<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Fajing DotNet &#187; ไท่เก๊ก</title>
	<atom:link href="http://www.fajing.net/thai/tag/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.fajing.net/thai</link>
	<description>The Journey of My Life</description>
	<lastBuildDate>Sun, 08 May 2011 15:23:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>ไท่เก๊ก&#8230;มาหานะเธอ ฉบับสุขภาพดีกันถ้วนหน้า</title>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2010/04/taiji-cometo-me-book/</link>
		<comments>http://www.fajing.net/thai/2010/04/taiji-cometo-me-book/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Apr 2010 04:37:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มวยไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ-วิดิโอ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[เซียวหลิบงั้ง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.fajing.net/thai/?p=540</guid>
		<description><![CDATA[Category: Books Genre: Health, Mind &#38; Body Author: อ.เซียวหลิบงั้ง หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเกี่ยวกับมวยไท่เก๊กเล่มเล็กๆ อีกเล่มหนึ่ง ในบรรดาหนังสือเกี่ยวกับมวยไท่เก๊กที่มีอยู่ในบ้านเราซึ่งมีจำนวนปกน้อยยิ่งกว่าน้อย ทั้งๆ ที่มีคนเรียนคนฝึกกันไม่น้อย ไท่เก๊ก&#8230;มาหานะเธอ จากชื่อหนังสือก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าคงเป็นหนังสือเบาๆ อ่านง่ายๆ ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนให้คนอ่านฝึกมวยไท่เก๊กตามแบบในหนังสือ ไม่ได้ลงท่ารำครบชุดพร้อมคำอธิบายวิธีการรำโดยละเอียด (ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันรำด้วยตัวเองไม่ได้) และไม่ได้เขียนถึงเคล็ดวิชาพิสดาร ซึ่งน้อยคนนักจะอ่านรู้เรื่อง นอกจากคนที่ฝึกมาระดับหนึงแล้ว เอาไว้อ้างอิง หรือเอาไว้อ่านให้ไม่รู้เรื่องเหมือนนิยายเพลินๆ แต่ภายในเล่ม ท่านอ.เซียวหลิบงั้ง แห่งสำนักฉางชุนถัง http://www.thaitaiji.com ได้ดึงบางท่าของมวยไท่เก๊ก ออกมาเป็นท่าฝึกเดี่ยวๆ ที่เห็นว่าพอฝึกกันเองได้ง่ายๆ ผิดๆ พลาดๆ ไปก็ไม่มีอันตราย หากแต่สามารถเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ฝึกได้อย่างเต็มที่ พร้อมกับยกตัวอย่างลักษณะถูกผิดของท่าเหล่านั้น ท่วงท่าในหนังสือนี้ก็มีไม่เยอะครับ เช่น จั้นจวง ท่ายืนเสา นิ่งๆ นานๆ) ฉีซื้อ ท่าเริ่มต้นของมวยไท่เก๊ก ยกมือขึ้น ยกมือลง อั้น ผลักคู่ (คนรู้ภาษาจีนบอกว่าอั้นแปลว่ากด ก็ว่าตามนั้นก็ได้ครับ) จินจีตู๋ลี่ ยืนขาเดียว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="height:33px;" class="really_simple_share robots-nocontent snap_nopreview"><div class="really_simple_share_facebook_like" style="width:100px;">
				<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.fajing.net%2Fthai%2F2010%2F04%2Ftaiji-cometo-me-book%2F&amp;layout=button_count&amp;show_faces=false&amp;width=100&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=false&amp;height=27" 
						scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:100px; height:27px;" allowTransparency="true"></iframe>
				</div><div class="really_simple_share_twitter" style="width:110px;">
					<a href="http://twitter.com/share" class="twitter-share-button" data-count="horizontal" 
						data-text="ไท่เก๊ก&#8230;มาหานะเธอ ฉบับสุขภาพดีกันถ้วนหน้า" data-url="http://www.fajing.net/thai/2010/04/taiji-cometo-me-book/" 
						data-via="" ></a> 
				</div></div>
		<div style="clear:both;"></div><p style="text-align: center;"><a href="http://www.fajing.net/thai/wp-content/uploads/2010/04/cover02small.jpg"><img class="size-medium wp-image-541 aligncenter" title="cover02small" src="http://www.fajing.net/thai/wp-content/uploads/2010/04/cover02small-205x300.jpg" alt="" width="205" height="300" /></a></p>
<p><strong>Category:	Books<br />
Genre:	Health, Mind &amp; Body<br />
Author:	อ.เซียวหลิบงั้ง</strong></p>
<p>หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเกี่ยวกับมวยไท่เก๊กเล่มเล็กๆ อีกเล่มหนึ่ง ในบรรดาหนังสือเกี่ยวกับมวยไท่เก๊กที่มีอยู่ในบ้านเราซึ่งมีจำนวนปกน้อยยิ่งกว่าน้อย ทั้งๆ ที่มีคนเรียนคนฝึกกันไม่น้อย</p>
<p>ไท่เก๊ก&#8230;มาหานะเธอ จากชื่อหนังสือก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าคงเป็นหนังสือเบาๆ อ่านง่ายๆ ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนให้คนอ่านฝึกมวยไท่เก๊กตามแบบในหนังสือ ไม่ได้ลงท่ารำครบชุดพร้อมคำอธิบายวิธีการรำโดยละเอียด (ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันรำด้วยตัวเองไม่ได้) และไม่ได้เขียนถึงเคล็ดวิชาพิสดาร ซึ่งน้อยคนนักจะอ่านรู้เรื่อง นอกจากคนที่ฝึกมาระดับหนึงแล้ว เอาไว้อ้างอิง หรือเอาไว้อ่านให้ไม่รู้เรื่องเหมือนนิยายเพลินๆ<span id="more-540"></span></p>
<p>แต่ภายในเล่ม ท่านอ.เซียวหลิบงั้ง แห่งสำนักฉางชุนถัง <a href="http://www.thaitaiji.com " target="_blank">http://www.thaitaiji.com </a>ได้ดึงบางท่าของมวยไท่เก๊ก ออกมาเป็นท่าฝึกเดี่ยวๆ ที่เห็นว่าพอฝึกกันเองได้ง่ายๆ ผิดๆ พลาดๆ ไปก็ไม่มีอันตราย หากแต่สามารถเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ฝึกได้อย่างเต็มที่ พร้อมกับยกตัวอย่างลักษณะถูกผิดของท่าเหล่านั้น</p>
<p>ท่วงท่าในหนังสือนี้ก็มีไม่เยอะครับ เช่น<br />
จั้นจวง ท่ายืนเสา นิ่งๆ นานๆ)<br />
ฉีซื้อ ท่าเริ่มต้นของมวยไท่เก๊ก ยกมือขึ้น ยกมือลง<br />
อั้น ผลักคู่ (คนรู้ภาษาจีนบอกว่าอั้นแปลว่ากด ก็ว่าตามนั้นก็ได้ครับ)<br />
จินจีตู๋ลี่ ยืนขาเดียว<br />
อวิ๋นโส่ว มือเมฆ<br />
ฯลฯ</p>
<p>แต่ละท่าก็เน้นบริหารแต่ละส่วนของร่างกาย เรียกว่าถ้ายังมีข้ออ้างเยอะ ยังไม่สามารถไปฝึกมวยไท่เก๊กจริงๆ จังๆ ได้ เอาท่าเดี่ยวเหล่านี้มาฝึกๆ ทุกๆ วันก็ยังได้ประโยชน์อยู่ไม่น้อย ที่สำคัญอีกอย่างที่หาได้ยากคือภาพถ่ายท่วงท่าของท่านอ.เซียวหลิบงั้งเอง ซึ่งคงไม่ค่อยมีโอกาสได้หลุดออกมาสู่สาธารณชนบ่อยนัก แค่ตรงนี้ก็ทำให้หนังสือเล่มนี้น่าเก็บขึ้นอีกเยอะ</p>
<p><a href="http://www.thaitaiji.com/forum/viewtopic.php?f=2&amp;t=4831" target="_blank">http://www.thaitaiji.com/forum/viewtopic.php?f=2&amp;t=4831</a></p>
<p>อ.เซียวหลิบงั้ง เป็นศิษย์ของอ.หม่าจินชวน หนึ่งในศิษย์เอกของอ.ต่งหู่หลิง ซึ่งเป็นผู้ถ่ายทอดมวยไท่เก๊กตระกูลต่งแทนบิดาคืออ.ต่งอิงเจี๋ยอยู่ในประเทศไทย ในยุคแรกๆ ที่มีการนำมวยไท่เก๊กมาเผยแพร่ในประเทศไทย มวยไท่เก๊กตระกูลต่งนี้ในเมืองไทยมีผู้ฝึกกันไม่น้อย แต่ภาพถ่ายหรือคลิปการรำของระดับอาจารย์ในเมืองไทยนั้นถือว่าเป็นของหายากยิ่งกว่ายาก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.fajing.net/thai/2010/04/taiji-cometo-me-book/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Wu Style Taichichuan Tuishou (Push-hand)</title>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2010/03/wu-style-taichichuan-tuishou-push-hand/</link>
		<comments>http://www.fajing.net/thai/2010/03/wu-style-taichichuan-tuishou-push-hand/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 19 Mar 2010 12:40:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มวยไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ-วิดิโอ]]></category>
		<category><![CDATA[หม่าเยี่ยเหลียง]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[ma yueh liang]]></category>
		<category><![CDATA[taichi]]></category>
		<category><![CDATA[taiji]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.fajing.net/thai/?p=411</guid>
		<description><![CDATA[Category: Books Genre: Health, Mind &#38; Body Author: Ma Yueh-liang &#38; Zee Wen หนังสือเล่มนี้ ปัจจุบันจัดเป็นหนังสือหายากไปแล้ว ที่มีขายในตลาดส่วนมากเป็นของมือสอง ขนาดใน amazon.com ยังไม่มีรูปเลย ฉบับที่ผมมีนี่เป็นของสนพ. Shanghai Book, Hong kong พิมพ์ในปี 1986 ก็ร่วมยี่สิบปีแล้วครับ เล่มที่ผมได้มามันไปค้างสต๊อกอยู่อีท่าไหนก็ไม่รู้ เหลือมาเล่มหนึ่ง ดูสภาพแล้วเป็นของเก่าเก็บแท้ ไม่มีรอยเปิดอ่านเลย แต่หน้ากระดาษเหลืองไปหมดแล้ว ความสำคัญของหนังสือเล่มนี้ก็คือเป็นหนังสือที่แต่งขึ้นโดยคุณ Zee Wen แต่มีอ.หม่าเยี่ยเหลียงเป็นผู้ให้ข้อมูล และตรวจสอบความถูกต้องด้วยตนเอง อ.หม่าเยี่ยเหลียงท่านนี้แม้ว่าท่านจะเพิ่งเสียชีวิตไปในปี 1998 ด้วยอายุ 97 ปี แต่ในวงการมวยไท่เก๊กต้องจัดว่าท่านเป็นรุ่นใหญ่มาก เพราะท่านเป็นบุตรเขยของอ.อู๋เจี้ยนเฉวียน ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งมวยไท่เก๊กสกุลอู๋ อ.และแม้ว่าจะเรียกว่าเป็นมวยไท่เก๊กสกุลอู๋ หากอ.อู๋เจี้ยนเฉวียนนั้นได้รับถ่ายทอดวิชาจากบิดาคืออ.อู๋เฉวียนโหย่ว ซึ่งเรียนมาจากอ.หยางลู่ฉาน หรือหยางไร้เทียมทาน ปรมาจารย์มวยไท่เก๊กสกุลหยาง พระอาจารย์ของตวนอ๋องแปดกองธง สอนจนท่านอ๋องเก่งกว่าองครักษ์ เลยต้องไปเป็นครูสอนองครักษ์ด้วย ซึ่งอ.อู๋เฉวียนโหย่วนี่ก็เป็นองครักษ์รุ่นแรกที่ได้เรียนกับอ.หยางลู่ฉาน (ตามตำนานเขาว่าอ.เฉวียนโหย่วต้องกราบลูกชายของอ.หยางลู่ฉานเป็นอาจารย์แทน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="height:33px;" class="really_simple_share robots-nocontent snap_nopreview"><div class="really_simple_share_facebook_like" style="width:100px;">
