด และไม่ร้อนรนหรือเร็วเกินไป บางครั้งหากรู้สึกว่ารำช้าๆ ไม่ค่อยได้อาจเป็นเพราะเก็บรายละเอียดของท่วงท่าไม่ครบ ทำให้จบท่าเร็วเกินไป หรือระหว่างท่ากลายเป็นกระโดดไม่ต่อเนื่องกัน </description>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2007/11/12/taiji-continuous/</link>
			</item>
	<item>
		<title>การหายใจในวิชามวยไท่เก๊ก ภาค 2</title>
		<description>ยังมีผู้ติดใจมากเรื่องการฝึกหายใจ เนื่องจากผมเคยบอกว่าการหายใจต้องให้เป็นธรรมชาติ เมื่อผ่านการฝึกฝนมวยไท่เก๊กอย่างถูกระบบ มันจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปเองโดยไม่ต้องไปฝืน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

ทั้งนี้เพราะ ในการฝึกฝนวิชามวยไท่เก๊กนั้น หลายจุดที่เราจะเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นทาง ไม่ใช่ที่ปลายเหตุ แม้ในคัมภีร์เดิมก็มีกล่าวเรื่องนี้ เช่นการแก้ปัญหาเมื่ออยู่ในภาวะเสียเปรียบ ให้ปรับตำแหน่งของเอวและขา ไม่ใช่ไปแก้ที่มือหรือแขนซึ่งกำลังรุกรับอยู่ หรือเมื่อจะตีอีกฝ่ายก็ต้องเริ่มจากถอนรากเขาก่อน </description>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2007/11/12/taijiquan-breathing-2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>บทกวีว่าด้วยการซ้อมมือ</title>
		<description>ปรมาจารย์ได้ส่งมอบศิลปศาสตร์อันน่าอัศจรรย์
แข็งอ่อน เต็มว่าง แปรเปลี่ยนตามสภาวะ
เพียรแสวงหาสัจธรรมในคำสอน
และตรวจสอบ ภายในภายนอก หยาบและละเอียด ให้ลึกซึ้ง
เมื่อปรปักษ์เสนอตัว เราฉุดเขาเข้ามา
เมื่อเขาถอย เราตาม </description>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2007/10/13/ode-to-taiji-sparring/</link>
			</item>
	<item>
		<title>บทเพลงหัวใจมวยไท่เก๊ก</title>
		<description>มวยไท่จี่ช่างมหัศจรรย์
เคลื่อนไหวคล้อยตามธรรมชาติ
ไร้รอยต่อดุจกำไลหยก
ทุกท่วงท่าล้วนแสดงออกถึงไท่จี๋
ทั้งร่างกายเต็มเปี่ยมด้วยชี่ไม่ขาดสาย
เบื้องสูงเบื้องต่ำไม่ขาดสมดุล
วางเท้าดุจแมวย่าง </description>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2007/10/12/song-of-the-essence-and-application-of-taijiquan/</link>
			</item>
	<item>
		<title>บทเพลงซ้อมมือ</title>
		<description>เผิง ลู่ จี่ อั่น พึงฝึกฝนอย่างจริงจัง
ไฉ่ เลียะ โจ่ว โค่ว ใส่ใจกับการโน้มและขยาย
รุดหน้า ถอยหลัง เหลียวซ้าย แลขวา และตั้งมั่น
ยึด เชื่อม เกาะ และตาม  แบ่งแยกเต็มว่างให้ชัดเจน
มือเท้าตามติดปรปักษ์ เอวขาเคลื่อนเป็นหนึ่งเดียว
ดึงเขาเข้ามา ให้พลังของเขาไหลไปสู่ความว่างเปล่า คือสุดยอดกลยุทธ์
ให้เขาโจมตีด้วยกำลังแรง ขณะที่เราเบี่ยงแรงพันชั่งด้วยกำลังเพียงสี่ตำลึง </description>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2007/10/12/song-of-sparring/</link>
			</item>
	<item>
		<title>คลิปวิดิโอดาบไท่เก๊กตระกูลหยาง</title>
		<description>ในมวยไท่เก๊กตระกูลหยาง วิชาอาวุธที่ฝึกกันมาแต่เดิมมี 3 ชนิดครับ คือ ดาบ กระบี่ และทวน   ภายหลังมีการดัดแปลงทวนเป็นพลองโดยถอดหัวทวนออกเพื่อความปลอดภัย แต่กระบวนท่าก็ยังเป็นของทวนอยู่  ส่วนอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ เช่น พัด ห่วง เข้าใจว่ามีการดัดแปลงเพิ่มเติมเข้าไปภายหลังอีก

 ในคลิปนี้จะเป็นดาบไท่เก๊กครับ โดยอาจารย์ฟู่จงเหวิน (Fu ZhongWen) ศิษย์เอกและหลานชายของอาจารย์หยางเฉินฟู่ (Yang ChengFu)

[youtube]http://www.youtube.com/watch?v=TgXVtwTpw_s[/youtube] </description>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2007/10/04/clip_video_taiji_blade/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
