<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Fajing DotNet &#187; งอเข่าย่างก้าว</title>
	<atom:link href="http://www.fajing.net/thai/tag/%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.fajing.net/thai</link>
	<description>The Journey of My Life</description>
	<lastBuildDate>Sun, 08 May 2011 15:23:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>การเดิน</title>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2008/02/taiji-walking/</link>
		<comments>http://www.fajing.net/thai/2008/02/taiji-walking/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 26 Feb 2008 18:21:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การฝึก]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[กงปู้]]></category>
		<category><![CDATA[ย้ายน้ำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[งอเข่าย่างก้าว]]></category>
		<category><![CDATA[โลซีเอ้าปู้]]></category>
		<category><![CDATA[ไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[เข่า]]></category>
		<category><![CDATA[เดิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.fajing.net/thai/2008/02/26/taiji-walking/</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้มีโอกาสได้สอนศิษย์น้องเกี่ยวกับเรื่องการเดินครับ ก็เลยถือโอกาสเอามาบันทึกไว้ การเดินในมวยไท่เก๊กตระกูลหยางนั้น เมื่อเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ท่าเดินพื้นฐานที่สุดคือเดินด้วยท่ากงปู้ หรือก้าวธนู ที่เห็นได้ชัดๆ คือท่า โลซีเอ้าปู้ หรือท่า งอเข่าย่างก้าว  ขั้นตอนหลักๆ คือ ก้าวเท้าข้างหนึ่งไปข้างหน้า วางส้นเท้าหน้า วางเท้าหน้าเต็มเท้า ย้ายน้ำหนักจากขาหลังไปขาหน้า ให้ลงขาหน้า 7 ส่วน เหลือไว้ที่ขาหลัง 3 ส่วน เมื่อจะก้าวต่อไป ให้ บิดขาหน้าออก ประมาณ 45-60 องศา วางน้ำหนักลงบนขาหน้าให้เต็ม ปล่อยเท้าหลังให้ว่าง ก้าวเท้าหลังไปข้างหน้า วางส้นเท้า วางเต็มเท้า แล้วจึงย้ายน้ำหนักจากขาหลัง หรือขาที่วางน้ำหนัก ไปยังขาหน้า ขั้นตอนหลักๆ นี้ดูเหมือนไม่ยาก แต่มักจะพบปัญหาหนึ่งอยู่ตลอด นั่นคือ เมื่อเดินไปข้างหน้า กลับกลายเป็นคล้ายกับขโมยย่องเบา ค่อยๆ ก้าวขาหลังออกไปด้วยความยากลำบาก ดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือไม่ก็กลายเป็นต้องเกร็งบริเวณคัว หรือบริเวณเชิงกรานอยู่ตลอด เพื่อจะยกขาหลังไปขาหน้า เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อวางน้ำหนักบนขาหน้า 7 ส่วนขาหลัง 3 ส่วนแล้ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="height:33px;" class="really_simple_share robots-nocontent snap_nopreview"><div class="really_simple_share_facebook_like" style="width:100px;">
				<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.fajing.net%2Fthai%2F2008%2F02%2Ftaiji-walking%2F&amp;layout=button_count&amp;show_faces=false&amp;width=100&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=false&amp;height=27" 
						scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:100px; height:27px;" allowTransparency="true"></iframe>
				</div><div class="really_simple_share_twitter" style="width:110px;">
					<a href="http://twitter.com/share" class="twitter-share-button" data-count="horizontal" 
						data-text="การเดิน" data-url="http://www.fajing.net/thai/2008/02/taiji-walking/" 
						data-via="" ></a> 
				</div></div>