				<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.fajing.net%2Fthai%2F2010%2F03%2Fwu-style-taichichuan-tuishou-push-hand%2F&amp;layout=button_count&amp;show_faces=false&amp;width=100&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=false&amp;height=27" 
						scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:100px; height:27px;" allowTransparency="true"></iframe>
				</div><div class="really_simple_share_twitter" style="width:110px;">
					<a href="http://twitter.com/share" class="twitter-share-button" data-count="horizontal" 
						data-text="Wu Style Taichichuan Tuishou (Push-hand)" data-url="http://www.fajing.net/thai/2010/03/wu-style-taichichuan-tuishou-push-hand/" 
						data-via="" ></a> 
				</div></div>
		<div style="clear:both;"></div><p style="text-align: center;"><a href="http://www.fajing.net/thai/wp-content/uploads/2010/03/mayuehliang.jpg"><img class="size-full wp-image-412 aligncenter" title="mayuehliang" src="http://www.fajing.net/thai/wp-content/uploads/2010/03/mayuehliang.jpg" alt="" width="221" height="300" /></a></p>
<p><strong>Category:	Books<br />
Genre:	Health, Mind &amp; Body<br />
Author:	Ma Yueh-liang &amp; Zee Wen</strong><br />
หนังสือเล่มนี้ ปัจจุบันจัดเป็นหนังสือหายากไปแล้ว ที่มีขายในตลาดส่วนมากเป็นของมือสอง ขนาดใน amazon.com ยังไม่มีรูปเลย ฉบับที่ผมมีนี่เป็นของสนพ. Shanghai Book, Hong kong พิมพ์ในปี 1986 ก็ร่วมยี่สิบปีแล้วครับ เล่มที่ผมได้มามันไปค้างสต๊อกอยู่อีท่าไหนก็ไม่รู้ เหลือมาเล่มหนึ่ง ดูสภาพแล้วเป็นของเก่าเก็บแท้ ไม่มีรอยเปิดอ่านเลย แต่หน้ากระดาษเหลืองไปหมดแล้ว<span id="more-411"></span></p>
<p>ความสำคัญของหนังสือเล่มนี้ก็คือเป็นหนังสือที่แต่งขึ้นโดยคุณ Zee Wen แต่มีอ.หม่าเยี่ยเหลียงเป็นผู้ให้ข้อมูล และตรวจสอบความถูกต้องด้วยตนเอง อ.หม่าเยี่ยเหลียงท่านนี้แม้ว่าท่านจะเพิ่งเสียชีวิตไปในปี 1998 ด้วยอายุ 97 ปี แต่ในวงการมวยไท่เก๊กต้องจัดว่าท่านเป็นรุ่นใหญ่มาก เพราะท่านเป็นบุตรเขยของอ.อู๋เจี้ยนเฉวียน ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งมวยไท่เก๊กสกุลอู๋ อ.และแม้ว่าจะเรียกว่าเป็นมวยไท่เก๊กสกุลอู๋ หากอ.อู๋เจี้ยนเฉวียนนั้นได้รับถ่ายทอดวิชาจากบิดาคืออ.อู๋เฉวียนโหย่ว ซึ่งเรียนมาจากอ.หยางลู่ฉาน หรือหยางไร้เทียมทาน ปรมาจารย์มวยไท่เก๊กสกุลหยาง พระอาจารย์ของตวนอ๋องแปดกองธง สอนจนท่านอ๋องเก่งกว่าองครักษ์ เลยต้องไปเป็นครูสอนองครักษ์ด้วย ซึ่งอ.อู๋เฉวียนโหย่วนี่ก็เป็นองครักษ์รุ่นแรกที่ได้เรียนกับอ.หยางลู่ฉาน (ตามตำนานเขาว่าอ.เฉวียนโหย่วต้องกราบลูกชายของอ.หยางลู่ฉานเป็นอาจารย์แทน เพื่อจะได้มีลำดับรุ่นต่ำกว่าองค์ชาย ไม่งั้นนับศักดิ์เป็นศิษย์น้องของอ๋อง มันจะไม่งาม) ดังนั้นพูดได้อีกอย่างว่ามวยไท่เก๊กตระกูลอู๋นั้นก็คืออีกสายหนึ่งของมวยไท่เก๊กตระกูลหยางนั้นเอง บางท่านถึงกับกล่าวว่ามวยตระกูลอู๋นั้นก็คือมวยหยางดั้งเดิม เพราะมวยหยางนั้นภายหลังอ.หยางเฉินฟู่ได้ดัดแปลงเพื่อเน้นไปทางสุขภาพมากกว่าวิทยายุทธ์ (เพราะอ.หยางเฉินฟู่เชื่อว่า คนต้องแข็งแรง ชาติจึงจะเจริญ ไม่เน้นให้คนต่อยตีกัน)</p>
<p>ดังนั้นถ้านับรุ่นกันจริงๆ แล้วอ.หม่าเยี่ยเหลียงก็ต้องนับเป็นรุ่นเดียวกับศิษย์ของอ.หยางเฉินฟู่ ผู้ที่เผยแพร่มวยไท่เก๊กตระกูลหยางออกไปในวงกว้าง ประวัติของท่านจริงๆ ก็มีตามประสาครูมวยรุ่นเก่าครับ ยิ่งเป็นลูกเขยอ.ใหญ่ด้วยยิ่งโดนหาเรื่องเยอะ ซึ่งท่านก็ไม่เคยแพ้ใคร อ.หม่าท่านนี้ยังพิเศษตรงที่ท่านได้ออกไปสอนถึงยุโรปและออสเตรเลียด้วย โดยเฉพาะในออสเตรเลียท่านค่อนข้างจะมีชื่อเสียงมาก นอกจากนี้อ.หม่ายังมีดีกรีเป็นหมอ จบจาก Beijing Medical College ในปี 1929 อีกด้วย</p>
<p>หนังสือเล่มนี้ แม้จะไม่หนามาก และส่วนมากจะเป็นการอธิบายท่วงท่าการฝึกผลักมือ แต่ส่วนที่เป็นหัวใจจริงๆ ของเล่มคือบทที่ 1 หรือเพียง 38 หน้าแรกของหนังสือเท่านั้น ซึ่งอ.หม่าอธิบายรูปแบบพลังแต่ละอย่างของมวยไท่เก๊กไว้อย่างชัดเจน ด้วยภาษาปัจจุบัน ไม่ต้องมาตีความกัน และอยู่ในแนวทางเดียวกับของตระกูลหยาง ใช้แทนกันได้เลย ตรงนี้ที่ผมเคยรีวิวหนังสือสายอ.เจิ้งมั่นชิง แล้วบอกว่ามีการตีความแตกต่างจากตระกูลหยางสายหลัก แต่หนังสือเล่มนี้ของอ.หม่านั้นอธิบายออกไปในแนวเดียวกับตระกูลหยางสายหลักทุกประการ</p>
<p><a href="http://astore.amazon.com/taijimaster-20/detail/9622391001" target="_blank">http://astore.amazon.com/taijimaster-20/detail/9622391001</a></p>
<p>ในเล่มยังมีภาพถ่าย x-ray ข้อสะโพกของผู้ฝึกมวยไท่เก๊ก (อ.หม่าเยี่ยเหลียง) ขณะอายุ 83 ปี เปรียบเทียบกับข้อสะโพกของคนธรรมดาที่อายุ 60 ปี ซึ่งเห็นได้ชัดว่ากระดูกมีความหนาแน่นมากกว่า ข้อสะโพกขยายตัวออกไปมากกว่า ไม่หดรั้งและไม่มีคราบแคลเซียมเกาะแบบกระดูกคนแก่ทั่วๆ ไป</p>
<p>คลิปสัมภาษณ์อ.หม่าและภรรยาคืออ.อู่อิงหัว (อ.อู๋อิงหัวเป็นบุตรีของอ.อู๋เจี้ยนเฉวียน) ตอนอายุประมาณ 90 กว่า จะสังเกตเห็นผิวหนังของทั้งสองท่านยังเต่งตึง แก้มมีเลือดฝาด ฟันยังอยู่ครบ (เกนิดๆ แสดงว่าไม่ใช่ฟันปลอม) อ.อู๋อิงหัวบางขณะที่ให้สัมภาษณ์บางครั้งท่านเขินอาย แก้มยังแดงอย่างเห็นได้ชัด<br />
<p><a href="http://www.fajing.net/thai/2010/03/wu-style-taichichuan-tuishou-push-hand/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></p>
<p>ส่วนคลิปนี้เป็นคลิปที่อ.หม่าสาธิตการฝึกผลักมือ คนที่เข้าไปลองก็ไม่ใช่ลูกศิษย์<br />
<p><a href="http://www.fajing.net/thai/2010/03/wu-style-taichichuan-tuishou-push-hand/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.fajing.net/thai/2010/03/wu-style-taichichuan-tuishou-push-hand/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Steal My Art : The Life and Times of T&#8217;ai Chi Master T.T. Liang</title>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2010/03/steal-my-art/</link>
		<comments>http://www.fajing.net/thai/2010/03/steal-my-art/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Mar 2010 11:05:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มวยไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ-วิดิโอ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[TT Liang]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.fajing.net/thai/?p=398</guid>
		<description><![CDATA[Category: Books Genre: Biographies &#38; Memoirs Author: Stuart Alve Olson โดยรวมแล้ว หนังสือเล่มนี้คือประวัติของอ.ทีที เหลียง หรือ เหลียงตุงใช่ ซึ่ง &#8220;เคย&#8221; เป็นศิษย์เอกของอ.เจิ้งมั่นชิง ส่วนอ.เจิ้งมั่นชิง ถ้าใครฝึกมวยไท่เก๊กมาก็คงเคยได้ยินชื่อมาบ้าง ท่านเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์หยางเฉินฟู่ แห่งมวยไท่เก๊กตระกูลหยาง อ.เจิ้งเป็นคนแรกๆ ที่เผยแพร่วิชามวยไท่เก๊กให้กับชาวอเมริกัน และเป็นผู้ที่มีส่วนทำให้มวยไท่เก๊กแพร่หลายไปในหมู่ชาวตะวันตก ส่วนที่ว่าอ.เหลียง &#8220;เคย&#8221; เป็นศิษย์เอกนั้น เพราะภายหลังจากที่อ.เจิ้งและอ.เหลียงเดินทางไปเผยแพร่มวยไท่เก๊กยังประเทศสหรัฐอเมริกา ก็เกิดมีความเข้าใจผิดกันจนถึงขั้นแยกทางกันเดิน แม้อ.เหลียงจะกล่าวว่าท่านยังรักและเคารพอ.เจิ้งอยู่ตลอดเวลา ซึ่งรายละเอียดของเรื่องราวนั้นก็ถูกบันทึกอยู่ในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านศิษย์ใกล้ชิดอ.เหลียง ซึ่งมีส่วนช่วยให้อ.เหลียงผ่านความลำบากในประเทศที่ตนเองแทบไม่รู้จัก จนมีชื่อเสียงโด่งดังในที่สุด ในหนังสือเล่มนี้ส่วนมากจะเล่าจากความทรงจำของคุณสจ๊วตเอง และศิษย์คนอื่นๆ บ้าง เล่าถึงชีวิตของอ.เหลียงในอเมริกา ลักษณะนิสัย อารมณ์ขัน และเหตุการณ์ต่างๆ ที่อ.เหลียงและเหล่าศิษย์มีประสบการณ์ร่วมกัน ทั้งสุขและทั้งทุกข์ รวมไปถึงประวัติของอ.เหลียงเองก่อนที่จะย้ายมายังอเมริกา ซึ่งท่านก็เล่าว่าท่านเคยเป็นข้าราชการกินสินบน ทำงานให้มาเฟีย ถูกจับ ติดคุก ป่วยปางตาย และเรื่องที่ท่านได้มาเป็นศิษย์ของอ.เจิ้งมั่นชิง อีกทั้งยังมีโอกาสได้รู้จักกับอาจารย์ท่านอื่นๆ อีกมากมาย..รวมทั้งเรื่องที่ท่านเคยเจอแม้แต่กับอ.หยางเฉินฟู่เองด้วย เรื่องเล่าส่วนมากเข้าใจว่าคุณสจ๊วตพยายามถ่ายทอดให้ใกล้เคียงสิ่งที่อ.เหลียงเล่ามามากที่สุด โดยเฉพาะอารมณ์ขันหรือตลกร้ายของอ.เหลียง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="height:33px;" class="really_simple_share robots-nocontent snap_nopreview"><div class="really_simple_share_facebook_like" style="width:100px;">
				<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.fajing.net%2Fthai%2F2010%2F03%2Fsteal-my-art%2F&amp;layout=button_count&amp;show_faces=false&amp;width=100&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=false&amp;height=27" 
						scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:100px; height:27px;" allowTransparency="true"></iframe>
				</div><div class="really_simple_share_twitter" style="width:110px;">
					<a href="http://twitter.com/share" class="twitter-share-button" data-count="horizontal" 
						data-text="Steal My Art : The Life and Times of T&#8217;ai Chi Master T.T. Liang" data-url="http://www.fajing.net/thai/2010/03/steal-my-art/" 
						data-via="" ></a> 
				</div></div>
		<div style="clear:both;"></div><p style="text-align: center;"><a href="http://www.fajing.net/thai/wp-content/uploads/2010/03/ttliang-1.jpg"><img class="size-full wp-image-399 aligncenter" title="TT Liang" src="http://www.fajing.net/thai/wp-content/uploads/2010/03/ttliang-1.jpg" alt="" width="200" height="300" /></a></p>
<p><strong>Category:	Books<br />
Genre:	Biographies &amp; Memoirs<br />
Author:	Stuart Alve Olson</strong></p>
<p>โดยรวมแล้ว หนังสือเล่มนี้คือประวัติของอ.ทีที เหลียง หรือ เหลียงตุงใช่ ซึ่ง &#8220;เคย&#8221; เป็นศิษย์เอกของอ.เจิ้งมั่นชิง ส่วนอ.เจิ้งมั่นชิง ถ้าใครฝึกมวยไท่เก๊กมาก็คงเคยได้ยินชื่อมาบ้าง ท่านเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์หยางเฉินฟู่ แห่งมวยไท่เก๊กตระกูลหยาง อ.เจิ้งเป็นคนแรกๆ ที่เผยแพร่วิชามวยไท่เก๊กให้กับชาวอเมริกัน และเป็นผู้ที่มีส่วนทำให้มวยไท่เก๊กแพร่หลายไปในหมู่ชาวตะวันตก<span id="more-398"></span></p>
<p>ส่วนที่ว่าอ.เหลียง &#8220;เคย&#8221; เป็นศิษย์เอกนั้น เพราะภายหลังจากที่อ.เจิ้งและอ.เหลียงเดินทางไปเผยแพร่มวยไท่เก๊กยังประเทศสหรัฐอเมริกา ก็เกิดมีความเข้าใจผิดกันจนถึงขั้นแยกทางกันเดิน แม้อ.เหลียงจะกล่าวว่าท่านยังรักและเคารพอ.เจิ้งอยู่ตลอดเวลา ซึ่งรายละเอียดของเรื่องราวนั้นก็ถูกบันทึกอยู่ในหนังสือเล่มนี้ ซึ่งถูกถ่ายทอดผ่านศิษย์ใกล้ชิดอ.เหลียง ซึ่งมีส่วนช่วยให้อ.เหลียงผ่านความลำบากในประเทศที่ตนเองแทบไม่รู้จัก จนมีชื่อเสียงโด่งดังในที่สุด</p>
<p>ในหนังสือเล่มนี้ส่วนมากจะเล่าจากความทรงจำของคุณสจ๊วตเอง และศิษย์คนอื่นๆ บ้าง เล่าถึงชีวิตของอ.เหลียงในอเมริกา ลักษณะนิสัย อารมณ์ขัน และเหตุการณ์ต่างๆ ที่อ.เหลียงและเหล่าศิษย์มีประสบการณ์ร่วมกัน ทั้งสุขและทั้งทุกข์ รวมไปถึงประวัติของอ.เหลียงเองก่อนที่จะย้ายมายังอเมริกา ซึ่งท่านก็เล่าว่าท่านเคยเป็นข้าราชการกินสินบน ทำงานให้มาเฟีย ถูกจับ ติดคุก ป่วยปางตาย และเรื่องที่ท่านได้มาเป็นศิษย์ของอ.เจิ้งมั่นชิง อีกทั้งยังมีโอกาสได้รู้จักกับอาจารย์ท่านอื่นๆ อีกมากมาย..รวมทั้งเรื่องที่ท่านเคยเจอแม้แต่กับอ.หยางเฉินฟู่เองด้วย เรื่องเล่าส่วนมากเข้าใจว่าคุณสจ๊วตพยายามถ่ายทอดให้ใกล้เคียงสิ่งที่อ.เหลียงเล่ามามากที่สุด โดยเฉพาะอารมณ์ขันหรือตลกร้ายของอ.เหลียง นอกจากนี้ก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับอ.เจิ้งผ่านอ.เหลียงด้วย (ต้องระลึกไว้ว่าสุดท้ายอาจารย์และศิษย์คู่นี้แยกทางกันเดิน แต่สิ่งที่เล่าก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เป็นอีกด้านหนึ่งของอ.เจิ้งที่ผู้ฝึกมวยไท่เก๊กหลายท่านอาจไม่เคยทราบมาก่อน ส่วนจะจริงเท็จประการใด ก็คงได้แต่ฟังหูไว้หู เพราะทั้งสองฝ่ายต่างก็เสียชีวิตกันไปหมดแล้ว)</p>
<p>หนังสือเล่มนี้ แม้คนที่ไม่ได้ฝึกมวยไท่เก๊กก็สามารถอ่านได้ครับ เป็นประวัติชีวิตของบุคคลที่ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะมุมมองต่อโลก ของคนที่มีชีวิตผ่านช่วงเวลาต่างๆ ทั้งในจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน และอเมริกา และมีชีวิตยืนยาวถึงร้อยกว่าปี และส่วนที่ดีที่สุดคือหนังสือเล่มนี้ &#8220;อ่านสนุก&#8221;</p>
<p><a href="http://astore.amazon.com/taijimaster-20/detail/1556434162" target="_blank">http://astore.amazon.com/taijimaster-20/detail/1556434162</a></p>
<p>&#8220;Steal my art&#8221; ขโมยวิชาไป (ถ้าแน่จริง) เป็นคำที่อ.เหลียงพูดขณะที่ท่านสอนวิชามวยไท่เก๊ก ซึ่งท่านว่าศิลปะวิชาที่แท้จริงนั้นผู้เรียนจะต้องขโมยมันไปเอง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.fajing.net/thai/2010/03/steal-my-art/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>T&#8217;ai Chi Ch&#8217;uan For Health and Self-Defense : Philosophy and Practice</title>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2010/03/tai-chi-chuan-for-health-and-self-defense-philosophy-and-practice/</link>
		<comments>http://www.fajing.net/thai/2010/03/tai-chi-chuan-for-health-and-self-defense-philosophy-and-practice/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Mar 2010 13:58:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มวยไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ-วิดิโอ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ไท่เก๊ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.fajing.net/thai/?p=389</guid>
		<description><![CDATA[Category: Books Genre: Health, Mind &#38; Body Author: T.T. Liang เล่มนี้หลักๆ ก็เป็นเคล็ดจากคัมภีร์คลาสสิค เพียงแต่ว่าบรรยายและตีความโดย อ. ทีที เหลียง หรืออ.เหลียงตุงไช่ รวมกับเข้อเขียนส่วนตัวของท่านเองด้วย ซึ่งท่านเขียนคำอธิบายเคล็ดไว้ค่อนข้างละเอียดและชัดเจนมาก อ.ทีที เหลียง เคยเป็นศิษย์เอกของอ.เจิ้งมั่นชิง แต่ก็มีโอกาสได้เรียนกับอาจารย์อีกหลายๆ ท่าน ก็เลยมีความเห็นด้านมวยไท่เก๊กแตกต่างจากอ.เจิ้งอยู่บ้าง จนมาแตกแยกกันหลังจากที่ทั้งคู่เดินทางมาเผยแพร่มวยไท่เก๊กในอเมริกา อ.เหลียงก็เลยเลิกสอนชุดมวยของอ.เจิ้ง แต่สอนชุดส่วนตัวของท่านเอง จากประวัติของอ.เหลียง ท่านเคยรับราชการ เคยกินสินบน ทำงานให้กับพวกมาเฟีย เคยถูกจับและถูกทรมานระหว่างช่วงสงคราม และเคยเจ็บป่วยปางตายช่วงอายุสี่สิบกว่า และได้มาเรียนมวยไท่เก๊กหลังจากนั้น จนฟื้นฟูสุขภาพขึ้น และภายหลังยังได้เปลี่ยนอุปนิสัยใจคอกลายเป็นคนตลก มีอารมณ์ขัน และมีอายุยืนยาวถึงร้อยกว่าปี ระหว่างนั้นมีเรื่องเล่าถึงพลังฝีมือของอ.เหลียงเยอะแยะ http://astore.amazon.com/taijimaster-20/detail/0394724615 ตอนที่ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ครั้งแรกนั้น ผมฝึกแต่มวยไท่เก๊กตระกูลหยางสายหลัก ยังไม่เคยฝึกสายเจิ้งมั่นชิง ซึ่งมีเคล็ดความแตกต่างออกไปจากสายหลักของตระกูลหยาง ดังนั้นการอธิบายเคล็ดในแบบของอ.เหลียง จะทำให้รู้สึกแปลกๆ และขัดแย้งอยู่หลายอย่าง เพราะแม้ว่าจะเป็นมวยไท่เก๊กตระกูลหยางด้วยกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันในเรื่องของเคล็ด และท่าทางอยู่มาก จนภายหลังเมื่อได้เรียนมวยไท่เก๊กสายเจิ้งมั่นชิงเพิ่มมาอีกสายหนึ่ง ซึ่งถึงแม้จะแตกต่างกับที่อ.เหลียงนำมาสอนในภายหลัง แต่เคล็ดความก็ยังอ้างอิงกันได้อยู่มาก ถึงค่อยเข้าใจการตีความแบบนี้มากขึ้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="height:33px;" class="really_simple_share robots-nocontent snap_nopreview"><div class="really_simple_share_facebook_like" style="width:100px;">
				<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.fajing.net%2Fthai%2F2010%2F03%2Ftai-chi-chuan-for-health-and-self-defense-philosophy-and-practice%2F&amp;layout=button_count&amp;show_faces=false&amp;width=100&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=false&amp;height=27" 
						scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:100px; height:27px;" allowTransparency="true"></iframe>
				</div><div class="really_simple_share_twitter" style="width:110px;">
					<a href="http://twitter.com/share" class="twitter-share-button" data-count="horizontal" 
						data-text="T&#8217;ai Chi Ch&#8217;uan For Health and Self-Defense : Philosophy and Practice" data-url="http://www.fajing.net/thai/2010/03/tai-chi-chuan-for-health-and-self-defense-philosophy-and-practice/" 
						data-via="" ></a> 
				</div></div>
		<div style="clear:both;"></div><p style="text-align: center;"><a href="http://www.fajing.net/thai/wp-content/uploads/2010/03/ttliang.jpg"><img class="size-full wp-image-390 aligncenter" title="ttliang" src="http://www.fajing.net/thai/wp-content/uploads/2010/03/ttliang.jpg" alt="" width="192" height="300" /></a></p>
<p><strong>Category:	Books<br />
Genre:	Health, Mind &amp; Body<br />
Author:	T.T. Liang</strong></p>
<p>เล่มนี้หลักๆ ก็เป็นเคล็ดจากคัมภีร์คลาสสิค เพียงแต่ว่าบรรยายและตีความโดย อ. ทีที เหลียง หรืออ.เหลียงตุงไช่ รวมกับเข้อเขียนส่วนตัวของท่านเองด้วย ซึ่งท่านเขียนคำอธิบายเคล็ดไว้ค่อนข้างละเอียดและชัดเจนมาก</p>
<p>อ.ทีที เหลียง เคยเป็นศิษย์เอกของอ.เจิ้งมั่นชิง แต่ก็มีโอกาสได้เรียนกับอาจารย์อีกหลายๆ ท่าน ก็เลยมีความเห็นด้านมวยไท่เก๊กแตกต่างจากอ.เจิ้งอยู่บ้าง จนมาแตกแยกกันหลังจากที่ทั้งคู่เดินทางมาเผยแพร่มวยไท่เก๊กในอเมริกา อ.เหลียงก็เลยเลิกสอนชุดมวยของอ.เจิ้ง แต่สอนชุดส่วนตัวของท่านเอง<span id="more-389"></span></p>