		<div style="clear:both;"></div><p>วันนี้มีโอกาสได้สอนศิษย์น้องเกี่ยวกับเรื่องการเดินครับ ก็เลยถือโอกาสเอามาบันทึกไว้</p>
<p><strong>การเดิน</strong>ในมวยไท่เก๊กตระกูลหยางนั้น เมื่อเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ท่าเดินพื้นฐานที่สุดคือเดินด้วยท่า<strong>กงปู้</strong> หรือ<strong>ก้าวธนู</strong> ที่เห็นได้ชัดๆ คือท่า <strong>โลซีเอ้าปู้</strong> หรือท่า <strong>งอเข่าย่างก้าว</strong></p>
<p> ขั้นตอนหลักๆ คือ</p>
<blockquote><p>ก้าวเท้าข้างหนึ่งไปข้างหน้า</p>
<p>วางส้นเท้าหน้า</p>
<p>วางเท้าหน้าเต็มเท้า</p>
<p>ย้ายน้ำหนักจากขาหลังไปขาหน้า ให้ลงขาหน้า 7 ส่วน เหลือไว้ที่ขาหลัง 3 ส่วน<span id="more-137"></span></p></blockquote>
<p>เมื่อจะก้าวต่อไป ให้</p>
<blockquote><p>บิดขาหน้าออก ประมาณ 45-60 องศา</p>
<p>วางน้ำหนักลงบนขาหน้าให้เต็ม ปล่อยเท้าหลังให้ว่าง</p>
<p>ก้าวเท้าหลังไปข้างหน้า</p>
<p>วางส้นเท้า</p>
<p>วางเต็มเท้า</p>
<p>แล้วจึงย้ายน้ำหนักจากขาหลัง หรือขาที่วางน้ำหนัก ไปยังขาหน้า</p></blockquote>
<p><strong>ขั้นตอนหลักๆ</strong> นี้ดูเหมือนไม่ยาก แต่มักจะพบปัญหาหนึ่งอยู่ตลอด นั่นคือ เมื่อเดินไปข้างหน้า กลับกลายเป็นคล้ายกับขโมยย่องเบา ค่อยๆ ก้าวขาหลังออกไปด้วยความยากลำบาก ดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือไม่ก็กลายเป็นต้องเกร็งบริเวณคัว หรือบริเวณเชิงกรานอยู่ตลอด เพื่อจะยกขาหลังไปขาหน้า</p>
<p><strong>เหตุที่เป็นเช่นนั้น</strong> เพราะเมื่อวางน้ำหนักบนขาหน้า 7 ส่วนขาหลัง 3 ส่วนแล้ว เมื่อบิดขาหน้าไป น้ำหนักที่ขาหน้ายังเป็น 7 ส่วนอยู่ หรือแย่กว่านั้นคือกลายเป็นน้ำหนักไหลย้อนกลับมายังขาหลัง ทำให้การยกขาหลังทำได้ยากลำบาก เพราะมีน้ำหนักค้างอยู่ ก็เลยกลายเป็นต้องเกร็งเชิงกรานเพื่อยกขาหลังเคลื่อนไป ทั้งยังมีความรู้สึกว่าขาหลังมีความหนัก การเคลื่อนไหวไม่ได้เบาสบาย</p>
<p><strong>การแก้ปัญหา</strong>คือ จากท่ากงปู้ซึ่งน้ำหนักอยู่ที่ขาหน้า 7 ส่วน ขาหลัง 3 ส่วน เมื่อจะเดินหน้าต่อไป ขณะบิดขาหน้าออก ไม่ใช่บิดแต่เพียงเท้า หรือบิดแต่เพียงขา แต่ต้องไปทั้งตัว ร่างกายทั้งร่างกาย ย้ายไปตั้งอยู่บนขาหน้าที่บิดไปทั้งหมด น้ำหนักตัวทั้ง 10 ส่วนล้วนวางอยู่บนขาหน้า หากลากเส้นตรงจากใจกลางเท้าหน้าจะต้องผ่านแกนลำตัว และผ่านศีรษะขึ้นไป ไม่ใช่ให้ลำตัวอยู่นอกเส้นตรงนี้ เมื่อนั้นก็จะสามารถวางน้ำหนักทั้งหมดลงบนขาหน้าได้ และขาหลังจะเบาจนพร้อมจะก้าวออกไปได้เอง หรืออาจพูดว่า ขาหลังอยากจะขยับออกไปข้างหน้าเองโดยแทบไม่ต้องสั่ง แทบไม่ต้องออกแรงเลย เพียงการบิดลำตัววางลงบนขาหน้า ลำตัวก็แทบจะพาขาหลังให้ก้าวไปข้างหน้าได้แล้ว เพียงแต่ใช้จิตสั่งการในกายก้าวเดินไปเท่านั้น ขาหลังก็จะเคลื่อนไปได้ง่ายๆ</p>
<p>จนเมื่อขาหลังก้าวออกไปแล้ว เมื่อส้นเท้าแตะพื้นแล้ว พอวางเต็มเท้าก็จะเริ่มกระบวนการย้ายน้ำหนักไป การย้ายน้ำหนักก็ไม่ใช่เป็นการดันตัวไปข้างหน้า ซึ่งน้ำหนักจะแทงออกไปที่เข่าหน้า ทำให้รู้สึกเจ็บแปล๊บๆ แต่ต้องเป็นการยกน้ำหนักจากขาหลัง ไปวางไว้บนขาหน้า แต่เรื่องนี้ก็ต้องอาศัยการฝึกฝน ความเข้าใจแต่อย่างเดียวยังไม่สามารถทำให้เป็นเช่นนั้นได้</p>
<p><strong>หากทำได้เช่นนี้</strong> การก้าวเดินก็จะเบาสบาย แต่มีความมั่นคง เมื่อก้าวออกไป หากจุดที่วางไม่ปลอดภัยก็สามารถถอยกลับได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งการก้าวก็จะไม่เป็นภาระต่อหัวเข่า แม้ข้อเข่าไม่ดีก็สามารถฝึกฝนได้ นานไปข้อเข่าก็จะแข็งแรงขึ้นเองด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.fajing.net/thai/2008/02/taiji-walking/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