<p>จากประวัติของอ.เหลียง ท่านเคยรับราชการ เคยกินสินบน ทำงานให้กับพวกมาเฟีย เคยถูกจับและถูกทรมานระหว่างช่วงสงคราม และเคยเจ็บป่วยปางตายช่วงอายุสี่สิบกว่า และได้มาเรียนมวยไท่เก๊กหลังจากนั้น จนฟื้นฟูสุขภาพขึ้น และภายหลังยังได้เปลี่ยนอุปนิสัยใจคอกลายเป็นคนตลก มีอารมณ์ขัน และมีอายุยืนยาวถึงร้อยกว่าปี ระหว่างนั้นมีเรื่องเล่าถึงพลังฝีมือของอ.เหลียงเยอะแยะ</p>
<p><a href="http://astore.amazon.com/taijimaster-20/detail/0394724615" target="_blank">http://astore.amazon.com/taijimaster-20/detail/0394724615</a></p>
<p>ตอนที่ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ครั้งแรกนั้น ผมฝึกแต่มวยไท่เก๊กตระกูลหยางสายหลัก ยังไม่เคยฝึกสายเจิ้งมั่นชิง ซึ่งมีเคล็ดความแตกต่างออกไปจากสายหลักของตระกูลหยาง ดังนั้นการอธิบายเคล็ดในแบบของอ.เหลียง จะทำให้รู้สึกแปลกๆ และขัดแย้งอยู่หลายอย่าง เพราะแม้ว่าจะเป็นมวยไท่เก๊กตระกูลหยางด้วยกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันในเรื่องของเคล็ด และท่าทางอยู่มาก จนภายหลังเมื่อได้เรียนมวยไท่เก๊กสายเจิ้งมั่นชิงเพิ่มมาอีกสายหนึ่ง ซึ่งถึงแม้จะแตกต่างกับที่อ.เหลียงนำมาสอนในภายหลัง แต่เคล็ดความก็ยังอ้างอิงกันได้อยู่มาก ถึงค่อยเข้าใจการตีความแบบนี้มากขึ้น แม้ว่าจะแตกต่างจากมวยไท่เก๊กตระกูลหยางแบบทั่วๆ ไปก็ตาม</p>
<p>ก็เป็นอีกเล่มที่แนะทำให้ผู้ฝึกมวยไท่เก๊กหามาอ่านครับ และจะทำให้เห็นว่าเคล็ดเดียวกันสามารถอธิบายกันไปคนละแบบได้ รวมถึงการฝึกและการแสดงออกก็กลายเป็นแตกต่างกันได้เลย</p>
<p><strong>เคล็ดประจำตัวอ.เหลียง</strong></p>
<p>1.ไม่มีใครดีพร้อม จงรับเฉพาะสิ่งดี และทิ้งที่เลวไปเสีย<br />
2. ถ้าฉันเชื่อถือในตัวหนังสือ ทางที่ดีอย่าอ่าน ถ้าเชื่อถือไว้ใจอาจารย์อย่างที่สุด ทางที่ดีอย่ามีอาจารย์<br />
3.ย้ายภูเขาน่ะง่าย เปลี่ยนนิสัยคนยากกว่า<br />
4.ถ้ามีอะไรไม่ถูกต้องเกิดกับฉัน อย่าโทษคนอื่น จงโทษตนเอง<br />
5.ถ้าอยากมีอายุยืนยาว ให้ฝึกมวยไท่เก๊ก และบรรลุให้ได้ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ การบรรลุด้านจิตใจนั้นยากกว่านัก<br />
6.เรียนรู้การโอนอ่อน อาศัยไหวพริบ ไม่ใช่ความก้าวร้าว ยอมเสียเปรียบ (เสียน้อยได้น้อย, เสียมากได้มาก) ไม่ใช่พยายามเอาเปรียบ และรู้จักการให้ (ยิ่งให้ก็ยิ่งได้)<br />
7. ชีวิตเริ่มต้นที่อายุ 70 ทุกอย่างช่างสวยงาม สุขภาพที่ดีสำคัญยิ่งเหนืออื่นใด ตอนนี้ฉันช่างมีความสุขกับสุขภาพที่ดีและหนทางสู่ความเป็นอมตะ<br />
8. สร้างมิตร 1000 คน แต่อย่ายอมมีศัตรูแม้แต่คนเดียว<br />
9. คนเราต้องฝึกฝนในสิ่งที่ตัวเองสอน (ผู้อื่น) ไม่เช่นนั้นคำสอนนั้นก็ว่างเปล่า หรือเปรียบเหมือนเช็คเด้งเท่านั้น<br />
10. เก็บงำความผิดพลาดของผู้อื่น และสรรเสริญสิ่งที่ดีของเขา เป็นยุทธวิธีที่ดีที่สุด</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.fajing.net/thai/2010/03/tai-chi-chuan-for-health-and-self-defense-philosophy-and-practice/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>The Essence of T&#8217;AI CHI CH&#8217;UAN</title>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2009/06/the-essence-of-tai-chi-chuan/</link>
		<comments>http://www.fajing.net/thai/2009/06/the-essence-of-tai-chi-chuan/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Jun 2009 02:34:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มวยไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ-วิดิโอ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ไท่เก๊ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.fajing.net/thai/?p=368</guid>
		<description><![CDATA[Category: Books Genre: Health, Mind &#38; Body Author: Lo/Inn/Foe/Amacker ชื่อคนเขียนหน้าปกเขาเขียนไว้ว่า Lo/Inn/Foe/Amacker จริงๆ คือมีสี่คนครับ ชื่อ Benjamin P. Lo Martin Inn Susan Foe Robert Amacker หนังสือเล่มนี้ความจริงเนื้อหาไม่เยอะ ตัวหนังสือเท่าหม้อแกง หน้าหนึ่งๆ มีสักสิบบรรทัดอย่างมาก แต่ผมให้คะแนนไว้เยอะ เพราะเล่มนี้แปลคัมภีร์เดิมจากภาษาจีนมาเป็นภาษาอังกฤษ ชนิดเนื้อๆ ไม่มีคำบรรยาย ไม่มีการตีความ มีแต่เนื้อคัมภีร์แท้ๆ อ่านได้อารมณ์ดีมากครับ เหมือนคัมภีร์ลับในนิยายกำลังภายในเลย ถ้าใครที่ฝึกมาก็ถือว่าเอาไว้ทบทวนเคล็ดวิชาได้ แต่ถ้าไม่ได้เรียนมาโดยตรง ผมว่ายิ่งสนุกกว่า เพราะอ่านไปตีความไป เข้าใจมั่งไม่เข้าใจมั่ง (จริงๆ คือไม่น่าเข้าใจ) แต่ทำให้จินตนาการบรรเจิดได้ดี เผลอๆ สร้างวิชาส่วนตัวขึ้นมาได้ &#8230;เคยเจอเหมือนกันนะครับ มีบางคนฝึกมวยไท่เก๊กด้วยตัวเอง เปิดตำราฝึกเอา ตีความเคล็ดเอา ดูเพลินดีเหมือนกัน เคยมีคนมายืนให้ดู แล้วผมเอานิ้วจิ้มแล้วล้ม ยังอ้างได้ว่านี่เพราะเขายังฝึกไม่สำเร็จ ถ้าสำเร็จแล้วจะปล่อยพลังออกมือมาโดนทีเดียวตาย &#8230;เป็นได้ขนาดนี้ก็มี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="height:33px;" class="really_simple_share robots-nocontent snap_nopreview"><div class="really_simple_share_facebook_like" style="width:100px;">
				<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.fajing.net%2Fthai%2F2009%2F06%2Fthe-essence-of-tai-chi-chuan%2F&amp;layout=button_count&amp;show_faces=false&amp;width=100&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=false&amp;height=27" 
						scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:100px; height:27px;" allowTransparency="true"></iframe>
				</div><div class="really_simple_share_twitter" style="width:110px;">
					<a href="http://twitter.com/share" class="twitter-share-button" data-count="horizontal" 
						data-text="The Essence of T&#8217;AI CHI CH&#8217;UAN" data-url="http://www.fajing.net/thai/2009/06/the-essence-of-tai-chi-chuan/" 
						data-via="" ></a> 
				</div></div>
		<div style="clear:both;"></div><p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-369 aligncenter" title="essence-of-taichichuan" src="http://www.fajing.net/thai/wp-content/uploads/2009/06/essence-of-taichichuan.jpg" alt="essence-of-taichichuan" width="191" height="300" /></p>
<p><strong>Category:	Books<br />
Genre:	Health, Mind &amp; Body<br />
Author:	Lo/Inn/Foe/Amacker</strong><br />
ชื่อคนเขียนหน้าปกเขาเขียนไว้ว่า Lo/Inn/Foe/Amacker<br />
จริงๆ คือมีสี่คนครับ ชื่อ</p>
<p>Benjamin P. Lo<br />
Martin Inn<br />
Susan Foe<br />
Robert Amacker</p>
<p>หนังสือเล่มนี้ความจริงเนื้อหาไม่เยอะ ตัวหนังสือเท่าหม้อแกง หน้าหนึ่งๆ มีสักสิบบรรทัดอย่างมาก แต่ผมให้คะแนนไว้เยอะ เพราะเล่มนี้แปลคัมภีร์เดิมจากภาษาจีนมาเป็นภาษาอังกฤษ ชนิดเนื้อๆ ไม่มีคำบรรยาย ไม่มีการตีความ มีแต่เนื้อคัมภีร์แท้ๆ อ่านได้อารมณ์ดีมากครับ เหมือนคัมภีร์ลับในนิยายกำลังภายในเลย ถ้าใครที่ฝึกมาก็ถือว่าเอาไว้ทบทวนเคล็ดวิชาได้<span id="more-368"></span></p>
<p>แต่ถ้าไม่ได้เรียนมาโดยตรง ผมว่ายิ่งสนุกกว่า เพราะอ่านไปตีความไป เข้าใจมั่งไม่เข้าใจมั่ง (จริงๆ คือไม่น่าเข้าใจ) แต่ทำให้จินตนาการบรรเจิดได้ดี เผลอๆ สร้างวิชาส่วนตัวขึ้นมาได้ &#8230;เคยเจอเหมือนกันนะครับ มีบางคนฝึกมวยไท่เก๊กด้วยตัวเอง เปิดตำราฝึกเอา ตีความเคล็ดเอา ดูเพลินดีเหมือนกัน เคยมีคนมายืนให้ดู แล้วผมเอานิ้วจิ้มแล้วล้ม ยังอ้างได้ว่านี่เพราะเขายังฝึกไม่สำเร็จ ถ้าสำเร็จแล้วจะปล่อยพลังออกมือมาโดนทีเดียวตาย &#8230;เป็นได้ขนาดนี้ก็มี ก็ต้องปล่อยไป อนุโมทนาสาธุว่าเกิดโชคดีเขาอาจจะได้เป็นปรมาจารย์วิชาใหม่ของตัวเองไป ของอย่างนี้ประมาทกันไม่ได้</p>
<p>ตัวอย่างในหนังสือนะครับ</p>
<p>หน้า 54 มีแค่สองประโยค</p>
<p><em>Be as still as a mountain,<br />
Move like a great river.</em></p>
<p><strong>&#8220;ยามสงบนิ่งประดุจขุนเขา ยามเคลื่อนไหวคล้ายสายน้ำใหญ่&#8221;</strong></p>
<p>หน้า 59</p>
<p><em>The form is like that<br />
of a falcon about to seize a rabbit,<br />
and the shen (spirit) is like that<br />
of a cat about to catch a rat.</em></p>
<p><strong>&#8220;ท่วงท่าดุจอินทรีโฉบเหยื่อ จิตสติดังแมวตะครุบหนู&#8221;</strong></p>
<p>มีนิดหนึ่งที่ผมจะสะดุดเกือบทุกครั้งที่อ่านหนังสือแปลจีนเป็นอังกฤษ คือคำแปลหลายๆ จุดมันจะแปลกๆ แล้วก็บางทีขาด บางทีเกิน อันนี้ก็ต้องทำใจละครับ เพราะส่วนหนึ่งของการแปลมันก็ขึ้นอยู่กับการตีความของผู้แปลด้วย<br />
อย่างเช่น หน้า 19</p>
<p><em>The ch&#8217;i (breath) should be excited.<br />
The shen (spirit) should be internally gathered</em></p>
<p><strong>&#8220;ลมหายใจควรถูกกระตุ้น วิญญาณควรรวมไว้ภายใน&#8221;</strong></p>
<p>บางคนเลยตีความเป็นต้องสูดลมหายใจให้กระชั้น หรือเอาละบางคนรู้จักคำว่า <strong>&#8220;ชี่&#8221;</strong> ว่ามันต่างจากลมหายใจ แต่ <strong>&#8220;กระตุ้นชี่&#8221;</strong> บางคนก็เลยไปพยายามโคจรแบบพิสดาร แล้วให้รวมวิญญาณไว้นี่ยิ่งไปกันใหญ่</p>
<p>หรือในหน้า 49 นี่ก็มันมากครับ</p>
<p><em>Throughout the body, the i (mind) rely on the ching shen (spirit), not on the ch&#8217;i (breath).<br />
If it relies on the ch&#8217;i, it would become stagnant.<br />
If there is ch&#8217;i, there is no li (external strength.)<br />
If there is no ch&#8217;i, there is pure steel.</em></p>
<p><strong>&#8220;ตลอดทั่วร่าง จิตอาศัยวิญาณไม่ใช่ชี่ (ลมหายใจ)<br />
อาศัยชี่ จะติดขัด<br />
หากมีชี่ ก็ไม่มีแรง (ภายนอก)<br />
หากไม่มีชี่ คือเหล็กกล้าแกร่ง&#8221;</strong></p>
<p>เออ..บทหนึ่งให้กระตุ้นชี่ อีกบทหนึ่งกลับบอกไม่ให้มีชี่<br />
แล้วยิ่งถ้าไปแปลชี่ว่าลมหายใจ (breath) ตามหนังสือ ก็ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่มีลมหายใจไม่เป็นเหล็กกล้าหรอกครับ แต่เป็นศพแหงแก๋ อันนี้อาจารย์ผมเคยอ่านที่เป็นภาษาจีนให้ฟังแล้วแปลชัดๆ ให้ มันคนละเรื่องกันเลย &#8230;คือเรื่องคล้ายๆ กัน แต่คนละเรื่อง</p>
<p>ผมเคยมีแปลบทนี้ไว้อย่างนี้</p>
<p><strong>&#8220;หากให้ความความสนใจกับจิตสติ ละทิ้งชี่ พลังที่สำแดงออกจะเข้มแข็งแกร่งกร้าว แต่หากมัวสนใจอยู่กับชี่ เลือดลมจะติดขัด พลังที่ตีออกจะไร้กำลังและไม่สัมฤทธิ์ผล&#8221;<br />
</strong> ส่วนที่ว่ากระตุ้นชี่ ก็แค่ปล่อยให้มันเป็นอิสระ เคลื่อนไหวได้ดังใจ ไม่ไปขังหรือไปกดไว้กับที่ เพราะมันมีอีกบทที่ให้จมชี่ไว้ที่ตันเถียน บางคนก็เลยไปกดไว้ ..คือถ้าฝึกมาดี มีอาจารย์สาธิตให้ดูว่ารูปธรรมมันเป็นอย่างไร แล้วอธิบายได้ครบถ้วน ทุกบททุกตอนมันก็ไม่ขัดแย้งกัน แต่ถ้าตีความเอง..ก็สนุกครับ</p>
<p>ไม่รู้เรื่องพอกัน ฮ่าๆๆ เอาเป็นว่าถ้าฝึกมาอย่างไร ก็อ่านเข้าใจอย่างนั้นละครับ เพราะอาจารย์แต่ละท่านก็แปลออกมาต่างกัน ตีความออกมาต่างกัน</p>
<p><a href="http://astore.amazon.com/taijimaster-20/detail/0913028630" target="_self">http://astore.amazon.com/taijimaster-20/detail/0913028630</a></p>
<p>เล่มนี้ผมได้จากร้านหนังสือเก่าชื่อ Back Street Books ในเชียงใหม่ครับ เชียงใหม่มีร้านหนังสือ (เก่า) ภาษาอังกฤษ เยอะกว่าในกรุงเทพฯ คุยกับบางร้านเขายังบอกว่าร้านหนังสือแถบถนนข้าวสารก็ยังมีมาซื้อจากเขา หนังสือที่นี่ส่วนมากจะราคาถูกกว่าปก แล้วก็สภาพดีมากครับ บางปกมีเป็นสิบเล่ม ไม่รู้ไปหากันมาจากไหน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.fajing.net/thai/2009/06/the-essence-of-tai-chi-chuan/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Yang Family Secret Transmissions</title>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2009/06/yang-family-secret-transmissions/</link>
		<comments>http://www.fajing.net/thai/2009/06/yang-family-secret-transmissions/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Jun 2009 01:44:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[หนังสือ-วิดิโอ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ไท่เก๊ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.fajing.net/thai/?p=363</guid>
		<description><![CDATA[Category: Books Genre: Health, Mind &#38; Body Author: Douglas Wile หนังสือเล่มนี้จัดเป็นหนังสือเกี่ยวกับมวยไท่เก๊กที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ ภายในเล่มมีทั้งเคล็ดลับ หลักวิชาต่างๆ รวมทั้งภาพประกอบโดยอ.หยางเฉินฟู่เอง ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถฝึกมวยไท่เก๊กด้วยตัวเองจากหนังสือเล่มนี้ แต่หากได้รับการฝึกฝนอย่างถูกต้องจากอาจารย์ที่แท้จริง หนังสือเล่มนี้ก็จะมีส่วนช่วยในเรื่องหลักและเคล็ดต่างๆ ได้มากทีเดียว http://astore.amazon.com/taijimaster-20/detail/091205901X เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่เรียกว่า &#8220;ไม่ประนีประนอม&#8221; กับคนอ่านครับ เพราะเริ่มมาก็เล่นเคล็ดวิชากันล้วนๆ ถ้าไม่ได้ฝึกมาแล้วมาอ่าน จะรู้สึกเหมือนเจอคัมภีร์ลับในนิยาย เพราะต้องตีความเยอะแยะ ตั้งแต่เคล็ด &#8220;เบื้องต้น&#8221; เช่น &#8220;พลังยอดกระหม่อม ต้องเบาและไว&#8221; หรือแม้แต่ที่พิสดารประเภทเป็นโคลงกลอน หรือเป็นปริศนาอย่างเช่น ใช้พลังนั้นไม่ถูกต้อง ไม่ใช้พลังนั้นไม่ถูกต้อง ประหนึ่งอ่อนแต่แข็ง จึงถูกต้อง ลอยนั้นไม่ถูกต้อง หนักก็ไม่ถูกต้อง เบา, ไว, ผ่อนคลาย และจม จึงถูกต้อง เป็นหนังสือเก่าแล้ว เลยไม่ค่อยเห็นในร้านหนังสือบ้านเรา คำอธิบายก็ถือได้ว่า &#8220;ไม่รู้เรื่อง&#8221; ถ้าไม่ได้ฝึกมา แต่ถ้าคนที่คิดจะฝึกมวยไท่เก๊กจริงจัง ไม่ว่าสายไหนตระกูลไหน หนังสือเล่มนี้มีประโยชน์มากครับ เล่มนี้บ้านเรายังไม่เคยเจอร้านไหนขายเลยไม่ว่าจะร้านหนังสือเก่าหนังสือใหม่ เล่มที่ผมอ่านนี่ก็ถายเอกสารมาจากอาจารย์อีกที ตั้งใจว่าว่างๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="height:33px;" class="really_simple_share robots-nocontent snap_nopreview"><div class="really_simple_share_facebook_like" style="width:100px;">
				<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.fajing.net%2Fthai%2F2009%2F06%2Fyang-family-secret-transmissions%2F&amp;layout=button_count&amp;show_faces=false&amp;width=100&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=false&amp;height=27" 
						scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:100px; height:27px;" allowTransparency="true"></iframe>
				</div><div class="really_simple_share_twitter" style="width:110px;">
					<a href="http://twitter.com/share" class="twitter-share-button" data-count="horizontal" 
						data-text="Yang Family Secret Transmissions" data-url="http://www.fajing.net/thai/2009/06/yang-family-secret-transmissions/" 
						data-via="" ></a> 
				</div></div>
		<div style="clear:both;"></div><p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-364 aligncenter" title="secrettransmission" src="http://www.fajing.net/thai/wp-content/uploads/2009/06/secrettransmission.jpg" alt="secrettransmission" width="191" height="300" /></p>
<p><strong>Category:	Books<br />
Genre:	Health, Mind &amp; Body<br />
Author:	Douglas Wile</strong></p>
<p>หนังสือเล่มนี้จัดเป็นหนังสือเกี่ยวกับมวยไท่เก๊กที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ ภายในเล่มมีทั้งเคล็ดลับ หลักวิชาต่างๆ รวมทั้งภาพประกอบโดยอ.หยางเฉินฟู่เอง ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถฝึกมวยไท่เก๊กด้วยตัวเองจากหนังสือเล่มนี้ แต่หากได้รับการฝึกฝนอย่างถูกต้องจากอาจารย์ที่แท้จริง หนังสือเล่มนี้ก็จะมีส่วนช่วยในเรื่องหลักและเคล็ดต่างๆ ได้มากทีเดียว</p>
<p><a href="http://astore.amazon.com/taijimaster-20/detail/091205901X">http://astore.amazon.com/taijimaster-20/detail/091205901X</a></p>
<p>เป็นหนังสือเล่มหนึ่งที่เรียกว่า &#8220;ไม่ประนีประนอม&#8221; กับคนอ่านครับ เพราะเริ่มมาก็เล่นเคล็ดวิชากันล้วนๆ ถ้าไม่ได้ฝึกมาแล้วมาอ่าน จะรู้สึกเหมือนเจอคัมภีร์ลับในนิยาย เพราะต้องตีความเยอะแยะ ตั้งแต่เคล็ด &#8220;เบื้องต้น&#8221; เช่น &#8220;พลังยอดกระหม่อม ต้องเบาและไว&#8221;<span id="more-363"></span></p>
<p>หรือแม้แต่ที่พิสดารประเภทเป็นโคลงกลอน หรือเป็นปริศนาอย่างเช่น<br />
<strong> ใช้พลังนั้นไม่ถูกต้อง<br />
ไม่ใช้พลังนั้นไม่ถูกต้อง<br />
ประหนึ่งอ่อนแต่แข็ง จึงถูกต้อ</strong>ง</p>
<p><strong>ลอยนั้นไม่ถูกต้อง<br />
หนักก็ไม่ถูกต้อง<br />
เบา, ไว, ผ่อนคลาย และจม จึงถูกต้อง</strong></p>
<p>เป็นหนังสือเก่าแล้ว เลยไม่ค่อยเห็นในร้านหนังสือบ้านเรา คำอธิบายก็ถือได้ว่า &#8220;ไม่รู้เรื่อง&#8221; ถ้าไม่ได้ฝึกมา แต่ถ้าคนที่คิดจะฝึกมวยไท่เก๊กจริงจัง ไม่ว่าสายไหนตระกูลไหน หนังสือเล่มนี้มีประโยชน์มากครับ</p>
<p>เล่มนี้บ้านเรายังไม่เคยเจอร้านไหนขายเลยไม่ว่าจะร้านหนังสือเก่าหนังสือใหม่ เล่มที่ผมอ่านนี่ก็ถายเอกสารมาจากอาจารย์อีกที ตั้งใจว่าว่างๆ จะสั่งซื้อเล่มจริงมาสักที จะได้มีเก็บไว้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.fajing.net/thai/2009/06/yang-family-secret-transmissions/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อ.หวงซิงเสียนอธิบายความสำคัญของการผ่อนคลาย (ซง)</title>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2009/01/huang-shengshyan-sung-in-taiji/</link>
		<comments>http://www.fajing.net/thai/2009/01/huang-shengshyan-sung-in-taiji/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 24 Jan 2009 13:11:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มวยไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[ไทชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[Huang ShengShyan]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.fajing.net/thai/?p=340</guid>
		<description><![CDATA[อธิบายเรื่องการซง English Translation (Humble attempt) MH(Master Huang):Everything has force center coz they have weight. Only if you are weight-less, can you control others&#8217; force center. RP(reporter):what frame reference do you use to capture others&#8217; force center? david0404 (1 year ago) MH: By relaxation, you have to relax your hands to feel the force. So the [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="height:33px;" class="really_simple_share robots-nocontent snap_nopreview"><div class="really_simple_share_facebook_like" style="width:100px;">
				<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.fajing.net%2Fthai%2F2009%2F01%2Fhuang-shengshyan-sung-in-taiji%2F&amp;layout=button_count&amp;show_faces=false&amp;width=100&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=false&amp;height=27" 
						scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:100px; height:27px;" allowTransparency="true"></iframe>
				</div><div class="really_simple_share_twitter" style="width:110px;">
					<a href="http://twitter.com/share" class="twitter-share-button" data-count="horizontal" 
						data-text="อ.หวงซิงเสียนอธิบายความสำคัญของการผ่อนคลาย (ซง)" data-url="http://www.fajing.net/thai/2009/01/huang-shengshyan-sung-in-taiji/" 
						data-via="" ></a> 
				</div></div>
		<div style="clear:both;"></div><p>อธิบายเรื่องการซง</p>
<p><a href="http://www.fajing.net/thai/2009/01/huang-shengshyan-sung-in-taiji/"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p>
<p>English Translation (Humble attempt)</p>
<p>MH(Master Huang):Everything has force center coz they have weight. Only if you are weight-less, can you control others&#8217; force center.</p>
<p>RP(reporter):what frame reference do you use to capture others&#8217; force center?</p>
<p>david0404 (1 year ago) <span id="more-340"></span></p>
<p>MH: By relaxation, you have to relax your hands to feel the force. So the important thing is to relax your hand and feel the force. There is the law of equilibrium:</p>
<p>1)moving without losing the center point</p>
<p>2)relaxing without stepping beyond the circle</p>
<p>david0404 (1 year ago)</p>
<p>RP:understanding the force center and mastering the art of relaxing is the difficult part of Tai Ji. Because it is very deep and very much dependent of one&#8217;s understanding, commitment of time, patient and coordination of these elements.</p>
<p>The idea can be explained with the Tai Ji circle diagram. The diagram is composed with a circle and two fish (google it if u can&#8217;t c the fish). One&#8217;s must picture himself/herself as one of the fish and one&#8217;s opponent as the other fish.</p>
<p>david0404 (1 year ago)</p>
<p>Then try to capture the opponent&#8217;s force center and feel the magnitude of the opponent&#8217;s force. Finally use the force of the circle and law of equilibrium to counter the opponent&#8217;s force.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.fajing.net/thai/2009/01/huang-shengshyan-sung-in-taiji/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รำไท้เก็กควบคุมเบาหวาน</title>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2008/12/tai-chi-exercises-improve-type-2-diabetes-control/</link>
		<comments>http://www.fajing.net/thai/2008/12/tai-chi-exercises-improve-type-2-diabetes-control/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 03 Dec 2008 17:18:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มวยไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[ควบคุม]]></category>
		<category><![CDATA[ไทชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[ไทเก็ก]]></category>
		<category><![CDATA[เบาหวาน]]></category>
		<category><![CDATA[diabetes]]></category>
		<category><![CDATA[taichi]]></category>
		<category><![CDATA[taiji]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.fajing.net/thai/2008/12/03/tai-chi-exercises-improve-type-2-diabetes-control/</guid>
		<description><![CDATA[จากการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร British Journal of Sports Medicine พบว่าการออกกำลังกายด้วยการรำไท้เก็กช่วยทำให้การควบคุมโรคเบาหวานชนิดที่ 2  ดีขึ้น http://www.biotec.or.th/biotechnology-th/newsdetail.asp?id=3839           ไท้เก็ก เป็นศิลปะการป้องกันตัวของจีน ที่รวมการหายใจเข้าด้วยกระบังลมและการผ่อนคลายด้วยการเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลเข้าด้วยกัน ทีมวิจัยได้ประเมินผลที่เกิดขึ้นกับทีเซลล์หลังการใช้โปรแกรมออกกำลังกายด้วยไท้เก็กนาน 12 สัปดาห์ ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สอง 30 ราย และผู้ที่มีสุขภาพดีอีก 30 ราย ในช่วงอายุต่างๆกัน            ทีเซลล์เป็นกุญแจสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย สร้างสารเคมีที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ อินเตอร์ลิวคิน ที่มีความสำคัญต่อระบบการตอบสนองภูมิคุ้มกัน เบาหวานชนิดที่ 2 สัมพันธ์กับการติดเชื้อเรื้อรัง เกิดจากภาวะน้ำตาลในเลือดมากเกินไป           หลังจากผ่านไป 12 สัปดาห์  ระดับของไกลเคทฮีโมโกลบินก็ลดลงจาก 7.59 เป็น 7.16 ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ระดับของอินเตอร์ลิวคิน-12 ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ระดับของอินเตอร์ลิวคิน-4 ซึ่งเป็นตัวกดภูมิคุ้มกันไม่ทำงาน และการทำงานของทีเซลล์ก็เพิ่มขึ้น           กิจกรรมที่ใช้พลังงานเยอะกดระบบภูมิคุ้มกัน แต่การออกกำลังกายอย่างพอเหมาะจะให้ผลตรงกันข้าม การออกกำลังกายแบบ ไท้เก็กจัดว่าเป็นการออกกำลังกายที่ใช้พลังงานในระดับปานกลาง และการศึกษาก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่า มันช่วยกระตุ้นการทำงานของเส้นเลือดหัวใจและระบบหายใจ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="height:33px;" class="really_simple_share robots-nocontent snap_nopreview"><div class="really_simple_share_facebook_like" style="width:100px;">
				<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.fajing.net%2Fthai%2F2008%2F12%2Ftai-chi-exercises-improve-type-2-diabetes-control%2F&amp;layout=button_count&amp;show_faces=false&amp;width=100&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=false&amp;height=27" 
						scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:100px; height:27px;" allowTransparency="true"></iframe>
				</div><div class="really_simple_share_twitter" style="width:110px;">
					<a href="http://twitter.com/share" class="twitter-share-button" data-count="horizontal" 
						data-text="รำไท้เก็กควบคุมเบาหวาน" data-url="http://www.fajing.net/thai/2008/12/tai-chi-exercises-improve-type-2-diabetes-control/" 
						data-via="" ></a> 
				</div></div>
		<div style="clear:both;"></div><p><font color="#333333"><strong>จากการศึกษาที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร British Journal of Sports Medicine พบว่าการออกกำลังกายด้วยการรำไท้เก็กช่วยทำให้การควบคุมโรคเบาหวานชนิดที่ 2  ดีขึ้น</strong></font></p>
<p><strong><font color="#333333"><a href="http://www.biotec.or.th/biotechnology-th/newsdetail.asp?id=3839">http://www.biotec.or.th/biotechnology-th/newsdetail.asp?id=3839</a></font></strong></p>
<p><font size="3" face="MS Sans Serif, Tahoma, Arial">          <font color="#000066"><strong>ไท้เก็ก</strong> </font><font color="#000066">เป็นศิลปะการป้องกันตัวของจีน ที่รวมการหายใจเข้าด้วยกระบังลมและการผ่อนคลายด้วยการเคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวลเข้าด้วยกัน </font>ทีมวิจัยได้ประเมินผลที่เกิดขึ้นกับทีเซลล์หลังการใช้โปรแกรมออกกำลังกายด้วยไท้เก็กนาน 12 สัปดาห์ ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่สอง 30 ราย และผู้ที่มีสุขภาพดีอีก 30 ราย ในช่วงอายุต่างๆกัน<span id="more-140"></span> </font></p>
<p><font size="3" face="MS Sans Serif">          ทีเซลล์เป็นกุญแจสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย สร้างสารเคมีที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ อินเตอร์ลิวคิน ที่มีความสำคัญต่อระบบการตอบสนองภูมิคุ้มกัน เบาหวานชนิดที่ 2 สัมพันธ์กับการติดเชื้อเรื้อรัง เกิดจากภาวะน้ำตาลในเลือดมากเกินไป </font></p>
<p><font size="3" face="MS Sans Serif">         <strong><font color="#0000ff"> </font><font color="#990000">หลังจากผ่านไป 12 สัปดาห์  ระดับของไกลเคทฮีโมโกลบินก็ลดลงจาก 7.59 เป็น 7.16 ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ระดับของอินเตอร์ลิวคิน-12 ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ระดับของอินเตอร์ลิวคิน-4 ซึ่งเป็นตัวกดภูมิคุ้มกันไม่ทำงาน และการทำงานของทีเซลล์ก็เพิ่มขึ้น</font></strong></font></p>
<p><font size="3" face="MS Sans Serif"> </font><font size="3" face="MS Sans Serif">         กิจกรรมที่ใช้พลังงานเยอะกดระบบภูมิคุ้มกัน แต่การออกกำลังกายอย่างพอเหมาะจะให้ผลตรงกันข้าม การออกกำลังกายแบบ <strong><font color="#000033">ไท้เก็กจัดว่าเป็นการออกกำลังกายที่ใช้พลังงานในระดับปานกลาง และการศึกษาก่อนหน้านี้แสดงให้เห็นว่า มันช่วยกระตุ้นการทำงานของเส้นเลือดหัวใจและระบบหายใจ เพิ่มความยืดหยุ่นและบรรเทาความเครียด </font></strong></font></p>
<p><font size="3" face="MS Sans Serif">          <strong><font color="#333333">ไท้เก็กอาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดหรือเพิ่มการเผาผลาญกลูโคสในเลือด ทำให้ร่างกายเริ่มมีภูมิต่อการติดเชื้อ หรืออย่างน้อยที่สุด การออกกำลังกายก็ทำให้ร่างกายสุขภาพดี รู้สึกมีความสุข ซึ่งในที่สุดแล้วทำให้ร่างกายสร้างระบบภูมิคุ้มกันขึ้นมา</font></strong></font></p>
<p><font size="3" face="MS Sans Serif">          และในอีกการศึกษานึง ที่มีผู้เข้าร่วม 13 ราย พบว่า <strong><font color="#003300">การออกกำลังกายด้วยไท้เก็กและชี่กงเป็นเวลา 12 สัปดาห์ ครั้งละ 1 ชั่วโมง 30 นาที มากกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และมีการออกกำลังกายที่บ้านด้วย  ช่วยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยปรับปรุงระบบการเผาผลาญอาหารที่ผิดปกติในเด็กกลางจนถึงวัยผู้ใหญ่ดีขึ้น </font></strong>(อาการของโรคในกลุ่มการเผาผลาญอาหารผิดปกตินั้น ได้แก่ ความดันโลหิตสูง และน้ำตาลในเลือดสูงซึ่งเกี่ยวข้องกับการเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ และเบาหวาน) </font></p>
<p><font size="3" face="MS Sans Serif">          <strong><font color="#cc0000">เมื่อสิ้นสุดระยะเวลา 12 สัปดาห์ ผู้เข้าร่วมมีน้ำหนักลดลงเฉลี่ย 3 กิโลกรัม และมีขนาดรอบเอวลดลงเฉลี่ยเกือบ 3 เซนติเมตร ความดันโลหิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ผู้เข้าร่วม 3 ราย ไม่มีภาวะการเผาผลาญอาหารผิดปกติ และรายอื่นๆเล่าว่าขณะที่อยู่ในโปรแกรมนั้น เค้านอนหลับได้ดีขึ้น มีแรงมากขึ้น รู้สึกเจ็บปวดน้อยลง และความอยากอาหารลดลง </font></strong></font></p>
<p><font face="MS Sans Serif, Tahoma, Arial"><strong>ที่มา</strong><a href="http://www.sciencedaily.com/releases/2008/03/080331220843.htm"><font color="#0000ff" face="MS Sans Serif, Tahoma, Arial">http://www.sciencedaily.com/releases/2008/03/080331220843.htm</font></a><font color="#0000ff" face="MS Sans Serif, Tahoma, Arial"> </font></font></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.fajing.net/thai/2008/12/tai-chi-exercises-improve-type-2-diabetes-control/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การเดิน</title>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2008/02/taiji-walking/</link>
		<comments>http://www.fajing.net/thai/2008/02/taiji-walking/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 26 Feb 2008 18:21:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[การฝึก]]></category>
		<category><![CDATA[มวยไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[กงปู้]]></category>
		<category><![CDATA[ย้ายน้ำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[งอเข่าย่างก้าว]]></category>
		<category><![CDATA[โลซีเอ้าปู้]]></category>
		<category><![CDATA[ไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[เข่า]]></category>
		<category><![CDATA[เดิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.fajing.net/thai/2008/02/26/taiji-walking/</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้มีโอกาสได้สอนศิษย์น้องเกี่ยวกับเรื่องการเดินครับ ก็เลยถือโอกาสเอามาบันทึกไว้ การเดินในมวยไท่เก๊กตระกูลหยางนั้น เมื่อเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ท่าเดินพื้นฐานที่สุดคือเดินด้วยท่ากงปู้ หรือก้าวธนู ที่เห็นได้ชัดๆ คือท่า โลซีเอ้าปู้ หรือท่า งอเข่าย่างก้าว  ขั้นตอนหลักๆ คือ ก้าวเท้าข้างหนึ่งไปข้างหน้า วางส้นเท้าหน้า วางเท้าหน้าเต็มเท้า ย้ายน้ำหนักจากขาหลังไปขาหน้า ให้ลงขาหน้า 7 ส่วน เหลือไว้ที่ขาหลัง 3 ส่วน เมื่อจะก้าวต่อไป ให้ บิดขาหน้าออก ประมาณ 45-60 องศา วางน้ำหนักลงบนขาหน้าให้เต็ม ปล่อยเท้าหลังให้ว่าง ก้าวเท้าหลังไปข้างหน้า วางส้นเท้า วางเต็มเท้า แล้วจึงย้ายน้ำหนักจากขาหลัง หรือขาที่วางน้ำหนัก ไปยังขาหน้า ขั้นตอนหลักๆ นี้ดูเหมือนไม่ยาก แต่มักจะพบปัญหาหนึ่งอยู่ตลอด นั่นคือ เมื่อเดินไปข้างหน้า กลับกลายเป็นคล้ายกับขโมยย่องเบา ค่อยๆ ก้าวขาหลังออกไปด้วยความยากลำบาก ดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือไม่ก็กลายเป็นต้องเกร็งบริเวณคัว หรือบริเวณเชิงกรานอยู่ตลอด เพื่อจะยกขาหลังไปขาหน้า เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อวางน้ำหนักบนขาหน้า 7 ส่วนขาหลัง 3 ส่วนแล้ว [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="height:33px;" class="really_simple_share robots-nocontent snap_nopreview"><div class="really_simple_share_facebook_like" style="width:100px;">
				<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.fajing.net%2Fthai%2F2008%2F02%2Ftaiji-walking%2F&amp;layout=button_count&amp;show_faces=false&amp;width=100&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=false&amp;height=27" 
						scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:100px; height:27px;" allowTransparency="true"></iframe>
				</div><div class="really_simple_share_twitter" style="width:110px;">
					<a href="http://twitter.com/share" class="twitter-share-button" data-count="horizontal" 
						data-text="การเดิน" data-url="http://www.fajing.net/thai/2008/02/taiji-walking/" 
						data-via="" ></a> 
				</div></div>
		<div style="clear:both;"></div><p>วันนี้มีโอกาสได้สอนศิษย์น้องเกี่ยวกับเรื่องการเดินครับ ก็เลยถือโอกาสเอามาบันทึกไว้</p>
<p><strong>การเดิน</strong>ในมวยไท่เก๊กตระกูลหยางนั้น เมื่อเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ท่าเดินพื้นฐานที่สุดคือเดินด้วยท่า<strong>กงปู้</strong> หรือ<strong>ก้าวธนู</strong> ที่เห็นได้ชัดๆ คือท่า <strong>โลซีเอ้าปู้</strong> หรือท่า <strong>งอเข่าย่างก้าว</strong></p>
<p> ขั้นตอนหลักๆ คือ</p>
<blockquote><p>ก้าวเท้าข้างหนึ่งไปข้างหน้า</p>
<p>วางส้นเท้าหน้า</p>
<p>วางเท้าหน้าเต็มเท้า</p>
<p>ย้ายน้ำหนักจากขาหลังไปขาหน้า ให้ลงขาหน้า 7 ส่วน เหลือไว้ที่ขาหลัง 3 ส่วน<span id="more-137"></span></p></blockquote>
<p>เมื่อจะก้าวต่อไป ให้</p>
<blockquote><p>บิดขาหน้าออก ประมาณ 45-60 องศา</p>
<p>วางน้ำหนักลงบนขาหน้าให้เต็ม ปล่อยเท้าหลังให้ว่าง</p>
<p>ก้าวเท้าหลังไปข้างหน้า</p>
<p>วางส้นเท้า</p>
<p>วางเต็มเท้า</p>
<p>แล้วจึงย้ายน้ำหนักจากขาหลัง หรือขาที่วางน้ำหนัก ไปยังขาหน้า</p></blockquote>
<p><strong>ขั้นตอนหลักๆ</strong> นี้ดูเหมือนไม่ยาก แต่มักจะพบปัญหาหนึ่งอยู่ตลอด นั่นคือ เมื่อเดินไปข้างหน้า กลับกลายเป็นคล้ายกับขโมยย่องเบา ค่อยๆ ก้าวขาหลังออกไปด้วยความยากลำบาก ดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือไม่ก็กลายเป็นต้องเกร็งบริเวณคัว หรือบริเวณเชิงกรานอยู่ตลอด เพื่อจะยกขาหลังไปขาหน้า</p>
<p><strong>เหตุที่เป็นเช่นนั้น</strong> เพราะเมื่อวางน้ำหนักบนขาหน้า 7 ส่วนขาหลัง 3 ส่วนแล้ว เมื่อบิดขาหน้าไป น้ำหนักที่ขาหน้ายังเป็น 7 ส่วนอยู่ หรือแย่กว่านั้นคือกลายเป็นน้ำหนักไหลย้อนกลับมายังขาหลัง ทำให้การยกขาหลังทำได้ยากลำบาก เพราะมีน้ำหนักค้างอยู่ ก็เลยกลายเป็นต้องเกร็งเชิงกรานเพื่อยกขาหลังเคลื่อนไป ทั้งยังมีความรู้สึกว่าขาหลังมีความหนัก การเคลื่อนไหวไม่ได้เบาสบาย</p>
<p><strong>การแก้ปัญหา</strong>คือ จากท่ากงปู้ซึ่งน้ำหนักอยู่ที่ขาหน้า 7 ส่วน ขาหลัง 3 ส่วน เมื่อจะเดินหน้าต่อไป ขณะบิดขาหน้าออก ไม่ใช่บิดแต่เพียงเท้า หรือบิดแต่เพียงขา แต่ต้องไปทั้งตัว ร่างกายทั้งร่างกาย ย้ายไปตั้งอยู่บนขาหน้าที่บิดไปทั้งหมด น้ำหนักตัวทั้ง 10 ส่วนล้วนวางอยู่บนขาหน้า หากลากเส้นตรงจากใจกลางเท้าหน้าจะต้องผ่านแกนลำตัว และผ่านศีรษะขึ้นไป ไม่ใช่ให้ลำตัวอยู่นอกเส้นตรงนี้ เมื่อนั้นก็จะสามารถวางน้ำหนักทั้งหมดลงบนขาหน้าได้ และขาหลังจะเบาจนพร้อมจะก้าวออกไปได้เอง หรืออาจพูดว่า ขาหลังอยากจะขยับออกไปข้างหน้าเองโดยแทบไม่ต้องสั่ง แทบไม่ต้องออกแรงเลย เพียงการบิดลำตัววางลงบนขาหน้า ลำตัวก็แทบจะพาขาหลังให้ก้าวไปข้างหน้าได้แล้ว เพียงแต่ใช้จิตสั่งการในกายก้าวเดินไปเท่านั้น ขาหลังก็จะเคลื่อนไปได้ง่ายๆ</p>
<p>จนเมื่อขาหลังก้าวออกไปแล้ว เมื่อส้นเท้าแตะพื้นแล้ว พอวางเต็มเท้าก็จะเริ่มกระบวนการย้ายน้ำหนักไป การย้ายน้ำหนักก็ไม่ใช่เป็นการดันตัวไปข้างหน้า ซึ่งน้ำหนักจะแทงออกไปที่เข่าหน้า ทำให้รู้สึกเจ็บแปล๊บๆ แต่ต้องเป็นการยกน้ำหนักจากขาหลัง ไปวางไว้บนขาหน้า แต่เรื่องนี้ก็ต้องอาศัยการฝึกฝน ความเข้าใจแต่อย่างเดียวยังไม่สามารถทำให้เป็นเช่นนั้นได้</p>
<p><strong>หากทำได้เช่นนี้</strong> การก้าวเดินก็จะเบาสบาย แต่มีความมั่นคง เมื่อก้าวออกไป หากจุดที่วางไม่ปลอดภัยก็สามารถถอยกลับได้อย่างง่ายดาย รวมทั้งการก้าวก็จะไม่เป็นภาระต่อหัวเข่า แม้ข้อเข่าไม่ดีก็สามารถฝึกฝนได้ นานไปข้อเข่าก็จะแข็งแรงขึ้นเองด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.fajing.net/thai/2008/02/taiji-walking/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การรับรู้ภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายไทเก็กลมปราณ 18 ท่า</title>
		<link>http://www.fajing.net/thai/2007/09/perceived_health_status_of_the_elderly_practicing_tai_chi/</link>
		<comments>http://www.fajing.net/thai/2007/09/perceived_health_status_of_the_elderly_practicing_tai_chi/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 09 Sep 2007 17:49:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[มวยไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[ชี่กง]]></category>
		<category><![CDATA[ลมปราณ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้สูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[ไทชิ]]></category>
		<category><![CDATA[ไท่เก๊ก]]></category>
		<category><![CDATA[chikung]]></category>
		<category><![CDATA[elderly]]></category>
		<category><![CDATA[qigung]]></category>
		<category><![CDATA[taichi]]></category>
		<category><![CDATA[taiji]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.fajing.net/thai/?p=106</guid>
		<description><![CDATA[จาก ฐานข้อมูลงานวิจัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์   การรับรู้ภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายไทเก็กลมปราณ 18 ท่า Perceived Health Status of the Elderly Practicing Tai Chi ณัฐชล อารยวิทยากุล Natthachol Arayawithayakul   วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ Master of Nursing Science in Adult Nursing Prince of Songkla University 2547 ชื่อวิทยานิพนธ์ การรับรู้ภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายไทเก็กลมปราณ 18 ท่า ผู้เขียน นางสาวณัฐชล อารยวิทยากุล สาขาวิชา การพยาบาลผู้ใหญ่ บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้ภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายไทเก็กลมปราณ 18 ท่า ในอดีตและปัจจุบัน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษา ได้รับการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย แบบไม่คืนที่ จำนวน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div style="height:33px;" class="really_simple_share robots-nocontent snap_nopreview"><div class="really_simple_share_facebook_like" style="width:100px;">
				<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.fajing.net%2Fthai%2F2007%2F09%2Fperceived_health_status_of_the_elderly_practicing_tai_chi%2F&amp;layout=button_count&amp;show_faces=false&amp;width=100&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;send=false&amp;height=27" 
						scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:100px; height:27px;" allowTransparency="true"></iframe>
				</div><div class="really_simple_share_twitter" style="width:110px;">
					<a href="http://twitter.com/share" class="twitter-share-button" data-count="horizontal" 
						data-text="การรับรู้ภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายไทเก็กลมปราณ 18 ท่า" data-url="http://www.fajing.net/thai/2007/09/perceived_health_status_of_the_elderly_practicing_tai_chi/" 
						data-via="" ></a> 
				</div></div>
		<div style="clear:both;"></div><p align="left">จาก ฐานข้อมูลงานวิจัย <a href="http://www.psu.ac.th" target="_blank">มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์</a></p>
<p align="center"> </p>
<p align="center"><strong>การรับรู้ภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายไทเก็กลมปราณ 18 ท่า</strong></p>
<p align="center"><strong>Perceived Health Status of the Elderly Practicing Tai Chi</strong></p>
<p align="center"><strong>ณัฐชล อารยวิทยากุล</strong></p>
<p align="center"><strong>Natthachol Arayawithayakul<span id="more-78"></span></strong></p>
<p align="center"> </p>
<p>วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่</p>
<p>มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์</p>
<p>Master of Nursing Science in Adult Nursing</p>
<p>Prince of Songkla University</p>
<p>2547</p>
<p><strong>ชื่อวิทยานิพนธ์</strong></p>
<blockquote><p>การรับรู้ภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายไทเก็กลมปราณ 18 ท่า</p></blockquote>
<p><strong>ผู้เขียน</strong></p>
<blockquote><p>นางสาวณัฐชล อารยวิทยากุล</p></blockquote>
<p><strong>สาขาวิชา</strong></p>
<blockquote><p>การพยาบาลผู้ใหญ่</p></blockquote>
<p align="center"><strong>บทคัดย่อ</strong></p>
<p>การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้ภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายไทเก็กลมปราณ 18 ท่า ในอดีตและปัจจุบัน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษา ได้รับการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย แบบไม่คืนที่ จำนวน 100 ราย จากสมาชิกชมรมผู้สูงอายุ จำนวน 400 ราย ที่ออกกำลังกายไทเก็กลมปราณ 18 ท่า 5 แห่ง ในจังหวัดสงขลา เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ตามแบบสอบถามที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป และแบบสอบถามการรับรู้ภาวะสุขภาพ โดยแบบสอบถามการรับรู้ภาวะสุขภาพทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ มีค่าความเที่ยง (Cronbach&#8217;s alpha) เท่ากับ .92 และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน จากการทดสอบค่าความเที่ยงแบบทดสอบซ้ำ (test-retest) เท่ากับ .98 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบแบบที (t-test)</p>
<p>ผลการวิจัยพบว่า การรับรู้ภาวะสุขภาพทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม จิตวิญญาณ และโดยรวมของผู้สูงอายุที่ออกกำลังกายไทเก็กลมปราณ 18 ท่า ในอดีตและปัจจุบัน อยู่ในระดับดี และการรับรู้ภาวะสุขภาพในปัจจุบันดีกว่าในอดีตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 [t(99)=4.93, 5.97, 4.50, 6.62 และ 6.00 ตามลำดับ]</p>
<p>ผลการวิจัยครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า การออกกำลังกายไทเก็กลมปราณ 18 ท่า มีผลเชิงบวกต่อการรับรู้ภาวะสุขภาพทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม จิตวิญญาณ และการรับรู้ภาวะสุขภาพโดยรวม ดังนั้นการออกกำลังกายไทเก็กลมปราณ 18 ท่าอย่างสม่ำเสมอ จึงเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ในการส่งเสริมสุขภาพและดำรงรักษาไว้ซึ่งภาวะสุขภาพที่ดี</p>
<p><strong>thesis Title:</strong></p>
<blockquote><p>Perceived Health Status of the Elderly Practicing Tai Chi</p></blockquote>
<p><strong>Author:</strong></p>
<blockquote><p>Miss Natthachol Arayawithayakul</p></blockquote>
<p><strong>Major Program:</strong></p>
<blockquote><p>Adult Nursing</p></blockquote>
<p><strong>Academic Year:</strong></p>
<blockquote><p>2002</p></blockquote>
<p align="center"><strong>Abstract</strong></p>
<p>This descriptive study was conducted to investigate the preception on health status in the past and present of the elderly persons who have practiced Tai Chi with eighteen movements. One hundred subjects were selected by simple random sampling without replacement from 400 members at 5 elderly clubs in Songkhla province. The research instrument was a questionaire developed by the researcher. Two parts of the questionaire were demographic data and preceived health status concerning physical, mental, social, spiritual and the overall health status. The perceived health status questionaire has reliability (Cronbach&#8217;s alpha =.92) and test-retest reliability r=.98.</p>
<p>The results showed that the elderly persons perceived physical, mental, social, spiritual health statuses and the overall health status in the past and present at good levels. However perceived health statuses at present were significantly higher than those in the past, p&lt;.001, t(99)=4.93, 5.97, 4.50, 6.62, and 6.00 respectively.</p>
<p>The research findings showed that practicing Tai Chi had positive effects on the perception of physical, mental, social, spiritual health statuses and the overall health status of the elderly persons. There fore the practice of Tai Chi is an appropriate exercise for the elderly persons in order to obtain and endure their good health statuses.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.fajing.net/thai/2007/09/perceived_health_status_of_the_elderly_practicing_tai_chi/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

